
สวัสดีครับ สำหรับอาการชามือที่คุณเล่ามา โดยเฉพาะการ ชาที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ร่วมกับอาการ ปวดจี๊ดขึ้นไปถึงข้อศอกและไหล่เวลาใช้งาน อาการนี้เป็นลักษณะเฉพาะที่ชัดเจนมากในทางโรคกระดูกและข้อครับ หมอวินิจฉัยเบื้องต้นได้ว่าคุณกำลังเผชิญกับภาวะ "เส้นประสาทที่ข้อมือถูกกดทับ" (Carpal Tunnel Syndrome) ครับ
ลองมาดูเคสของคุณพัชรี (นามสมมติ) อายุ 45 ปีกันครับ เธอเริ่มจากรู้สึกเหน็บชาที่ปลายนิ้ว 3 นิ้วแรกตอนตื่นนอน ต่อมาพอต้องกวาดบ้าน ทำงานบ้าน หรือถือของนานๆ จะเริ่มมีอาการปวดเสียวจี๊ดเหมือนไฟช็อตร้าวขึ้นไปที่แขนและไหล่ จนต้องหยุดพักและสะบัดมือถึงจะดีขึ้น แต่อยู่เฉยๆ กลับไม่ปวด มีเพียงอาการชาที่ค้างอยู่ตลอด 2-3 วันมานี้ อาการแบบนี้มักทำให้คนไข้ตกใจว่าเราเป็นอัมพฤกษ์หรือเปล่า หรือกระดูกคอทับเส้นไหม?
จริง ๆ แล้วเปรียบเทียบข้อมือเราเหมือน "อุโมงค์" ครับ ในอุโมงค์นี้มีเส้นประสาทเส้นใหญ่ (Median Nerve) วิ่งผ่านไปเลี้ยงนิ้วมือร่วมกับเส้นเอ็นอื่นๆ อีกหลายเส้น พอเราใช้งานมือหนักๆ หรือมีการอักเสบ เนื้อเยื่อในอุโมงค์จะบวมขึ้นจนไปเบียดทับเส้นประสาท เหมือนคนเบียดกันในลิฟต์ครับ พอเส้นประสาทถูกกดทับนานๆ มันจึงส่งสัญญาณความเจ็บปวด "ย้อนกลับ" ขึ้นไปที่ต้นทางคือข้อศอกและไหล่นั่นเองครับ
โรคเส้นประสาทที่ข้อมือถูกกดทับ (Carpal Tunnel Syndrome) คือภาวะที่เส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve) ซึ่งทำหน้าที่รับความรู้สึกของนิ้วโป้ง ชี้ กลาง และครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง ถูกบีบรัดบริเวณข้อมือ
ทำไมถึงปวดร้าวขึ้นไปถึงไหล่? แม้ตำแหน่งที่ถูกทับจะอยู่ที่ข้อมือ แต่เส้นประสาทเส้นนี้มีต้นทางมาจากคอผ่านไหล่และศอก เมื่อมีการอักเสบรุนแรงที่ปลายทาง ร่างกายอาจส่งสัญญาณปวดร้าว (Referred Pain) ย้อนขึ้นไปได้ ซึ่งมักจะเกิดเวลาที่เราเริ่มใช้งานมือหนักๆ ครับ
สรีระ: ผู้หญิงมักมี "อุโมงค์ข้อมือ" ที่แคบกว่าผู้ชายโดยธรรมชาติ
งานบ้านหรืองานฝีมือ: การซักผ้าด้วยมือ กวาดบ้าน บิดผ้า หรือใช้กรรไกรต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: โดยเฉพาะช่วงใกล้หมดประจำเดือน หรือการตั้งครรภ์ ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและเนื้อเยื่อบวมง่ายขึ้น
โรคประจำตัว: เบาหวาน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือไทรอยด์
ลักษณะงานออฟฟิศ: การพิมพ์คอมพิวเตอร์หรือใช้เมาส์ในท่าที่ข้อมือแอ่นค้างไว้นานๆ
เมื่อคุณมาพบหมอ หมอจะตรวจดังนี้ครับ:
การทดสอบ Phalen: ให้คุณประกบหลังมือเข้าหากัน 1 นาที ถ้ามีอาการชาพุ่งขึ้นมา แสดงว่าใช่เลยครับ
การเคาะเส้นประสาท (Tinel’s sign): หมอจะเคาะเบาๆ ที่ข้อมือ ถ้าคุณรู้สึกเสียวจี๊ดไปที่ปลายนิ้ว แสดงว่าเส้นประสาทไวต่อแรงกด
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เพื่อดูขนาดของเส้นประสาทว่าบวมแค่ไหน และดูว่ามีน้ำหรือพังผืดไปกดทับไหม
การตรวจกระแสไฟฟ้า (EMG): ในเคสที่ชามานานและเริ่มอ่อนแรง เพื่อดูความเสียหายของเส้นประสาท
การปรับพฤติกรรม: พักการใช้งานมือที่ต้องบิดหรือกำแน่นๆ และหลีกเลี่ยงการกระดกข้อมือค้างไว้
ใส่เฝือกอ่อนพยุงข้อมือ (Wrist Splint): ใส่เฉพาะตอนนอนหรือตอนทำงานที่ต้องใช้มือ เพื่อประคองข้อมือให้อยู่ในท่าตรงที่สุด ลดแรงกดทับ
การใช้ยา: ทานยาลดการอักเสบ (NSAIDs) และวิตามินบี 1-6-12 เพื่อช่วยฟื้นฟูปลายประสาท
การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง: วิธีนี้ได้ผลดีมากครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องให้เห็นเส้นประสาทชัดๆ แล้วฉีดยาลดอักเสบเข้าไปรอบๆ เส้นประสาทในอุโมงค์ เพื่อลดการบวมทันที ช่วยลดอาการได้มาก โดยการทำการฉีดเพื่อแยกเส้นประสาทออกจากพังผืด
การผ่าตัดแผลเล็ก: จะพิจารณาเฉพาะรายที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น หรือเริ่มมีอาการกล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้งฝ่อลีบ โดยการผ่าตัดเพียง 1-2 ซม. เพื่อขยายอุโมงค์ให้กว้างขึ้น
โรคนี้ "หายขาดได้ครับ" หากได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ อาการชาจะค่อยๆ ลดลงและหายไป แต่ถ้าปล่อยไว้จนเส้นประสาทเสียหายรุนแรง (กล้ามเนื้อลีบ) แม้จะผ่าตัดแล้วกำลังมืออาจกลับมาไม่เต็มร้อยครับ ดังนั้นการที่คุณเริ่มมีอาการชาต่อเนื่องมา 3 วัน เป็นช่วงเวลาที่ควรรีบรักษาครับ
กล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้งลีบ: ทำให้มือไม่มีแรง หยิบจับของหลุดมือ
ความรู้สึกสัมผัสเสียไป: อาจทำให้โดนของร้อนหรือของมีคมแล้วไม่เจ็บ จนเกิดแผลรุนแรง
ปวดเรื้อรังจนนอนไม่ได้: อาการมักจะรุนแรงขึ้นในช่วงกลางคืน
ปรับท่าทาง: เวลาพิมพ์คอมพิวเตอร์ ข้อมือต้องขนานกับพื้น ไม่กระดกขึ้นหรือหักลง
พักมือบ่อยๆ: ทุก 30 นาที ให้สะบัดมือและยืดเหยียดข้อมือ
เลี่ยงการกำของแน่น: เช่น การบิดผ้าแรงๆ หรือหิ้วถุงหนักๆ ด้วยนิ้วมือ
ประคบอุ่น: ช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นและลดการตึงรั้งของเส้นเอ็น
บริหารเส้นประสาท (Nerve Gliding Exercise): ฝึกขยับข้อมือและนิ้วมือตามท่าที่หมอแนะนำ
Q: ทำไมอยู่เฉยๆ ไม่ปวด แต่พอใช้งานถึงปวดจี๊ดขึ้นไปถึงไหล่? A: เพราะเวลาใช้งาน เส้นเอ็นในข้อมือจะขยับและไปเสียดสีกับเส้นประสาทที่บวมอยู่แล้วครับ สัญญาณความปวดจึงถูกส่งย้อนกลับไปตามแนวเส้นประสาทขึ้นไปถึงไหล่
Q: ชาแค่ 3 นิ้วเอง รอก่อนได้ไหม? A: ไม่แนะนำให้รอครับ อาการชาที่ค้างอยู่ตลอด (Continuous numbness) แสดงว่าเส้นประสาทถูกทับจนเริ่มขาดเลือดเลี้ยงแล้ว ถ้ารีบรักษาจะหายไวครับ
Q: ต้องผ่าตัดเลยไหม? A: เพิ่งเป็นมา 1 อาทิตย์ ส่วนใหญ่เริ่มจากการทานยา ใส่เฝือกอ่อน หรือฉีดยาเฉพาะจุดก็หายได้ครับ
อาการชาที่นิ้วโป้ง ชี้ กลาง คือลักษณะเด่นของเส้นประสาทข้อมือถูกกดทับ (CTS)
อาการปวดร้าวขึ้นไหล่เกิดจากการส่งสัญญาณความเจ็บปวดที่ย้อนกลับไปตามแนวเส้นประสาท
ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายจากโครงสร้างร่างกายและฮอร์โมน
การใส่เฝือกพยุงข้อมือในช่วงกลางคืนช่วยลดอาการชาได้มาก
หากเริ่มมีอาการชาต่อเนื่อง 3 วัน ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อลีบ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ชามือ #พังผืดทับเส้นประสาท #CarpalTunnel #ปวดข้อมือ #ชาปลายนิ้ว #ชานิ้วโป้ง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #สุขภาพผู้หญิง #กายภาพบำบัดมือ #ปวดร้าวขึ้นไหล่