“คุณหมอคะ ช่วงนี้ปวดคอมากจนบางทีตาพร่ามัว เหมือนโลกจะหมุนจะวูบให้ได้ แถมพอยิ่งขยับแขนก็เริ่มชา ที่สำคัญคือปวดหลังร้าวลงไปถึงขา ตอนนี้ลามไปถึงส้นเท้าแล้วค่ะ เดินแทบไม่ไหว แบบนี้คือเป็นอะไรคะ แล้วหนูต้องรักษา 2 ที่พร้อมกันเลยไหม?”
อาการปวดที่ลามจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง (Referred Pain) หรืออาการชาตามแขนขา ไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรปล่อยไว้ครับ วันนี้หมอจะพามาวิเคราะห์ว่าทำไมอาการที่ดูเหมือนจะห่างกันอย่าง "คอ" และ "ส้นเท้า" ถึงอาจจะเกิดจากสาเหตุที่คล้ายคลึงกัน และมีทางรักษาอย่างไรให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติครับ
ขอเล่าเคสสมมติที่ใกล้เคียงกับคุณนะครับ คือ "คุณวิภา" อายุ 46 ปี วัยทำงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์และก้มเล่นโทรศัพท์บ่อยๆ คุณวิภาเริ่มจากปวดคอบ่าไหล่ทั่วไป แต่พักหลังเริ่มมีอาการประหลาด คือเวลาปวดคอหนักๆ จะรู้สึกตาพร่ามัว คล้ายจะวูบ และมีอาการชาลงมาที่ปลายนิ้ว
ในขณะเดียวกัน คุณวิภาก็มีอาการปวดหลังส่วนล่าง ซึ่งตอนแรกคิดว่าปวดเมื่อยธรรมดา แต่ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ อาการปวดนั้นเริ่ม "วิ่ง" ลงไปที่สะโพก ต้นขา และล่าสุดคือเจ็บจี๊ดที่ส้นเท้าเวลาเดิน ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากมาก จะลุกจะนั่งก็กังวลไปหมด
เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ หมออยากให้เปรียบเทียบ "กระดูกสันหลัง" ของเราเหมือนกับ "เสาไฟฟ้าแรงสูง" ที่มีสายไฟ (เส้นประสาท) วิ่งจากสมองผ่านคอ ลงไปที่หลัง และแยกแขนงออกไปเลี้ยงแขนและขาครับ
ที่บริเวณคอ: หากกระดูกคอหรือหมอนรองกระดูกเสื่อมจนไปทับเส้นประสาท เปรียบเหมือนสายไฟไปเลี้ยงแขนชำรุด ทำให้เกิดอาการชา และถ้าไปกระทบกับเส้นประสาทที่ควบคุมการทรงตัวหรือการไหลเวียนเลือดแถวต้นคอ ก็อาจส่งผลให้มีอาการตาพร่ามัวหรือวูบได้ครับ
ที่บริเวณหลัง: หากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนเอว เปรียบเหมือนสายไฟที่ส่งไปขาโดนทับ แสบๆ ร้อนๆ ร้าวลงไปตามเส้นทางของมัน จนไปจบที่ปลายทางคือส้นเท้าหรือฝ่าเท้านั่นเองครับ
จากอาการที่คุณเล่ามา มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีปัญหาที่ กระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) และ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนเอว (Lumbar Disc Herniation) ครับ
ปัญหาที่คอ: การเสื่อมของหมอนรองกระดูกคอ ทำให้พื้นที่ของเส้นประสาทแคบลง ส่งผลให้ปวดร้าวลงแขน ชา หรืออ่อนแรง ส่วนอาการตาพร่าหรือวูบ มักเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อคออย่างรุนแรงจนไปรบกวนระบบประสาทอัตโนมัติหรือการไหลของเลือดชั่วขณะ
ปัญหาที่หลัง: หมอนรองกระดูกส่วนเอวเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทไซอาติก (Sciatic Nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ยาวที่สุด วิ่งตั้งแต่หลังลงไปถึงส้นเท้า จึงไม่แปลกที่คุณจะรู้สึกปวดร้าวลงไปถึงจุดนั้น
พฤติกรรมการก้ม: การก้มหน้าเล่นมือถือหรือก้มทำงานนานๆ (Text Neck) เพิ่มภาระให้กระดูกคอหลายเท่าตัว
การนั่งนาน: การนั่งทำงานติดต่อกันเกิน 1-2 ชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนท่า ทำให้หมอนรองกระดูกหลังรับแรงกดทับสูง
อายุและการเสื่อม: ในวัย 46 ปี หมอนรองกระดูกจะเริ่มสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ
การยกของผิดท่า: การก้มตัวลงหยิบของหนักแทนการย่อเข่า ทำให้หมอนรองกระดูกหลังฉีกขาดได้ง่าย
น้ำหนักตัว: น้ำหนักที่มากเกินไปทำให้กระดูกสันหลังส่วนล่างต้องแบกรับภาระหนักตลอดเวลา
เพื่อให้การรักษาสามารถทำได้แม่นยำ หมอแนะนำขั้นตอนดังนี้ครับ:
การตรวจร่างกายโดยละเอียด: ทดสอบแรงมัดกล้ามเนื้อแขน-ขา และทดสอบการตอบสนองของระบบประสาท (Reflex)
MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): นี่คือ "พระเอก" ของการวินิจฉัยกรณีนี้ครับ เพราะจะเห็นชัดเจนว่าหมอนรองกระดูกตำแหน่งไหนที่เคลื่อนออกมา และทับเส้นประสาทมากน้อยเพียงใด ทั้งที่คอและที่หลัง
การตรวจเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า (EMG): ในบางกรณีที่อาการไม่ชัดเจน หมออาจตรวจเพื่อดูว่าเส้นประสาททำงานผิดปกติที่จุดไหนกันแน่
ข่าวดีคือ กว่า 90% ของคนไข้สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากรักษาอย่างถูกวิธีครับ
ปรับพฤติกรรม: ปรับความสูงจอคอมพิวเตอร์ให้ตรงระดับสายตา เปลี่ยนเก้าอี้ที่มีหนุนหลัง และฝึกบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว
กายภาพบำบัด: การดึงคอ (Traction) หรือดึงหลังเพื่อเพิ่มช่องว่างให้เส้นประสาท รวมถึงการใช้เครื่องมือลดปวด เช่น Laser หรือ Ultrasound
การใช้ยา: ยาลดการอักเสบของเส้นประสาท และยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการปวดร้าว
การฉีดยาเฉพาะจุด: หากปวดมาก หมออาจใช้ เครื่อง Ultrasound นำวิถี เพื่อฉีดยาลดการอักเสบเข้าไปที่รอบๆ เส้นประสาทที่ถูกทับโดยตรง วิธีนี้แม่นยำและช่วยลดปวดได้เร็วมาก
การผ่าตัดส่องกล้อง: จะทำต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นแล้ว 6-12 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอ่อนแรง เดินไม่ได้ หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้เท่านั้นครับ
โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสามารถ "หายปวด" และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ครับ แต่ต้องเข้าใจว่ารอยเสื่อมที่เกิดขึ้นแล้วอาจไม่ได้กลับมาใหม่ 100% สิ่งสำคัญคือการทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงเพื่อ "พยุง" กระดูกสันหลังไว้ อาการมักจะดีขึ้นชัดเจนใน 4-8 สัปดาห์หลังเริ่มรักษาอย่างจริงจังครับ
หากปล่อยทิ้งไว้จนเส้นประสาทเสียหายถาวร อาจเกิดอาการ:
แขนหรือขาเริ่มลีบเล็กลง
มือหยิบจับของหล่นบ่อย เดินแล้วสะดุดล้มง่าย
อาการชาหนาๆ เหมือนใส่ถุงเท้าตลอดเวลา ซึ่งรักษาให้กลับมาปกติได้ยากกว่าอาการปวด
เปลี่ยนอิริยาบถทุก 45 นาที: ลุกยืดเหยียดคอและหลังสม่ำเสมอ
ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง: เน้นท่าสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง (Core Exercise)
จัดท่านอนที่เหมาะสม: ใช้หมอนที่รองรับส่วนโค้งของคอได้พอดี และที่นอนที่ไม่นุ่มจนเกินไป
คุมน้ำหนักตัว: ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพื่อลดแรงกดทับกระดูกสันหลัง
เลี่ยงการบิดคอหรือดัดหลัง: การทำแรงๆ อาจทำให้หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นอยู่แล้วเสียหายมากขึ้น
Q: ปวดคอจนตาพร่ามัว อันตรายไหม? หมอเก่ง: อาการนี้ควรได้รับการตรวจเช็กครับ แม้ส่วนใหญ่จะเกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อหรือระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ แต่จำเป็นต้องแยกออกจากโรคทางสมองหรือหลอดเลือดด้วยครับ
Q: ปวดร้าวลงส้นเท้า จำเป็นต้องทำ MRI ทั้งคอและหลังไหม? หมอเก่ง: เนื่องจากอาการของคุณแยกกันชัดเจน (แขนและขา) หมอแนะนำให้ตรวจทั้ง 2 จุดเพื่อดูความรุนแรงครับ เพราะแนวทางการกายภาพบำบัดของคอและหลังจะแตกต่างกัน
Q: ปวดมากจนเหมือนจะวูบ ควรพบแพทย์ทันทีไหม? หมอเก่ง: ควรพบแพทย์โดยเร็วครับ โดยเฉพาะถ้ามีอาการวูบร่วมกับชาแขนขา เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทหรือการไหลเวียนเลือดถูกรบกวนมากครับ
อาการของคุณน่าจะเกิดจากปัญหา 2 ตำแหน่ง คือ กระดูกคอเสื่อม และหมอนรองกระดูกหลังทับเส้นประสาท
อาการปวดร้าวลงส้นเท้า เป็นลักษณะเฉพาะของเส้นประสาทส่วนเอวถูกกดทับ
อาการตาพร่ามัวร่วมกับปวดคอ มักสัมพันธ์กับการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อและระบบประสาทที่คอ
การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดคือการทำ MRI ทั้งสองจุด
ส่วนใหญ่รักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรม ทานยา และกายภาพบำบัด โดยไม่ต้องผ่าตัด
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดหลังร้าวลงขา #ชามือ #ตาพร่ามัว #กระดูกคอเสื่อม #ปวดส้นเท้า #ออฟฟิศซินโดรม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #CervicalSpondylosis #LumbarDiscHerniation #Sciatica #SpineHealth #Orthopedics
Jensen RK, Kongsted A, Kjaer P, Koes B. Diagnosis and treatment of sciatica. BMJ. 2019;367:l6273. Published 2019 Nov 19. อธิบายแนวทางการวินิจฉัยและการรักษาอาการปวดร้าวลงขา (Sciatica) ที่สอดคล้องกับอาการปวดร้าวลงส้นเท้าของผู้ป่วย
Binder AI. Cervical spondylosis and neck pain. BMJ. 2007;334(7592):527-531. ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคกระดูกคอเสื่อมและอาการปวดคอ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดร้าวลงแขน
Kreiner DS, Matz P, Bono CM, et al. ASWG. An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of low back pain. Spine J. 2020;20(7):998-1024. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลรักษาอาการปวดหลังส่วนล่างตามหลักฐานทางการแพทย์ล่าสุด
Bogduk N. On the definitions and physiology of back pain, referred pain, and radicular pain. Pain. 2009;147(1-3):17-19. อธิบายกลไกการเกิดอาการปวดร้าว (Referred Pain) ที่ลามไปจุดต่างๆ ของร่างกาย
McCormick ZL, Cushman D, Marshall B, et al. Pain Professionalism and Ultrasound-Guided Injections in the Management of Spinal Pain. Pain Med. 2020;21(12):3523-3527. การใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำวิถีในการฉีดยารักษาอาการปวดสันหลังเพื่อความแม่นยำและปลอดภัย
