

“คุณหมอครับ อยู่ดีๆ นิ้วโป้งเท้าผมก็กระดกไม่ขึ้น เดินแล้วรองเท้าแตะหลุดบ่อยมาก บางทีก็รู้สึกเหมือนปลายเท้าตกไปเฉยๆ แบบนี้อันตรายไหมครับ?” นี่เป็นคำถามที่คุณสมชาย (นามสมมติ) วัย 45 ปี พนักงานบริษัทที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ และชอบยกของหนักในวันหยุด เข้ามาปรึกษาด้วยสีหน้ากังวลใจ
คุณสมชายเล่าว่า เริ่มแรกเขามีอาการปวดหลังส่วนล่างร้าวลงมาที่สะโพกและขา ต่อมาอาการปวดเริ่มหายไป แต่กลายเป็นความรู้สึก “ชา” และ “อ่อนแรง” เข้ามาแทนที่ จนกระทั่งสังเกตว่านิ้วโป้งเท้าข้างขวาเริ่มสั่งการไม่ได้ตามใจนึก กระดกขึ้นลงไม่ได้เหมือนข้างซ้าย ทำให้บุคลิกการเดินเปลี่ยนไปและเสี่ยงต่อการสะดุดล้มอยู่บ่อยครั้ง
อาการนิ้วเท้ากระดกไม่ได้ หรือที่ทางการแพทย์มักจะมีความเกี่ยวข้องกับ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Lumbar Disc Herniation) เป็นภาวะที่เนื้อเยื่ออ่อนๆ ของหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาจากตำแหน่งปกติ เปรียบเสมือน “ไส้ขนมปัง” ที่ทะลักออกมาแล้วไปกดเบียด “สายไฟ” หรือเส้นประสาทที่อยู่ข้างๆ
เส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อสำหรับกระดกนิ้วเท้าและข้อเท้านั้น มีต้นตอมาจากบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว เมื่อสายไฟเส้นนี้ถูกกดทับอย่างรุนแรงหรือเรื้อรัง สัญญาณไฟฟ้าจากสมองจึงส่งไปไม่ถึงปลายเท้า ผลที่ตามมาคือกล้ามเนื้อเริ่มฝ่อตัวและไม่มีแรง จนเกิดอาการที่เรียกว่า “เท้าตก” หรือนิ้วเท้ากระดกไม่ได้นั่นเองครับ
โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Lumbar Disc Herniation) เกิดจากการที่เปลือกนอกของหมอนรองกระดูกฉีกขาดหรือเสื่อมสภาพตามวัยและการใช้งาน ทำให้สารกึ่งเหลวภายในปลิ้นออกมา อาการมักเริ่มจากการปวดหลังร้าวลงขา หากกดทับเส้นประสาทเส้นที่ 5 (L5) จะส่งผลชัดเจนต่อการกระดกนิ้วโป้งเท้า
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง:
การยกของหนักผิดท่า โดยใช้หลังก้มแทนการย่อเข่า
พฤติกรรมการนั่งนานๆ หรือนั่งทำงานด้วยท่านั่งที่ไม่เหมาะสม
น้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน ทำให้กระดูกหลังแบกรับภาระหนัก
อายุที่มากขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกสูญเสียความยืดหยุ่น
การสูบบุหรี่ ซึ่งส่งผลเสียต่อการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูก
เมื่อมาพบหมอ หมอจะเริ่มจากการ ตรวจร่างกาย อย่างละเอียดเพื่อประเมินระดับความแรงของกล้ามเนื้อและการรับความรู้สึก จากนั้นอาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติมดังนี้:
เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูกและช่องว่างระหว่างกระดูก
MRI (Magnetic Resonance Imaging): เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เห็นภาพหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทได้อย่างชัดเจนที่สุด
การตรวจเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า (NCV: nerve conducting velocity): เพื่อยืนยันว่าเส้นประสาทเส้นไหนเสียหายและรุนแรงระดับใด
นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งเลยครับ โดยเฉพาะกระดูกสันหลังส่วนเอวข้อที่ 4 และ 5 (L4-L5) ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นประสาทไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่ใช้กระดกนิ้วโป้งเท้าและข้อเท้าพอดี
กลไก: หมอนรองกระดูกที่เสื่อมหรือปลิ้นออกมา ไปกดทับรากประสาทอย่างรุนแรง ทำให้สัญญาณสั่งการส่งไปไม่ถึงเท้า
อาการร่วม: มักจะมีอาการปวดหลังร้าวลงขา หรือปวดสะโพกร่วมด้วย
เส้นประสาทเส้นนี้วางตัวอยู่ตื้นมากตรงบริเวณหัวกระดูกน่อง (ข้างๆ หัวเข่าด้านนอก) ทำให้บาดเจ็บได้ง่าย
สาเหตุ: การนั่งไขว่ห้างนานๆ เป็นประจำ, การใส่เฝือกที่แน่นเกินไป, หรือแม้แต่การนอนติดเตียงในท่าเดิมนานๆ จนเส้นประสาทถูกกดกับที่นอน
อาการร่วม: มักจะมีอาการชาบริเวณหลังเท้า และกระดกข้อเท้าขึ้นไม่ได้
น้ำตาลในเลือดที่สูงนานๆ จะทำลายผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นประสาท
บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขาหรือหลัง แต่อยู่ที่ "เครื่องแม่ข่าย" อย่างสมองหรือไขสันหลัง
สาเหตุ: โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke), เนื้องอกในสมอง หรือการบาดเจ็บที่ไขสันหลังโดยตรง
อาการร่วม: มักมีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก หรือมีอาการเกร็งร่วมด้วย
แม้จะพบได้น้อยกว่า แต่โรคที่ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อลีบหรืออักเสบเรื้อรัง (เช่น กล้ามเนื้อเจริญผิดเพี้ยน หรือ Muscular Dystrophy) ก็ส่งผลให้ไม่มีแรงกระดกนิ้วเท้าได้เช่นกันครับ
ถ้าปวดหลังร่วมด้วย: มักเกิดจากหมอนรองกระดูก
ถ้าชอบนั่งไขว่ห้างแล้วเป็น: มักเกิดจากเส้นประสาทข้างเข่าถูกกด
ถ้ามีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน: อาจเกิดจากเส้นประสาทเสื่อมจากน้ำตาลสูง
ถ้ามีอาการปากเบี้ยว พูดไม่ชัดร่วมด้วย: ต้องรีบไปห้องฉุกเฉินทันทีเพราะอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
ข่าวดีคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากตรวจพบและรักษาได้ทันท่วงทีครับ โดยลำดับการรักษาจะมีดังนี้:
การปรับพฤติกรรม: งดการยกของหนัก นั่งในท่าที่ถูกต้อง และพักการใช้งานหลัง
กายภาพบำบัด: การยืดกล้ามเนื้อและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว
การใช้ยา: ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ และยาบำรุงเส้นประสาท
การฉีดยาเฉพาะจุด: การฉีดสเตียรอยด์เข้าช่องไขสันหลังโดยใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ช่วยนำทางเพื่อความแม่นยำและปลอดภัย
การผ่าตัด: หมอจะพิจารณาในกรณีที่อาการรุนแรง เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ โดยปัจจุบันมีการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคปซึ่งแผลเล็กและฟื้นตัวเร็ว
หลายคนกังวลว่านิ้วเท้าจะพิการถาวรไหม คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ถูกกดทับ” ครับ หากเส้นประสาทถูกทับไม่นานและได้รับการรักษาที่เหมาะสม กล้ามเนื้อมักจะค่อยๆ กลับมาทำงานได้ แต่หากปล่อยไว้นานจนเส้นประสาทเสียหายถาวร การฟื้นฟูอาจทำได้ยากและใช้เวลานานเป็นปี ดังนั้นการมาพบแพทย์เร็วคือหัวใจสำคัญครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น:
กล้ามเนื้อขาฝ่อลีบ
การเดินผิดปกติ จนทำให้ปวดเข่าและสะโพกตามมา
ความเสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหักในผู้สูงอายุ
อาการชาหนึบเรื้อรังที่เท้า
ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องสม่ำเสมอ
ปรับท่านั่งทำงานให้หลังพิงพนัก เท้าวางราบพื้น
หลีกเลี่ยงการก้มตัวยกของหนัก ให้ใช้วิธีย่อเข่าแทน
ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
เปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 1 ชั่วโมง ไม่นั่งแช่ท่าเดิมนานๆ
Q: นิ้วเท้ากระดกไม่ได้ แต่อาการปวดหลังหายไปแล้ว ถือว่าดีขึ้นไหม? หมอเก่ง: น่ากังวลครับ เพราะบางครั้งอาการปวดที่หายไปแต่เปลี่ยนเป็นอ่อนแรงแทน อาจหมายถึงเส้นประสาทถูกกดจนเริ่ม "ชา" และ "ตาย" ทำให้ไม่รู้สึกปวด แต่สั่งการไม่ได้ ควรพบแพทย์ด่วนครับ
Q: ต้องทำ MRI ทุกเคสไหม? หมอเก่ง: หากมีอาการอ่อนแรงชัดเจน เช่น นิ้วเท้าตก หมอมักแนะนำให้ทำ MRI เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำครับ
Q: นวดแผนไทยช่วยรักษาอาการนิ้วเท้าตกได้หรือไม่? หมอเก่ง: การนวดช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อได้ แต่หากสาเหตุมาจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท การนวดที่รุนแรงอาจทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นเพิ่มขึ้นจนเป็นอันตรายได้ครับ
อาการนิ้วเท้ากระดกไม่ได้ มักเกิดจากเส้นประสาทส่วนเอวถูกกดทับ
อาการอ่อนแรง (นิ้วตก เท้าตก) เป็นสัญญาณที่อันตรายกว่าอาการปวดทั่วไป
การวินิจฉัยที่แม่นยำด้วย MRI ช่วยให้รักษาได้ตรงจุด และการตรวจด้วย NCV
ผู้ป่วยส่วนใหญ่รักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรม ยา และกายภาพบำบัด
หากปล่อยไว้นาน เส้นประสาทอาจเสียหายถาวรจนเดินลำบาก
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #นิ้วเท้ากระดกไม่ได้ #เท้าตก #ปวดหลังร้าวลงขา #ชามือชาเท้า #กระดูกสันหลังเสื่อม #กายภาพบำบัด #ผ่าตัดส่องกล้อง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #BackPain #Sciatica #DiscHerniation #FootDrop #Orthopedics