
อาการปวดก้นเป็นความทรมานที่คนวัยเก๋าหลายท่านต้องเผชิญ บางคนกังวลไปไกลว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือเปล่า? ทำไมปวดลึกๆ เวลาหย่อนก้นลงนั่ง แต่พอขยับตัวเดินกลับดูเหมือนจะดีขึ้น อาการนี้อาจไม่ใช่เรื่องของกระดูกสันหลังเสมอไปครับ แต่อาจเกิดจากจุดเล็กๆ ที่เราใช้นั่งทับอยู่ทุกวัน
ลองนึกถึงเคสของคุณป้าสมศรี (นามสมมติ) อายุ 67 ปี คุณป้าชอบนั่งสมาธิและนั่งอ่านหนังสือบนเก้าอี้ไม้แข็งๆ เป็นเวลานาน ช่วงเดือนที่ผ่านมาเริ่มรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณแก้มก้นข้างขวา เวลาลุกนั่งจะรู้สึกขัดๆ เจ็บจนต้องเอามือกุมก้นไว้ อาการปวดนี้ไม่ได้ร้าวลงไปถึงปลายเท้าเหมือนคนเป็นโรคเส้นประสาททับเส้น แต่จะเป็นจุดที่ชัดเจนมากคือ "ตรงหัวกระดูกที่ใช้นั่งทับ" พอดีเป๊ะ เมื่อมาตรวจร่างกาย หมอพบว่ามีจุดกดเจ็บที่รุนแรงบริเวณกระดูกก้น (Ischial Tuberosity) จึงวินิจฉัยว่าเป็น ภาวะถุงน้ำกระดูกก้นอักเสบ (Ischial Tuberosity Bursitis) ครับ
ร่างกายของเราถูกออกแบบมาอย่างมหัศจรรย์ครับ ตรงบริเวณกระดูกก้นที่สัมผัสกับเก้าอี้เวลาเรานั่ง จะมีถุงน้ำเล็กๆ ทำหน้าที่เหมือน "เบาะรองกระแทก" หรือ "โช้คอัพ" กั้นกลางระหว่างหัวกระดูกกับกล้ามเนื้อ เพื่อลดแรงเสียดสี
ลองจินตนาการว่าถุงน้ำนี้เหมือน "ลูกโป่งใส่น้ำใบเล็กๆ" ครับ ถ้าเรานั่งทับมันนานๆ บนพื้นแข็ง หรือมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstring) ที่รุนแรงเกินไป ลูกโป่งนี้จะเกิดการอักเสบ บวมเต่ง และคัดตึงขึ้นมา จนกลายเป็นก้อนความเจ็บปวดที่ทำให้เรานั่งไม่ติดที่นั่นเองครับ
ภาวะถุงน้ำกระดูกก้นอักเสบ (Ischial Tuberosity Bursitis) คือการอักเสบของถุงน้ำที่อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างกระดูกก้นยิ้มกับกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังครับ
สาเหตุ: เกิดจากการถูกกดทับเป็นเวลานาน (เช่น นั่งเก้าอี้แข็งนานๆ) หรือเกิดจากอุบัติเหตุล้มก้นกระแทก รวมถึงการใช้งานกล้ามเนื้อขาด้านหลังหนักเกินไปในกลุ่มผู้สูงอายุที่เริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ
อาการ: เจ็บลึกๆ บริเวณแก้มก้นข้างที่อักเสบ อาการจะชัดเจนมากตอนนั่งลงบนพื้นแข็ง หรือตอนเดินขึ้นบันได แต่จะ ไม่มี อาการปวดเสียวเหมือนไฟฟ้าช็อตร้าวลงขาแบบหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทครับ
การนั่งบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน: เช่น นั่งเก้าอี้ไม้ เก้าอี้พลาสติก หรือนั่งสมาธิบนพื้นแข็ง
อายุที่มากขึ้น: เนื้อเยื่อและไขมันบริเวณก้นเริ่มบางลง ทำให้แรงกดลงไปที่กระดูกและถุงน้ำโดยตรงมากขึ้น
กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังตึงตัว: ทำให้เกิดแรงดึงรั้งที่จุดเกาะของกระดูกก้นตลอดเวลา
น้ำหนักตัวที่น้อยเกินไป: ไม่มีไขมันช่วยรองรับแรงกระแทกขณะนั่ง
การเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหว: เช่น เริ่มเดินเร็วหรือขึ้นบันไดบ่อยขึ้นอย่างกะทันหัน
สำหรับการวินิจฉัยโรคนี้ ส่วนใหญ่หมอจะเน้นที่ การตรวจร่างกาย เป็นหลักครับ:
การกดจุดเจ็บ: หมอจะคลำหาตำแหน่งกระดูกก้น (Ischial Tuberosity) ถ้ากดแล้วคนไข้สะดุ้งเจ็บทันที มักจะใช่โรคนี้ครับ
การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้เห็นผลชัดมากครับ หมอจะเห็นถุงน้ำที่บวมและมีน้ำขังอยู่รอบๆ กระดูกก้น ช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้ทันที
MRI: มักจะทำในกรณีที่อาการไม่ชัดเจน หรือต้องการแยกแยะโรคอื่น เช่น กล้ามเนื้อฉีกขาด หรือเนื้องอก
เอกซเรย์: เพื่อดูว่ามีหินปูนเกาะที่จุดเกาะกล้ามเนื้อ หรือมีรอยร้าวของกระดูกหรือไม่
ข่าวดีคือโรคนี้รักษาไม่ยากครับ หากรู้วิธีที่ถูกต้อง:
ปรับพฤติกรรม: นี่คือหัวใจสำคัญครับ ต้องเปลี่ยนไปนั่งบนเบาะนุ่มๆ หรือใช้ "หมอนรองนั่งรูปโดนัท" เพื่อเว้นช่องว่างตรงจุดที่เจ็บ ไม่ให้ถูกกดทับ
กายภาพบำบัด: การยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังอย่างอ่อนโยน และการใช้ความร้อนหรือเลเซอร์ช่วยลดการอักเสบในชั้นลึก
การใช้ยา: กินยากลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อบรรเทาอาการปวดบวม
การฉีดยาเฉพาะจุด: หากปวดรุนแรง หมอจะใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ นำทางเพื่อฉีดยาลดการอักเสบเข้าในถุงน้ำที่บวมโดยตรง วิธีนี้แม่นยำและช่วยให้หายปวดได้เร็วมากครับ
การผ่าตัด: พบน้อยมากครับ จะทำเฉพาะกรณีที่ถุงน้ำอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นพังผืดหนาและรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล
โรคนี้ หายขาดได้ครับ แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ในการพักฟื้น และที่สำคัญคือมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูงมาก หากคุณป้ายังกลับไปนั่งบนเก้าอี้แข็งๆ หรือพื้นแข็งๆ นานๆ เหมือนเดิม
หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาการปวดจะทำให้คุณป้าเดินกะเผลก จนส่งผลเสียต่อเข่าและหลังตามมา นอกจากนี้ความเจ็บปวดเรื้อรังอาจส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้นอนหลับยากหรือเบื่ออาหารได้ครับ
ใช้เบาะรองนั่งเสมอ: โดยเฉพาะเวลาต้องนั่งนานเกิน 30 นาที
ลุกเปลี่ยนท่า: ทุกๆ 1 ชม. ควรลุกขึ้นเดินเพื่อกระจายแรงกดทับ
ยืดเหยียดกล้ามเนื้อขา: ทำท่าสเตรทชิ่งต้นขาด้านหลังบ่อยๆ
เสริมสร้างกล้ามเนื้อก้น: ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อช่วยรับน้ำหนักแทนกระดูก
ควบคุมกิจกรรม: เลี่ยงการก้มตัวหรือยืดขาแรงๆ ในช่วงที่เริ่มมีอาการเจ็บใหม่ๆ
Q: ปวดก้นแบบนี้ ใช่สลักเพชรจมไหม? A: ใกล้เคียงกันครับ แต่จุดเจ็บจะต่างกัน สลักเพชรมักเจ็บกลางแก้มก้น แต่โรคนี้จะเจ็บตรง "กระดูกที่นั่งทับ" พอดีครับ
Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: ในระยะอักเสบเฉียบพลัน หมอแนะนำให้เลี่ยงการกดนวดแรงๆ เพราะจะยิ่งทำให้ถุงน้ำอักเสบมากขึ้นครับ
Q: ต้องทำ MRI ทุกคนไหม? A: ไม่จำเป็นครับ แค่การตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทางและการอัลตราซาวด์เบื้องต้นก็เพียงพอต่อการวินิจฉัยแล้วครับ
โรคถุงน้ำกระดูกก้นอักเสบ เกิดจากการนั่งทับจุดเดิมนานๆ จน "เบาะรองกระดูก" อักเสบ
อาการปวดจะอยู่ที่แก้มก้นชัดเจน แต่ไม่มีอาการชาร้าวลงเท้า
การปรับท่านั่งและใช้เบาะรองนั่ง คือหัวใจหลักของการรักษา
การฉีดยาโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยนำทาง เป็นวิธีที่แม่นยำและเห็นผลไว
อายุที่มากขึ้นทำให้ไขมันที่ก้นบางลง จึงต้องระวังการนั่งบนพื้นแข็งเป็นพิเศษ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดก้น #เจ็บก้น #ถุงน้ำก้นอักเสบ #นั่งนานแล้วปวดก้น #กระดูกก้นยิ้ม #สลักเพชร #ปวดสะโพก #ผู้สูงอายุ #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #IschialBursitis #ButtockPain #Orthopedics #HealthCare #ElderlyCare