
กำมือแล้วกางไม่ได้... นิ้วล็อกสะดุ้งปวด บอกลาการผ่าตัดด้วย 'เข็มสะกิด' ผ่านจออัลตราซาวด์"
เคยไหมครับ? ตื่นเช้ามาจะขยับนิ้วมือเพื่อหยิบแปรงสีฟัน แต่พอกำมือลงไปแล้ว นิ้วนางหรือนิ้วกลางเจ้ากรรมกลับ "ล็อก" ค้างอยู่แบบนั้น พยายามจะกางออกเองก็กางไม่ได้ จนต้องใช้มืออีกข้างช่วย "งัด" นิ้วให้ดีดออกมาดัง กึ๊ก! พร้อมกับความเจ็บปวดที่โคนนิ้วที่แล่นจี๊ดจนหน้าเบ้
ถ้าคุณกำลังเจอเหตุการณ์แบบนี้ หรือเริ่มรู้สึกเจ็บที่โคนนิ้วเวลาหยิบจับของหนักๆ หมออยากบอกว่าอย่าปล่อยทิ้งไว้จนนิ้วแข็งตายตัวนะครับ เพราะนี่คืออาการของ "โรคนิ้วล็อก" ภัยเงียบของคนทำงานและแม่บ้านยุคใหม่ ที่สำคัญ... ยุคนี้เราไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ ไม่ต้องเย็บเข็ม และไม่ต้องพักฟื้นนานอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้เพียง "เข็มเล่มเดียว" ทำงานร่วมกับ "ดวงตาอิเล็กทรอนิกส์" อย่างอัลตราซาวด์ครับ
ผมมีคนไข้ท่านหนึ่งชื่อน้าสมพร อายุ 58 ปี น้าสมพรเป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่งเจ้าดังที่ต้องใช้มือ "กำ" ตะหลิวและ "ยก" กระทะหนักๆ มานานหลายสิบปี น้าสมพรเล่าให้ผมฟังด้วยสีหน้ากังวลว่า
"หมอเก่งคะ น้าทรมานมากเลยค่ะ ตอนนี้จะผัดกะเพราที นิ้วนางมันล็อกค้าง ปล่อยตะหลิวไม่ได้ ต้องเอาอีกมือมาช่วยงัดจนเจ็บไปหมด ไปหาที่ไหนเขาก็บอกว่าต้องผ่าตัด แต่น้าผ่าไม่ได้หรอกหมอ ใครจะทำกับข้าวขาย? ถ้าหยุดงานหลายวัน น้าแย่แน่ๆ"
นี่คือความกังวลใจของคนไข้นิ้วล็อกส่วนใหญ่ครับ คือ "กลัวแผลผ่าตัด" และ "กลัวหยุดงานนาน" ผมจึงแนะนำน้าสมพรให้รู้จักกับการรักษาแบบใหม่ที่เรียกว่า "การเจาะสะกิดพังผืดด้วยเข็มผ่านเครื่องอัลตราซาวด์" ซึ่งใช้เวลาเพียง 10 นาที น้าสมพรก็เดินยิ้มออกจากห้องตรวจได้ทันทีครับ
ลองนึกภาพตามหมอนะครับ นิ้วมือของคนเราทำงานเหมือน "รอกและเชือก" ครับ
เส้นเอ็น (Tendon): เปรียบเสมือน "เชือก" ที่ดึงให้มือเรากำหรือเหยียดได้
ปลอกหุ้มเส้นเอ็น (Pulley): เปรียบเสมือน "รอก" หรืออุโมงค์เล็กๆ ที่คอยประคองให้เชือกวิ่งผ่านได้สะดวก
เมื่อเราใช้งานนิ้วมือหนักเกินไป ซ้ำๆ เดิมๆ เชือก (เส้นเอ็น) จะเริ่มบวมจนเกิดเป็น "ปม" ส่วนรอก (ปลอกหุ้ม) ก็จะเริ่มอักเสบจนหนาตัวและแคบลง ทีนี้พอเราจะกางนิ้วออก เจ้า "ปม" ที่เส้นเอ็นมันก็ไปติดอยู่ที่ปาก "อุโมงค์" ครับ ทำให้เรากางนิ้วไม่ได้ ต้องออกแรงงัดจนปมมันหลุดผ่านอุโมงค์ออกมาดัง กึ๊ก! นั่นเอง
เปรียบเหมือนเราพยายามดึงเชือกที่มีปมขนาดใหญ่ผ่านท่อเล็กๆ ครับ ถ้าดึงแรงเกินไปเชือกก็ช้ำ ท่อก็ฉีกขาด จนในที่สุดมันก็ติดแหง็กขยับไปไหนไม่ได้เลย
โรคนิ้วล็อก หรือในภาษาแพทย์เรียกว่า Stenosing Tenosynovitis คือ ภาวะที่มีการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่ใช้ในการงอนิ้ว ทำให้การเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นติดขัด
สาเหตุและการเกิดโรค: เกิดจากการสะสมของการบาดเจ็บเล็กน้อยจากการใช้งานมือในลักษณะ "กำแน่น" หรือ "เกร็งนิ้ว" ต่อเนื่องนานๆ ทำให้เยื่อบุผิวภายในอุโมงค์เส้นเอ็นหนาตัวขึ้นจนกลายเป็นพังผืดที่แข็งและขาดความยืดหยุ่น
อาการแบ่งเป็น 4 ระยะ:
ระยะแรก: มีอาการเจ็บที่โคนนิ้วเวลาลูบหรือกด
ระยะที่สอง: นิ้วเริ่มสะดุด เวลาขยับนิ้วจะรู้สึกติดๆ ขัดๆ เหมือนมีอะไรมาขวาง
ระยะที่สาม: นิ้วล็อกค้าง ต้องใช้อีกมือช่วยงัดออก (ระยะนี้คนไข้มักมาหาหมอมากที่สุด)
ระยะที่สี่: นิ้วล็อกตายตัว งอไม่ลงหรือเหยียดไม่ออก แม้จะช่วยงัดก็ยังลำบาก
อาชีพที่ใช้มือหนัก: แม่บ้านที่ต้องบิดผ้าแรงๆ ช่างซ่อมรถ คนขับรถรับจ้าง หรือแม่ครัว
พฤติกรรมติดหน้าจอ: การกำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตนานๆ ในท่าเดิม
โรคประจำตัว: โดยเฉพาะเบาหวาน รูมาตอยด์ และโรคพุ่มพวง (SLE) ซึ่งทำให้เส้นอักเสบง่ายกว่าปกติ
กิจกรรมอดิเรก: การเล่นกอล์ฟ การจัดสวน (ตัดกิ่งไม้) หรือการเล่นเครื่องดนตรีบางชนิด
เพศและอายุ: พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมักพบในช่วงอายุ 40-60 ปี
การตรวจร่างกาย: หมอจะใช้นิ้วกดบริเวณโคนนิ้วที่ปวด และให้คนไข้ลองกำและกางมือดูเพื่อประเมินความรุนแรง
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): นี่คือหัวใจสำคัญครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์สแกนดูพังผืดที่หนาตัวขึ้น และดูว่าเส้นเอ็นบวมตรงจุดไหน วิธีนี้ช่วยให้หมอเห็น "ภาพข้างใน" ได้ชัดเจนโดยไม่ต้องเดาตำแหน่ง
การตรวจเลือด: ทำในกรณีที่สงสัยว่ามีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น โรคเก๊าท์ หรือรูมาตอยด์
1. ปรับพฤติกรรม: ลดการใช้งานมือหนัก พักมือบ่อยๆ และเลี่ยงท่าทางที่ต้องกำแน่นๆ
2. กายภาพบำบัด: การแช่น้ำอุ่นในตอนเช้าเพื่อคลายเส้น และการฝึกยืดเหยียดนิ้วมือสม่ำเสมอ
3. การใช้ยา: ทานยาลดอักเสบ (NSAIDs) เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดในระยะแรก
4. การทำ Ultrasound Guided Percutaneous Release (สะกิดนิ้วล็อกด้วยเข็ม): นี่คือวิธีที่หมอแนะนำสำหรับคนไม่อยากผ่าตัดครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อให้เห็นตำแหน่งพังผืดและเส้นเอ็นอย่างชัดเจน จากนั้นจะใช้ "เข็มขนาดเล็ก" ที่ผ่านการเจียระไนปลายมาเป็นพิเศษ สอดเข้าไปสะกิดพังผืดที่รัดเส้นเอ็นออก
"หมอเก่งคะ ทำเสร็จแล้วหายขาดเลยไหม?" คำตอบคือ หายได้ครับ แต่อาจกลับมาเป็นนิ้วเดิมหรือนิ้วใหม่ได้ ถ้าเรายังกลับไปใช้มือหนักเหมือนเดิม ดังนั้นการปรับพฤติกรรมหลังการรักษาคือสิ่งที่จะทำให้ผลการรักษาอยู่กับเราไปตลอดครับ
หากทิ้งไว้ไม่รักษา นอกจากจะปวดทรมานแล้ว อาจเกิดภาวะ:
นิ้วงอติด: เส้นเอ็นยึดติดจนไม่สามารถเหยียดนิ้วได้ตรงอีกเลย
ข้อติดแข็ง: เนื่องจากไม่ได้ขยับนิ้วมานาน ทำให้ข้อต่ออักเสบและเสื่อมสภาพ
เส้นเอ็นขาด: ในรายที่อักเสบเรื้อรังรุนแรงจนเส้นเอ็นเปื่อย
เลี่ยงการยกของหนักด้วยนิ้วมือ: ให้ใช้ฝ่ามือช่วยรับน้ำหนัก หรือใช้รถเข็นแทน
ปรับท่าทางใช้มือ: ไม่กำตะหลิวหรือค้อนแน่นเกินความจำเป็น
ยืดกล้ามเนื้อแขนและนิ้ว: ทำสลับกับการทำงานทุกๆ 1 ชั่วโมง
ให้ความอบอุ่น: หากต้องทำงานในห้องแอร์เย็นๆ ควรใส่ถุงมือหรือแช่น้ำอุ่นหลังเลิกงาน
สังเกตสัญญาณเตือน: หากเริ่มเจ็บโคนนิ้ว ให้รีบพักมือและพบแพทย์ทันที
Q: การสะกิดด้วยเข็มเจ็บไหม? A: เจ็บน้อยมากครับ เหมือนการฉีดยาทั่วไป เพราะมีการฉีดยาชาเฉพาะจุดก่อนเริ่มทำครับ
Q: ต้องนอนโรงพยาบาลไหม? A: ไม่ต้องครับ เป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอก ทำเสร็จพักสังเกตอาการครู่เดียวก็กลับบ้านได้เลย
Q: หลังทำโดนน้ำได้เมื่อไหร่? A: เนื่องจากเป็นรูเข็มขนาดเล็กมาก ปกติหมอจะให้ปิดพลาสเตอร์กันน้ำไว้ 1-2 วัน หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตได้ปกติครับ
นิ้วล็อกเกิดจากการอักเสบของพังผืดที่รัดเส้นเอ็นจนเคลื่อนไหวไม่ได้
พฤติกรรมการใช้งานมือซ้ำๆ และโรคประจำตัวคือปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
การรักษาด้วยเข็มสะกิดผ่านจออัลตราซาวด์ (Percutaneous Release) เป็นวิธีที่ปลอดภัยและแม่นยำ
วิธีนี้ไม่มีแผลผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน และกลับไปทำงานได้ไว
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการพักมือและยืดเหยียดนิ้วสม่ำเสมอ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#นิ้วล็อก #รักษานิ้วล็อกไม่ต้องผ่าตัด #สะกิดนิ้วล็อก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดโคนนิ้ว #กายภาพบำบัด #อัลตราซาวด์ #TriggerFinger #HandPain #PercutaneousRelease #OrthopedicsThailand #UltrasoundGuided #ปวดมือ #สุขภาพแม่บ้าน #ออฟฟิศซินโดรม