คืนหนึ่งข้อเท้าเริ่มบวม ร้อน เจ็บจนวางเท้าลงไม่ได้ พอตื่นเช้ามาลุกเดินไม่ไหว ใส่รองเท้าไม่เข้า

หลายคนบอก "เก๊าท์แน่นอน คงกินอาหารผิด"

แต่ในความเป็นจริง บางครั้งไม่ใช่เก๊าท์ และถ้าเป็นอีกโรคหนึ่งที่หน้าตาคล้ายกัน รอช้าแค่ 24-48 ชั่วโมง ข้อเท้าอาจเสียถาวร

――――――――――――――――――――――――

ข้อเท้าบวมร้อนเฉียบพลัน เก๊าท์ หรืออาจเป็น "ข้ออักเสบติดเชื้อ"

――――――――――――――――――――――――

ข้ออักเสบติดเชื้อ คืออะไร

ข้ออักเสบติดเชื้อ (Septic Arthritis) คือภาวะที่มีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปอยู่ภายในข้อ ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงและทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ลองนึกภาพข้อต่อในร่างกายเหมือน "ห้องปิดที่มีน้ำหล่อลื่นอยู่ภายใน" เมื่อเชื้อโรคเข้าไปได้ จะแบ่งตัวเร็วมากเพราะอยู่ในสิ่งแวดล้อมอบอุ่นและมีอาหาร เม็ดเลือดขาวที่วิ่งเข้ามาสู้ก็ปล่อยเอนไซม์ที่เผลอกัดกระดูกอ่อนไปด้วย

เชื้อเข้าข้อได้ "3 ทาง" หลัก

[1] ทางกระแสเลือด เช่น มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ปอดบวม หรือแผลที่ผิวหนัง แล้วเชื้อกระจายไปตามเลือดจนเข้าข้อ

[2] ลามจากการติดเชื้อข้างเคียง เช่น แผลที่ผิวหนังบริเวณรอบข้อ

[3] ผ่านเข็มฉีดยา หรือการบาดเจ็บที่เจาะทะลุเข้าข้อ

――――――――――――――――――――――――

ทำไม "ข้อเท้าบวมเฉียบพลัน" จึงต้องคิดถึงโรคนี้เสมอ

ข้อเท้าเป็นข้อเล็กแต่รับน้ำหนักทุกครั้งที่ยืน ถ้าข้อเสียหายจากการติดเชื้อแม้เพียง 1-2 วัน อาจเดินไม่ได้ตลอดชีวิต

ปัญหาคือ อาการของ "ข้ออักเสบติดเชื้อ" กับ "เก๊าท์" และ "เก๊าท์เทียม" หน้าตาคล้ายกันมาก ทั้งสามโรคทำให้

  • ข้อบวมขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง

  • ร้อนชัดเจนเมื่อสัมผัส

  • เจ็บมากจนขยับไม่ได้

  • อาจมีไข้ร่วมด้วย

แต่ "ผลลัพธ์" ของการรักษาช้าต่างกันสิ้นเชิง เก๊าท์รักษาช้าไป 1-2 วัน อาจแค่ปวดทรมาน แต่ "ข้ออักเสบติดเชื้อ" รักษาช้า อาจเสียข้อถาวร หรืออันตรายถึงชีวิตในผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำ

――――――――――――――――――――――――

ใครคือ "กลุ่มเสี่ยง" ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

[1] ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป

[2] ผู้ป่วยเบาหวานที่คุมน้ำตาลไม่ดี

[3] ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ "Rheumatoid Arthritis" หรือโรคข้ออื่นๆ ที่มีข้อเสียหายเดิม

[4] ผู้ป่วยที่กินยากดภูมิคุ้มกัน เช่น สเตียรอยด์ขนาดสูง ยาในกลุ่ม Biologic ยาเคมีบำบัด

[5] ผู้ป่วยที่เพิ่งฉีดยาเข้าข้อหรือผ่าตัดข้อมา

[6] ผู้ป่วยที่กำลังมีติดเชื้อในระบบอื่น เช่น ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ "Urinary Tract Infection" ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือมีแผลผิวหนังที่ติดเชื้อ

――――――――――――――――――――――――

ความเชื่อผิดๆ ที่อันตราย

ความเชื่อ "ปวดข้อเท้าเฉียบพลัน คือเก๊าท์เสมอ"

ความจริง ไม่จริงเสมอไป งานวิจัยพบว่า "ผู้ป่วยที่เคยเป็นเก๊าท์ มีโอกาสเป็นข้ออักเสบติดเชื้อสูงกว่าคนทั่วไป" และในผู้ป่วยสูงอายุที่ปวดข้อเฉียบพลัน "ข้ออักเสบติดเชื้อ" คือ 1 ใน 3 สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด

ความเชื่อ "ถ้าระดับกรดยูริกในเลือดสูง คือเก๊าท์แน่นอน"

ความจริง ระดับกรดยูริกในเลือดในช่วงที่เก๊าท์กำลังกำเริบ มักจะ "ปกติ" หรือ "ต่ำกว่าปกติ" เพราะกรดยูริกถูกดูดเข้าไปสะสมในข้อแล้ว ในทางกลับกัน คนที่มีกรดยูริกสูงเรื้อรังจำนวนมากก็ไม่เคยเป็นเก๊าท์เลย ดังนั้น "ระดับกรดยูริกในเลือดเพียงค่าเดียว แยกเก๊าท์ออกจากข้ออักเสบติดเชื้อไม่ได้"

ความเชื่อ "กินยาลดอักเสบเองก่อน ถ้าไม่ดีค่อยไปหาหมอ"

ความจริง อันตรายมาก เพราะการกินยาแก้อักเสบจะลดอาการบวมและความเจ็บปวดชั่วคราว ทำให้คนไข้คิดว่า "หายแล้ว" ขณะที่เชื้อในข้อยังทำลายกระดูกอ่อนอยู่ พอกลับมาปวดอีกครั้ง ข้ออาจเสียถาวรไปแล้ว

――――――――――――――――――――――――

สัญญาณเตือน "ต้องไปโรงพยาบาลทันที"

  • ข้อบวมร้อนเฉียบพลันภายใน 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ

  • มีไข้ร่วมกับข้อบวม

  • ปวดมากจนขยับข้อนิดเดียวก็ทนไม่ได้

  • ผิวหนังรอบข้อแดงและร้อนผิดปกติ

  • เป็นในกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวข้างต้น แม้อาการจะดูไม่รุนแรง

  • ปวดข้อขณะกำลังรักษาด้วยยาฆ่าเชื้ออื่นๆ อยู่ "เช่น กำลังรักษาติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ"

――――――――――――――――――――――――

มาตรฐานการวินิจฉัย "การเจาะข้อ"

การที่จะตอบให้แม่นยำว่าข้อที่บวมร้อนนี้คือเก๊าท์ หรือข้ออักเสบติดเชื้อ ต้องใช้ "การเจาะข้อ" (Arthrocentesis) เท่านั้น เพราะ

[1] การถ่ายภาพรังสีบอกได้แค่ "มีบวมที่เนื้อเยื่อรอบข้อ" แต่บอกไม่ได้ว่าเชื้อโรคในข้อมีหรือไม่

[2] การตรวจเลือดวัดเม็ดเลือดขาวหรือกรดยูริก ก็ไม่จำเพาะพอที่จะแยกสองโรคนี้ออกจากกัน

[3] มีเพียงน้ำในข้อเท่านั้นที่บอกได้จริง

เมื่อเจาะน้ำในข้อออกมาแล้ว แพทย์จะส่งตรวจ 3 อย่างที่สำคัญ

  • นับเม็ดเลือดขาวในน้ำข้อ ถ้าสูงมากกว่า 50,000 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร และมี Neutrophil สูงเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ คือสัญญาณของข้ออักเสบติดเชื้ออย่างมาก

  • ส่อง "ผลึก" ดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ถ้าเจอผลึก Monosodium Urate ก็คือเก๊าท์ ถ้าเจอผลึก Calcium Pyrophosphate ก็คือเก๊าท์เทียม

  • ย้อมแกรมและส่งเพาะเชื้อ เพื่อยืนยันการติดเชื้อและเลือกยาฆ่าเชื้อให้ตรง

สิ่งสำคัญที่คนไข้ต้องเข้าใจ เก๊าท์กับข้ออักเสบติดเชื้อ "สามารถเกิดพร้อมกันได้ในข้อเดียวกัน" ดังนั้นแม้เจอผลึกในข้อก็ยังต้องเพาะเชื้อเสมอ

――――――――――――――――――――――――

การรักษา รวดเร็วและรอบด้าน

เมื่อยืนยันว่าเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ การรักษามี 3 ส่วนหลัก

[1] ยาปฏิชีวนะฉีดเข้าเส้นเลือดทันทีโดยไม่รอผลเพาะเชื้อ เลือกยาตามชนิดเชื้อที่น่าจะเป็นในผู้ป่วยแต่ละราย เช่น ถ้ามีติดเชื้อทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย เชื้อมักเป็นชนิดแกรมลบ ก็ต้องเลือกยาที่ครอบคลุม

[2] การระบายหนองออกจากข้อ ผ่านการเจาะดูดซ้ำ ใช้กล้องส่องล้างข้อ หรือผ่าตัดเปิดล้างข้อ ขึ้นกับความรุนแรงและตำแหน่งของข้อ

[3] ทำกายภาพบำบัดหลังควบคุมการติดเชื้อได้แล้ว เพื่อให้ข้อกลับมาทำงานได้เร็วและลดข้อยึดติด

ยาปฏิชีวนะมักให้ทางหลอดเลือดดำต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แล้วเปลี่ยนเป็นยากินอีก 2-4 สัปดาห์ รวมประมาณ 4-6 สัปดาห์ ขึ้นกับชนิดเชื้อและการตอบสนอง

――――――――――――――――――――――――

สรุปสั้นๆ ที่ต้องจำ

[1] ข้อเท้าบวมร้อนเฉียบพลัน ไม่ได้แปลว่าเก๊าท์เสมอไป

[2] ถ้ามีไข้ ปวดมาก หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ต้องไปโรงพยาบาลทันที

[3] ระดับกรดยูริกในเลือดเพียงค่าเดียว แยกสองโรคนี้ไม่ได้

[4] การเจาะข้อคือมาตรฐานที่บอกได้ว่าเป็นโรคอะไร

[5] ข้ออักเสบติดเชื้อรักษาช้าแม้แค่ 24-48 ชั่วโมง อาจเสียข้อถาวร

――――――――――――――――――――――――

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

เนื้อหานี้เป็นเพียงความรู้ทั่วไป ไม่ทดแทนการวินิจฉัยและการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการน่าสงสัยกรุณาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน

สอบถามและนัดหมายปรึกษา

หมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก

Line OA @doctorkeng

เว็บไซต์ doctorkeng.com

――――――――――――――――――――――――

#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #ข้ออักเสบติดเชื้อ #SepticArthritis #ข้อเท้าบวม #เก๊าท์ #Gout #ปวดข้อเฉียบพลัน #AcuteMonoarthritis #เจาะข้อ #Arthrocentesis #รักษาปวดได้ไม่ต้องผ่าตัด #orthopedics #เชียงใหม่ #คลินิกกระดูกและข้อเชียงใหม่