
“เดินก็เจ็บ ย่อก็ขัด จะนั่งขัดสมาธิไหว้พระก็ทำไม่ได้” อาการปวดในเข่าร่วมกับปวดตึงลึกๆ ที่ข้อพับด้านหลัง เป็นปัญหาที่พบบ่อยมากครับ โดยเฉพาะในคุณผู้หญิงวัยหลังเกษียณที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์เล็กน้อย ซึ่งบางครั้งการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์หากเรายังไม่เจอต้นตอที่แท้จริง
เรามาดูเรื่องราวของคุณป้าสมศรี (นามสมมติ) อายุ 71 ปีกันครับ คุณป้ามีรูปร่างท้วมหน่อยๆ (น้ำหนัก 76 กก.) และรู้ตัวว่าเป็นโรคกระดูกพรุนอยู่แล้ว คุณป้าพยายามดูแลตัวเองอย่างดี กินยาบำรุงกระดูกทุกอาทิตย์ แต่ช่วงหลังมานี้เข่าขวาเริ่มประท้วงหนักขึ้นเรื่อยๆ เวลาเดินลงน้ำหนักจะรู้สึกขัดลึกๆ ในหัวเข่า และที่ทรมานที่สุดคืออาการปวดตึงที่ "ใต้ข้อพับเข่า" ตลอดเวลา จนทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากมาก แม้จะเคยไปฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่ามาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้นอย่างที่หวัง
อาการที่คุณป้าเป็นนั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะเกิดจาก ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of the Knee) ร่วมกับภาวะ ถุงน้ำหลังข้อพับเข่าอักเสบ (Baker's Cyst) หรือ เอ็นหลังข้อพับตึงอักเสบ ครับ
การเปรียบเทียบง่ายๆ คือ ข้อเข่าเราเหมือน "บานพับประตู" ครับ
น้ำเลี้ยงเข่า เหมือนน้ำมันหล่อลื่นที่ยอดลงไปในบานพับเพื่อให้มันลื่นขึ้น
แต่ถ้าบานพับนั้น "เบี้ยว" (เข่าผิดรูปจากน้ำหนักตัว) หรือมี "เศษสนิม" (ชิ้นส่วนกระดูกอ่อนที่หลุดลุ่ย) หรือมี "อาการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบๆ" (เช่น หลังข้อพับ) การหยอดน้ำมันอย่างเดียวก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ประตูกลับมาเปิดปิดได้ปกติครับ
น้ำหนักตัว: น้ำหนัก 76 กก. ส่งแรงกดลงที่เข่ามากกว่าปกติ 3-4 เท่าในขณะเดิน
อายุนำพา: วัย 71 ปี กระดูกอ่อนผิวข้อมีการสึกหรอตามกาลเวลา
โรคกระดูกพรุน: แม้จะทานยา Alendronate อยู่ แต่ความแข็งแรงของกระดูกส่วนที่รองรับข้อต่ออาจจะไม่มั่นคงเท่าเดิม
ภาวะไขมันในเลือดสูง: การใช้ยา Rosuvastatin ในบางรายอาจมีผลข้างเคียงทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้บ้าง แต่อาการปวดขัดในเข่ามักมาจากโครงสร้างข้อเป็นหลัก
เอกซเรย์ท่าทิ้งน้ำหนัก (Weight-bearing X-ray): เพื่อดูระยะห่างของข้อเข่าว่าแคบลงแค่ไหน และมีกระดูกงอกไปจิ้มเนื้อเยื่อส่วนไหนบ้าง
อัลตราซาวด์ข้อเข่า (Musculoskeletal Ultrasound): สำคัญมากสำหรับอาการ "ปวดใต้ข้อพับ" เพื่อดูว่ามีถุงน้ำ (Baker's Cyst) หรือมีการอักเสบของเอ็นหลังเข่าหรือไม่ ซึ่งเครื่องนี้จะช่วยให้เห็นความผิดปกติที่เอกซเรย์มองไม่เห็นครับ
การตรวจประเมินแนวกระดูก: ดูว่าเข่าเริ่มโก่งหรือไม่ เพราะจะมีผลต่อการลงน้ำหนัก
การควบคุมน้ำหนัก: นี่คือยาขนานเอกครับ การลดน้ำหนักเพียง 3-5 กิโลกรัม จะช่วยลดแรงกดที่เข่าได้มหาศาล
การทำกายภาพบำบัดเฉพาะจุด: เน้นการยืดกล้ามเนื้อหลังต้นขา (Hamstrings) เพื่อลดอาการตึงที่ข้อพับ และสร้างกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps) เพื่อช่วยพยุงข้อเข่า
การใช้ยาอย่างเหมาะสม: เนื่องจากทานยาละลายไขมันและยากระดูกพรุนอยู่ การเลือกยาแก้ปวดลดอักเสบต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้กระทบต่อไตและทางเดินอาหาร
การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้ Ultrasound นำทาง: หากมีถุงน้ำหลังข้อพับ หรือมีการอักเสบของเส้นเอ็นลึกๆ การใช้เครื่องอัลตราซาวด์จะช่วยให้หมอสามารถดูดน้ำที่ค้างอยู่ออก หรือฉีดยาลดอักเสบเข้าตรงจุดที่มีปัญหาได้แม่นยำกว่าการฉีดแบบกะระยะครับ
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (เฉพาะกรณี): หากเอกซเรย์พบว่าข้อเข่าสึกหรอรุนแรง (Grade 4) และการรักษาโดยวิธีอื่นไม่ได้ผล การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในปัจจุบันทำได้ปลอดภัยและฟื้นตัวเร็วมากครับ
ในวัย 71 ปี เป้าหมายหลักคือ "การเดินโดยไม่เจ็บและใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ" ครับ ส่วนการนั่งขัดสมาธิอาจจะเป็นท่าที่ฝืนข้อเข่าเกินไปสำหรับคนที่มีภาวะข้อเสื่อม หมอแนะนำให้ปรับมานั่งเก้าอี้แทนจะดีต่อเข่าในระยะยาวมากกว่าครับ
เข่าโก่งผิดรูปมากขึ้นเรื่อยๆ
เดินเอียง จนส่งผลให้ปวดหลังและสะโพกตามมา
กล้ามเนื้อขาฝ่อลีบจากการไม่กล้าลงน้ำหนัก
หลีกเลี่ยงการนั่งพื้น นั่งคุกเข่า หรือนั่งพับเพียบ
ใช้รองเท้าสำหรับเดินที่มีส้นนุ่มและรองรับแรงกระแทกได้ดี
ใช้ไม้เท้าหรือร่มช่วยพยุงเวลาเดินไกลๆ เพื่อช่วยกระจายน้ำหนัก
บริหารกล้ามเนื้อหน้าขาในท่านั่งเหยียดขาเตะขึ้นบ่อยๆ
ประคบเย็นเมื่อมีอาการปวดบวมหลังใช้งานหนัก
Q: ทานยากระดูกพรุนอยู่ จะมีผลต่อการรักษาเข่าไหม? A: ยากระดูกพรุนช่วยให้เนื้อกระดูกแข็งแรงขึ้นครับ แต่อาจไม่ช่วยเรื่องกระดูกอ่อนผิวข้อเสื่อมโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่กระดูกแข็งแรงจะช่วยให้การรักษาข้อเข่าเสื่อมได้ผลดีขึ้นและลดความเสี่ยงกระดูกหักครับ
Q: ทำไมปวดตึงที่ข้อพับตลอดเวลา? A: มักเกิดจากน้ำในข้อเข่าที่อักเสบดันตัวออกไปสะสมอยู่ที่ด้านหลังเข่า (ถุงน้ำหลังเข่า) หรือเกิดจากกล้ามเนื้อหลังขาตึงตัวมากจากการที่เราพยายามเดินกะเผลกครับ
Q: ต้องหยุดกินยาไขมันไหมถ้าปวดเข่า? A: ห้ามหยุดเองครับ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเรื่องไขมันก่อน แต่อาการปวดขัดเวลาลงน้ำหนักมักเกิดจากตัวข้อเข่าเองมากกว่าผลจากยาครับ
น้ำหนักตัวมีผลโดยตรงต่อแรงกดทับในข้อเข่า
อาการปวดใต้ข้อพับอาจเกิดจากถุงน้ำหลังเข่าอักเสบ ซึ่งน้ำเลี้ยงเข่าทั่วไปอาจรักษาไม่ตรงจุด
การวินิจฉัยด้วยอัลตราซาวด์ช่วยหาต้นตอที่ซ่อนอยู่หลังข้อพับได้ดี
การรักษาต้องทำควบคู่กันทั้งการคุมน้ำหนัก บริหารกล้ามเนื้อ และการใช้ยา
เป้าหมายคือการเดินได้มั่นคงและไม่เจ็บปวดในชีวิตประจำวัน
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #ปวดหลังข้อพับ #กระดูกพรุน #ลดน้ำหนัก #ฉีดน้ำเลี้ยงเข่า #อัลตราซาวด์เข่า #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #พิษณุโลก #เชียงใหม่