
“ช่วงนี้ทำไมเพลียจัง ปวดเมื่อยตามตัวบ่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้ทำงานหนัก หรือกระดูกเราจะบางลงนะ?”
ความกังวลใจนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ หลายคนอาจมองข้ามวิตามินชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างเองได้จากแสงแดด แต่เชื่อไหมครับว่าคนไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะวัยทำงานที่อยู่แต่ในห้องแอร์ กลับมีภาวะขาดวิตามินชนิดนี้กันมากขึ้นอย่างน่าตกใจ
คุณวิภา (นามสมมติ) อายุ 42 ปี พนักงานบริษัทเอกชน มาพบผมด้วยอาการปวดเมื่อยล้าตามกล้ามเนื้อและปวดตามข้อต่างๆ บ่อยครั้ง เธอรู้สึกเหนื่อยง่ายและนอนหลับไม่สนิท ทั้งที่พยายามทานอาหารครบ 5 หมู่ และไปนวดสปาอยู่เป็นประจำแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น
เมื่อผมตรวจร่างกายและส่งตรวจเลือดเพื่อเช็คระดับวิตามินดี ผลปรากฏว่าระดับวิตามินดีในเลือดของเธอต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมาก หลังจากที่คุณวิภาได้รับคำแนะนำในการปรับพฤติกรรมและการเสริมวิตามินดีอย่างถูกวิธี เพียงไม่กี่เดือนเธอก็กลับมาสดใส อาการปวดเมื่อยลดลงอย่างเห็นได้ชัด และมีพลังในการทำงานมากขึ้นครับ
วิตามินดี (Vitamin D) หรือที่หลายคนเรียกว่า "วิตามินแดด" เปรียบเสมือน "กุญแจ" สำคัญที่คอยไขประตูให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมจากอาหารที่เราทานเข้าไป เพื่อนำไปสร้างกระดูกให้แข็งแรงครับ หากขาดกุญแจดอกนี้ ต่อให้เราทานแคลเซียมเข้าไปมากแค่ไหน ร่างกายก็เอาไปใช้ได้ไม่เต็มที่
ลองนึกภาพว่ากระดูกของเราเหมือนโครงสร้างบ้าน และแคลเซียมคืออิฐ วิตามินดีก็คือช่างก่อสร้างครับ ถ้าไม่มีช่างคอยจัดเรียงอิฐ บ้านของเราก็จะไม่แข็งแรงและพังทลายได้ง่ายในที่สุด
รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลียผิดปกติ แม้จะนอนพักผ่อนเพียงพอ
มีอาการปวดกระดูก หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเรื้อรัง
ป่วยบ่อย ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นหวัดง่าย
มีภาวะซึมเศร้า หรืออารมณ์แปรปรวนง่ายขึ้น
แผลหายช้ากว่าปกติ
การทำงานในออฟฟิศหรืออยู่แต่ในอาคารตลอดวัน ไม่โดนแสงแดด
การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เป็นประจำเพื่อป้องกันผิว
ผู้สูงอายุ เนื่องจากผิวหนังสร้างวิตามินดีได้น้อยลงตามวัย
คนที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน
คนที่มีผิวสีเข้ม ซึ่งจะสังเคราะห์วิตามินดีจากแดดได้ยากกว่า
หากคุณมีอาการสงสัย แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการรับประทานอาหาร จากนั้นจะทำการ "ตรวจเลือด" เพื่อวัดระดับวิตามินดีที่เรียกว่า 25-hydroxyvitamin D ครับ
ผลการตรวจเลือดจะช่วยระบุได้ชัดเจนว่าคุณอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีภาวะพร่อง หรือภาวะขาดวิตามินดีอย่างรุนแรง ซึ่งข้อมูลนี้สำคัญมากต่อการกำหนดขนาดของวิตามินที่จะต้องเสริมเข้าไปอย่างเหมาะสมครับ
การรักษาภาวะวิตามินดีต่ำส่วนใหญ่ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้:
ปรับพฤติกรรมรับแสงแดด: แนะนำให้ออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ ช่วงเช้า (ก่อน 09.00 น.) หรือช่วงเย็น (หลัง 16.00 น.) ประมาณ 15-20 นาที โดยให้ผิวหนังบริเวณแขนหรือขาโดนแดดบ้าง
ปรับเปลี่ยนอาหาร: เลือกทานอาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น ปลาที่มีไขมันดี (แซลมอน, ทูน่า, แมกเคอเรล), ไข่แดง, เห็ดบางชนิด และนมที่เสริมวิตามินดี
การเสริมวิตามินดีชนิดรับประทาน: หากระดับในเลือดต่ำมาก แพทย์จะจ่ายวิตามินดีเสริม (มักเป็น Vitamin D3) โดยขนาดที่ใช้จะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงที่ตรวจพบ
การติดตามผล: แพทย์จะนัดตรวจเลือดซ้ำหลังจากทานยาไปแล้ว 3-6 เดือน เพื่อดูว่าระดับวิตามินดีกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือยัง
การดูแลโรคร่วม: ในรายที่มีภาวะกระดูกพรุนร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาให้ยารักษากระดูกพรุนเฉพาะจุดร่วมกับการเสริมวิตามินดีและแคลเซียมครับ
ถ้าผลตรวจปกติ: ทานเพื่อประคองระดับ (Maintenance)
ถ้าผลตรวจต่ำมาก: ต้องทานขนาดสูงเพื่อรักษา (Treatment) ซึ่งหมอจะเป็นคนคำนวณโดสที่เหมาะสมให้ครับ
สำหรับคนทั่วไป (ป้องกัน): ทานวันละ 600–1,000 IU หรือ 2,000 IU วันเว้นวัน ก็เพียงพอแล้วครับ
สำหรับคนที่มีภาวะขาด: แพทย์อาจสั่งให้ทานสูงถึง 5,000–20,000 IU ต่อสัปดาห์ในช่วงแรก ซึ่งขนาดนี้ห้ามซื้อทานเองเป็นระยะเวลานานเด็ดขาดครับ
คลื่นไส้ อาเจียน
กระหายน้ำผิดปกติ ปัสสาวะบ่อย
ท้องผูกอย่างรุนแรง
สับสน หรือเหนื่อยล้าผิดปกติ
ข่าวดีคือ ภาวะวิตามินดีต่ำสามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ! หากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ระดับวิตามินดีมักจะกลับเข้าสู่เกณฑ์ปกติภายในเวลาไม่กี่เดือน อาการปวดเมื่อยและอ่อนเพลียจะค่อยๆ ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หากหยุดดูแลตัวเองและกลับไปใช้ชีวิตในร่มตลอดเวลาเหมือนเดิม ก็มีโอกาสกลับมาต่ำได้อีกครับ
โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis): ทำให้กระดูกหักง่ายแม้เกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย
โรคกระดูกน่วม (Osteomalacia): ทำให้มีอาการปวดกระดูกอย่างรุนแรงและกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง: มีงานวิจัยพบความเชื่อมโยงระหว่างระดับวิตามินดีต่ำกับโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด
ออกมารับแสงแดดธรรมชาติอย่างน้อยวันละ 15 นาที
รับประทานปลาทะเลและไข่แดงเป็นประจำ
รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ตรวจสุขภาพและเช็คระดับวิตามินประจำปี โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยทอง
ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทานวิตามินเสริมเอง เพื่อป้องกันภาวะวิตามินเกิน
Q: ทานวิตามินดีเสริมเองตามร้านขายยาได้เลยไหม? A: แม้จะเป็นวิตามิน แต่การได้รับในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูงจนเป็นอันตรายต่อไตได้ครับ ควรตรวจเลือดและได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนจะดีที่สุด
Q: ทากันแดดแล้วจะได้รับวิตามินดีจากแดดไหม? A: การทากันแดดช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง แต่ก็ขัดขวางการสร้างวิตามินดีด้วยเช่นกันครับ แนะนำให้เว้นการทากันแดดที่แขนหรือขาในช่วงที่ออกมาตากแดดสั้นๆ 10-15 นาทีครับ
Q: ต้องกินนานแค่ไหนอาการปวดถึงจะหาย? A: ส่วนใหญ่อาการจะเริ่มดีขึ้นใน 4-8 สัปดาห์หลังจากระดับวิตามินดีในร่างกายเริ่มคงที่ครับ
วิตามินดีสำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียมและช่วยให้กระดูกแข็งแรง
คนไทยยุคใหม่เสี่ยงขาดวิตามินดีเพราะอยู่แต่ในร่มและเลี่ยงแดด
อาการเตือนที่พบบ่อยคือ ปวดเมื่อยตัว ปวดกระดูก และเพลียเรื้อรัง
การรักษาทำได้ง่ายด้วยการปรับพฤติกรรมและการทานวิตามินเสริมตามคำสั่งแพทย์
การตรวจระดับวิตามินดีในเลือดเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการวินิจฉัย
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#วิตามินดี #กระดูกพรุน #ปวดกระดูก #ขาดวิตามินดี #ปวดเมื่อย #สุขภาพผู้สูงอายุ #ออฟฟิศซินโดรม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #แคลเซียม #ดูแลสุขภาพ #VitaminD #BoneHealth #Osteoporosis #Wellness #Orthopedics
Holick MF. Vitamin D deficiency. N Engl J Med. 2007;357(3):266-81. (อธิบายเกี่ยวกับกลไกการเกิดภาวะขาดวิตามินดีและผลกระทบต่อร่างกายอย่างครอบคลุม)
Lips P. Vitamin D deficiency and secondary hyperparathyroidism in the elderly: consequences for bone loss and fractures and therapeutic implications. Endocr Rev. 2001;22(4):477-501. (กล่าวถึงความสำคัญของวิตามินดีต่อความแข็งแรงของกระดูกในผู้สูงอายุ)
Rosen CJ. Clinical practice. Vitamin D insufficiency. N Engl J Med. 2011;364(3):248-54. (ให้แนวทางการวินิจฉัยและการรักษาภาวะวิตามินดีต่ำในเวชปฏิบัติ)
Pludowski P, Holick MF, Grant WB, et al. Vitamin D supplementation guidelines. J Steroid Biochem Mol Biol. 2018;175:125-135. (รวบรวมคำแนะนำในการเสริมวิตามินดีที่เหมาะสมสำหรับคนแต่ละกลุ่ม)
Charoenngam N, Holick MF. Immunologic Effects of Vitamin D on Human Health and Disease. Nutrients. 2020;12(7):2097. (อธิบายถึงความเชื่อมโยงของวิตามินดีกับระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์)