
“คุณหมอคะ แค่เอื้อมมือไปหยิบของหลังรถ แป๊บเดียวเหมือนไฟฟ้าช็อตที่ไหล่ หลังจากนั้นก็ยกแขนสระผมไม่ได้เลย นอนตะแคงก็ปวดจนสะดุ้งตื่น ไปตรวจ MRI มาแล้วคุณหมอบอกว่าเอ็นไหล่ฉีก แบบนี้ต้องผ่าตัดอย่างเดียวเลยไหมคะ?”
นี่คือคำถามยอดฮิตที่คุณหมอมักเจอในห้องตรวจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป วันนี้หมอจะมาชวนคุยให้เข้าใจครับว่า อาการเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมบางคนทำกายภาพแล้วยังไม่ดีขึ้น รวมถึงคำถามที่หลายคนกังวลว่า "ต้องผ่าตัดเท่านั้นหรือเปล่า"
ขออนุญาตยกตัวอย่างเคสสมมติที่คล้ายกับหลายๆ ท่านนะครับ คือ "ป้านวล" อายุ 57 ปี เป็นแม่บ้านที่ขยันมาก วันหนึ่งป้านวลพยายามยกกระถางต้นไม้แล้วเกิดอาการเจ็บจี๊ดที่หัวไหล่ ตอนแรกคิดว่าแค่กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา จึงไปนวดบ้าง ทายาบ้าง แต่อาการกลับแย่ลงเรื่อยๆ
ผ่านมา 2 เดือน ป้านวลเริ่มยกแขนขึ้นใส่เสื้อผ้าลำบาก เวลาจะเอื้อมมือไปติดตะขอเสื้อชั้นในข้างหลังก็ทำไม่ได้ แถมตอนกลางคืนยังปวดจนนอนหลับไม่สนิท เมื่อไปทำ MRI ผลออกมาพบว่า "เอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาด" ป้านวลทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องมา 2 เดือน แต่อาการปวดและการเคลื่อนไหวยังไม่ดีขึ้นจนเริ่มถอดใจและกังวลเรื่องการผ่าตัด
ลองนึกภาพตามหมอนะครับ "ข้อไหล่" ของเราเหมือนกับ "ลูกบอล" ที่วางอยู่บน "ถ้วย" เล็กๆ เพื่อให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง แต่เนื่องจากถ้วยมันตื้นมาก ร่างกายจึงต้องมี "เส้นเอ็น" ทั้งหมด 4 เส้นมาช่วยยึดและประคองลูกบอลนี้ไว้ให้มั่นคง
เอ็นกลุ่มนี้เปรียบเสมือน "ยางยืด" หรือ "เนื้อผ้า" ที่ช่วยดึงแขนเราขึ้นครับ เมื่อเราใช้งานมานานตามวัย (ความเสื่อม) หรือเกิดอุบัติเหตุ ยางยืดนี้อาจจะเริ่ม "เปื่อย" จนกระทั่ง "ฉีกขาด" เหมือนเนื้อผ้าที่ขาดออกจากกัน เมื่อผ้าขาด รูโหว่นั้นก็ทำให้กำลังในการดึงแขนลดลง และเกิดการอักเสบจนเราปวดนั่นเองครับ
โรคเอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear) คือการบาดเจ็บของกลุ่มเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่ประคองข้อไหล่ โดยส่วนใหญ่รอยฉีกซื้อมักจะเกิดขึ้นที่เส้นเอ็นเส้นบนสุด ซึ่งเป็นจุดที่รับแรงมากที่สุดเวลาเรายกแขน
สาเหตุหลักๆ แบ่งเป็น 2 อย่างครับ:
ความเสื่อมตามวัย: เมื่ออายุมากขึ้น เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นน้อยลง ทำให้เส้นเอ็นบางลงและฉีกขาดได้ง่าย แม้จะใช้งานเพียงเล็กน้อย
อุบัติเหตุหรือการใช้งานซ้ำๆ: เช่น การยกของหนักเกินตัว การหกล้มมือค้ำพื้น หรือการทำงานที่ต้องยกแขนเหนือศีรษะบ่อยๆ เป็นเวลานาน
อายุ: ส่วนใหญ่พบมากในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากความเสื่อมตามธรรมชาติ
อาชีพหรือกิจกรรม: งานที่ต้องยกแขนสูงบ่อยๆ เช่น ช่างทาสี ครูที่เขียนกระดาน หรือนักกีฬาแบดมินตัน
โครงสร้างกระดูกไหล่: บางคนมีกระดูกงอกที่จงอยไหล่ ซึ่งไปเบียดกดทับเส้นเอ็นทุกครั้งที่ยกแขน
การสูบบุหรี่: สารในบุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นได้ไม่ดี ทำให้เอ็นซ่อมแซมตัวเองยาก
พันธุกรรม: หากคนในครอบครัวมีประวัติเอ็นไหล่ฉีก ก็มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นครับ
เมื่อมาพบแพทย์ หมอจะเริ่มจากการ ซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยการทดสอบกำลังแขนในท่าทางต่างๆ เพื่อดูว่าเอ็นเส้นไหนที่มีปัญหา จากนั้นอาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติมดังนี้ครับ:
เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกไหม หรือหัวกระดูกเคลื่อนผิดตำแหน่งหรือเปล่า (แต่เอกซเรย์จะมองไม่เห็นเส้นเอ็นนะครับ)
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว ช่วยให้หมอเห็นรอยฉีกขาดของเส้นเอ็นได้ในทันที
การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด เพราะจะบอกได้ชัดเจนว่าเอ็นฉีกขนาดไหน (กี่เซนติเมตร) ฉีกขาดทั้งหมดหรือขาดแค่บางส่วน และมีกล้ามเนื้อฝ่อตัวร่วมด้วยหรือไม่
หมอขอยืนยันให้สบายใจก่อนครับว่า "ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป" โดยเราจะพิจารณาตามความรุนแรงครับ
การปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การเอื้อมหยิบของจากเบาะหลังรถ หรือท่าทางที่กระตุ้นให้ปวด
กายภาพบำบัด: เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและสร้างกล้ามเนื้อรอบๆ ไหล่ให้แข็งแรงขึ้นมาช่วยทำงานแทนเอ็นที่ฉีก (ในกรณีที่ฉีกไม่ขาดกระจุย)
การใช้ยา: ยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการในช่วงแรก
การฉีดยาเฉพาะจุด: ปัจจุบันหมอจะใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound Guided Injection) ช่วยระบุตำแหน่ง เพื่อฉีดยาลดอักเสบ หรือสารสกัดจากเกล็ดเลือด (PRP) เข้าไปที่รอยฉีกได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงจากการฉีดโดนเส้นเอ็นโดยตรง
การผ่าตัด: หากทำกายภาพมา 3-6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น แขนยังอ่อนแรง หรือรอยฉีกมีขนาดใหญ่มาก หมอจะแนะนำการ ผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งเป็นการเจาะรูเล็กๆ เพื่อเข้าไปเย็บซ่อมเส้นเอ็น แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไวครับ
หลายท่านกังวลว่าผ่าแล้วจะคุ้มไหม แขนจะกลับมาใช้ได้เท่าเดิมหรือเปล่า? คำตอบคือ "มีโอกาสกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติสูงมากครับ" แต่ต้องเข้าใจว่าเส้นเอ็นที่เย็บไปต้องใช้เวลาสมานตัว (ประมาณ 3-6 เดือน)
โรคนี้หายได้ครับ แต่ต้องอาศัย "ความอดทน" ในการทำกายภาพหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด ส่วนโอกาสกลับมาเป็นซ้ำมีไหม? มีครับ หากเรากลับไปใช้งานหนักเกินกำลัง หรือไม่ได้บริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรงต่อเนื่อง
หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา หรือรอยฉีกขาดกว้างขึ้นเรื่อยๆ อาจนำไปสู่:
ไหล่ติดถาวร: ข้อไหล่จะแข็ง ยึดติด จนขยับไม่ได้เลย
กล้ามเนื้อฝ่อตัว: เมื่อแขนไม่ได้ใช้งาน กล้ามเนื้อหัวไหล่จะลีบเล็กลง ซึ่งถ้าลีบมากแล้ว การผ่าตัดเย็บซ่อมภายหลังจะได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร
ข้อไหล่เสื่อมตามมา: เนื่องจากสมดุลของข้อไหล่เสียไป
บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่: ฝึกท่าออกกำลังกายเบาๆ เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้เส้นเอ็น
หลีกเลี่ยงท่าทางเสี่ยง: ไม่ยกของหนักเหนือศีรษะ หรือเอื้อมหยิบของในที่แคบแรงๆ
พักเมื่อเริ่มเจ็บ: อย่าฝืนใช้งานต่อเมื่อมีอาการปวดไหล่ เพราะจะทำให้รอยฉีกกว้างขึ้น
จัดระเบียบร่างกาย: นั่งตัวตรง ไม่ห่อไหล่ เพื่อให้ช่องว่างในข้อไหล่ไม่ถูกบีบแคบ
ทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นโปรตีนและวิตามินซี เพื่อช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
Q: กายภาพมา 2 เดือนแล้วไม่ดีขึ้นเลย ควรทำอย่างไรต่อดี? หมอเก่ง: ในกรณีที่ทำกายภาพอย่างถูกต้องสม่ำเสมอแล้ว 2 เดือนยังไม่ดีขึ้น หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินอีกครั้งครับ อาจจะต้องพิจารณาเรื่องขนาดของรอยฉีก (ถ้าฉีกขาดแยกจากกันโดยสิ้นเชิง กายภาพอย่างเดียวอาจไม่ช่วยให้เอ็นติดกันได้) หรืออาจใช้การรักษาเสริม เช่น การฉีดสารเพื่อลดการอักเสบและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อครับ
Q: ผ่าตัดส่องกล้องไหล่ น่ากลัวไหม? หมอเก่ง: ไม่น่ากลัวครับ ปัจจุบันเทคโนโลยีการส่องกล้องก้าวหน้ามาก แผลมีขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร การเสียเลือดน้อย และคนไข้สามารถเริ่มทำกายภาพเบาๆ ได้ตั้งแต่วันแรกๆ หลังผ่าตัดครับ
Q: ถ้าไม่ผ่าตัด แขนจะพิการไหม? หมอเก่ง: ไม่ถึงขั้นพิการจนขยับไม่ได้ครับ แต่แขนจะอ่อนแรง ยกของหนักไม่ได้ และอาจมีอาการปวดเรื้อรังรบกวนการนอนและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมากครับ
เอ็นไหล่ฉีกในวัย 50+ มักเกิดจากความเสื่อมร่วมกับการใช้งาน
อาการเด่นคือ ปวดไหล่ตอนกลางคืนและยกแขนสระผมหรือเอื้อมมือไปข้างหลังลำบาก
การตรวจ MRI ช่วยบอกขนาดรอยฉีกได้แม่นยำที่สุด
การรักษาเริ่มจากวิธีไม่ผ่าตัดก่อนเสมอ เช่น ยา กายภาพ และการฉีดยานำวิถีด้วยอัลตราซาวด์
หากกายภาพ 2-3 เดือนไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการรักษาขั้นต่อไป เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อลีบฝ่อ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ฉีก #กระดูกไหล่เสื่อม #ไหล่ติด #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดแขน #ยกแขนไม่ขึ้น #กายภาพบำบัด #ผ่าตัดส่องกล้อง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ShoulderPain #RotatorCuffTear #ShoulderSurgery #Orthopedics #HealthCare