"คุณหมอคะ ลูกสาวอายุ 12 ปี เวลาเดินหรือขยับตัว หัวเข่าจะมีเสียงดังกร๊อบแก๊บตลอดเลย เป็นมาหลายเดือนแล้วค่ะ ไปหาคุณหมอเฉพาะทางท่านก็บอกว่าถ้าไม่ปวดก็ปกติ แต่คนเป็นแม่ก็ยังอดกังวลไม่ได้ ทำไมมันถึงดังไม่หายสักทีคะ?"
หมอเข้าใจความเป็นห่วงของคุณแม่เลยครับ อาการเสียงดังในข้อในเด็กวัยรุ่น (วัยกำลังโต) เป็นเรื่องที่พบบ่อยมาก และมักจะสร้างความสงบให้กับคุณพ่อคุณแม่เสมอ วันนี้หมอจะมาช่วยอธิบายให้สบายใจขึ้นครับว่า เสียงเหล่านั้นมาจากไหน และเมื่อไหร่ที่เราถึงต้องเริ่ม "กังวล" จริง ๆ
น้องน้ำหวาน อายุ 12 ปี เป็นเด็กกิจกรรม ชอบวิ่งเล่นและเต้นกับเพื่อน ๆ คุณแม่สังเกตว่าช่วง 3-4 เดือนมานี้ เวลาน้องลุกนั่งหรือยืดขา จะมีเสียง "กึก" หรือ "กร๊อบแก๊บ" ที่เข่าทั้งสองข้างชัดเจนมาก แต่น้องน้ำหวานก็ยังวิ่งได้ปกติ ไม่เคยบ่นปวด ไม่มีการบวมแดง
คุณแม่พาน้องไปพบหมอกระดูก คุณหมอก็ตรวจคลำและให้ขยับข้อเข่าดู แล้วสรุปว่า "ไม่เป็นไร" ซึ่งคุณแม่ก็ยังคาใจว่า "ถ้าไม่เป็นไร แล้วเสียงมันมาจากไหน?" และ "มันจะหายไปเองไหม?" นี่คือสถานการณ์ยอดฮิตที่หมอกระดูกเด็กเจอเป็นประจำครับ
ลองจินตนาการว่าในข้อเข่าของเรามี "น้ำหล่อเลี้ยงข้อ" อยู่ครับ ภายในน้ำนี้จะมีฟองอากาศเล็ก ๆ (ก๊าซ) กระจายตัวอยู่
ฟองอากาศแตก: เวลาเราขยับข้อเข่าเร็ว ๆ หรือเปลี่ยนท่า ปริมาตรในข้อจะเปลี่ยนไป ทำให้ฟองอากาศเหล่านี้ "แตก" ออกจนเกิดเสียง ดังเหมือนเวลาเราดึงนิ้วเล่นนั่นเองครับ
เอ็นสะบัดข้ามกระดูก: ในวัย 12 ปี เป็นช่วงที่เด็กกำลัง "ยืดตัว" (Growth Spurt) กระดูกจะยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นอาจจะยังยืดตามไม่ทัน ทำให้เอ็นมีความตึงและไป "ดีด" หรือ "สะบัด" ข้ามปุ่มกระดูกเวลาขยับเข่า คล้ายกับเราดีดสายกีตาร์ครับ
ภาวะเสียงในข้อเข่าในวัยเด็กและวัยรุ่น ส่วนใหญ่มักเป็นภาวะทางสรีรวิทยาปกติ (Physiological Noise)
โรคคืออะไร: ในกรณีที่ไม่ปวด มักไม่ใช่โรค แต่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของข้อต่อ
สาเหตุ: การเปลี่ยนแปลงของแรงดันในข้อ (Cavitation) หรือการเสียดสีเบา ๆ ของเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อรอบข้อ
อาการ: มีเสียงกร๊อบแก๊บ ซ่า ๆ หรือกึก ๆ ขณะขยับ โดยไม่มีอาการปวด บวม หรือขัดในข้อ
ช่วงวัยกำลังโต (Growth Spurt): กระดูกโตเร็วกว่ากล้ามเนื้อ ทำให้ข้อต่อและเอ็นตึงกว่าปกติ
ภาวะข้อหลวม (Joint Hypermobility): เด็กบางคนมีพันธุกรรมที่เส้นเอ็นยืดหยุ่นสูงกว่าปกติ ทำให้ข้อขยับได้มากกว่าคนอื่นและเกิดเสียงง่าย
กล้ามเนื้อหน้าขาไม่สมดุล: กล้ามเนื้อรอบเข่า (Quadriceps) แข็งแรงไม่เท่ากัน ทำให้ลูกสะบ้าเคลื่อนที่แบบ "เบี้ยว" ไปเล็กน้อยจนเกิดเสียง
พฤติกรรมการนั่ง: เช่น นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งยอง ๆ นาน ๆ
การขาดการยืดเหยียด: เด็กที่ชอบทำกิจกรรมแต่ไม่ค่อยยืดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย
เวลาคุณหมอเฉพาะทางตรวจเบื้องต้น ท่านจะดู "สัญญาณอันตราย" (Red Flags) ดังนี้ครับ:
การคลำและขยับ: ดูว่ามีจุดกดเจ็บไหม หรือสะบ้าฝืดผิดปกติหรือไม่
ความมั่นคงของข้อ: เช็กว่าเอ็นไขว้หน้าและข้างแข็งแรงดีไหม
การบวม: ดูว่ามีน้ำในข้อ (Effusion) หรือไม่
มุมของขา: ดูว่าขาโก่งหรือขาฉิ่งผิดปกติหรือไม่
หากตรวจแล้ว "ไม่พบ" สิ่งเหล่านี้ และ "ไม่มีอาการปวด" ร่วมด้วย คุณหมอมักจะไม่ส่งเอกซเรย์หรือ MRI เพราะไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแนวทางการรักษา และเสียงเหล่านี้ไม่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตครับ
แม้คุณหมอจะบอกว่าปกติ แต่เราสามารถช่วยให้ "เสียง" ลดลงหรือป้องกันไม่ให้กลายเป็นอาการปวดได้ครับ:
ปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการนั่งยอง ๆ นาน ๆ หรือการขึ้นลงบันไดที่หักโหมเกินไป
กายภาพบำบัดเบา ๆ: เน้นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps) เพื่อให้ลูกสะบ้ามั่นคงขึ้น
การยืดเหยียด (Stretching): เน้นยืดกล้ามเนื้อหลังขา (Hamstrings) และหน้าขาบ่อย ๆ เพื่อลดแรงดึงรั้งในข้อ
การเลือกหมวดกีฬา: หากน้องเข่าดังมาก อาจเลือกกีฬาที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน
สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: ไม่ต้องไปเพ่งเล็งที่เสียงมากนัก แต่ให้สังเกตว่าเริ่มมีอาการ "ปวด" ตามมาหรือไม่
อาการเสียงดังแบบไม่ปวดในวัยรุ่น "มักจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปเอง" เมื่อร่างกายโตเต็มที่ กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงสมดุลกับกระดูก และความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นคงที่ครับ บางคนอาจใช้เวลาเป็นปี แต่ถ้าไม่มีอาการปวด ก็ไม่ส่งผลเสียต่อการใช้งานในอนาคตครับ
หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ห้ามรอ ต้องรีบกลับไปพบแพทย์ครับ:
เริ่มมีอาการปวดเสียวในเข่า
เข่าบวม แดง หรือร้อน
มีอาการ "เข่าล็อค" ขยับไม่ได้กะทันหัน
เดินกะเผลก หรือแข้งขาอ่อนแรง
เสียงดังนั้นเกิดจากการกระแทกหรืออุบัติเหตุ
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เน้นการสร้างกล้ามเนื้อที่สมดุล
ควบคุมน้ำหนัก: เพื่อไม่ให้ข้อเข่ารับภาระหนักเกินไปในวัยเจริญเติบโต
ใส่รองเท้าที่เหมาะสม: มีการรองรับแรงกระแทกที่ดีขณะทำกิจกรรม
ทานอาหารที่มีแคลเซียมและโปรตีน: เพื่อเสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ
สอนให้ลูกฟังร่างกาย: บอกลูกว่าถ้าวันไหนขยับแล้วเริ่มเจ็บ ให้รีบบอกคุณแม่ทันที
Q: เข่าดังกร๊อบแก๊บแบบนี้ จะเป็นข้อเข่าเสื่อมตอนโตไหม? A: ไม่เกี่ยวกันเลยครับ เสียงในวัยเด็กที่ไม่มีอาการปวด ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าจะเป็นข้อเข่าเสื่อมในอนาคตครับ
Q: ต้องกินแคลเซียมเพิ่มไหมเพื่อให้เสียงหาย? A: แคลเซียมช่วยเรื่องมวลกระดูก แต่ไม่ได้ช่วยลดเสียงในข้อโดยตรงครับ ทานตามความเหมาะสมของวัยก็เพียงพอครับ
Q: ควรให้น้องหยุดเล่นพละหรือเล่นกีฬาไหม? A: ไม่ต้องหยุดครับ! การออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นและช่วยลดเสียงได้ในระยะยาว เพียงแต่ต้องวอร์มอัพให้ดีก่อนเล่นครับ
เสียงกร๊อบแก๊บในเข่าเด็กวัย 12 ปี ที่ไม่ปวด ส่วนใหญ่คือ "เรื่องปกติ"
สาเหตุหลักมาจากฟองอากาศในข้อแตก หรือเส้นเอ็นสะบัดข้ามกระดูกในช่วงที่เด็กยืดตัวเร็ว
คุณหมอเฉพาะทางวินิจฉัยจากการไม่มีอาการปวด บวม หรือขัดในข้อ
การสร้างกล้ามเนื้อหน้าขาให้แข็งแรงและการยืดเหยียด จะช่วยให้อาการค่อย ๆ ดีขึ้น
สบายใจได้ครับ ตราบใดที่น้องยังวิ่งเล่นสนุกและไม่บ่นเจ็บ เสียงนั้นก็แค่ "เสียง" ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เข่าดัง #เข่ากร๊อบแก๊บ #ลูกเจ็บเข่า #กระดูกและข้อในเด็ก #วัยรุ่น #ปวดเข่า #ชามือ #ปวดหลัง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #KneeNoise #Crepitus #PediatricOrthopedics #HealthyKids #GrowthSpurt
