“หมอคะ ปวดคอมากเลยค่ะ ยิ่งวันไหนนั่งทำงานนานๆ มันจะปวดร้าวลงไปที่แขนซ้าย บางทีก็รู้สึกซ่าๆ เหมือนไฟช็อตที่ปลายนิ้ว กินยาแก้ปวดไปก็แค่บรรเทา พอหมดฤทธิ์ยาก็กลับมาเป็นใหม่ หรือว่าหนูจะเป็นกระดูกทับเส้นคะ?”
ประโยคนี้เป็นคำถามที่ผมได้ยินบ่อยมากจากคนวัยทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มช่วงอายุ 30-50 ปี ที่ต้องก้มหน้าเล่นมือถือ หรือนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์นานๆ อาการปวดคอที่เราคิดว่าเป็นเพียง "ออฟฟิศซินโดรม" ธรรมดา บางครั้งมันอาจซ่อนความผิดปกติที่รุนแรงกว่านั้นไว้ครับ
ผมมีคนไข้ท่านหนึ่ง สมมติว่าชื่อคุณรินนะครับ เธออายุ 41 ปี เป็นพนักงานบัญชีที่ขยันมาก วันหนึ่งคุณรินเดินเข้ามาหาผมด้วยท่าทางที่ดูทรมาน เธอเล่าว่าเริ่มมีอาการปวดตื้อๆ ที่ต้นคอและบ่าข้างซ้ายมาเป็นเดือนๆ แต่ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา อาการมันเริ่มรุนแรงขึ้น คือมีอาการ "เจ็บแปล๊บ" ร้าวลงไปถึงศอกและข้อมือซ้าย แถมบางครั้งยังรู้สึกว่าแขนข้างนั้นล้าๆ ไม่มีแรงยกแก้วกาแฟ
คุณรินกังวลมาก เธอไปนวดแผนโบราณมาหลายครั้ง อาการกลับยิ่งแย่ลง จนเริ่มนอนไม่หลับเพราะความปวดรบกวน นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า "เส้นประสาท" ของเธอกำลังถูกรบกวนครับ
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ผมอยากให้ทุกคนลองจินตนาการว่า "หมอนรองกระดูกคอ" ของเราเนี่ย เหมือนกับ "ขนมปังสอดไส้เจลลี่" ครับ
เปลือกนอก: เป็นพังผืดที่แข็งแรง หุ้มอยู่รอบๆ
ไส้ใน: เป็นเจลลี่นุ่มๆ ที่คอยรับแรงกระแทกเวลาเราขยับคอ
เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานคอหนักๆ เช่น การก้มคอเล่นมือถือนานๆ (ที่เขาเรียกว่าสังคมก้มหน้า) หรือสะบัดคอแรงๆ เปลือกนอกของขนมปังอาจจะเริ่มปริหรือฉีกขาด ทำให้ "เจลลี่" ที่อยู่ข้างในมัน "ปลิ้น" ออกมาครับ และที่โชคร้ายคือ ข้างๆ หมอนรองกระดูกนั้นมี "เส้นประสาท" วิ่งผ่านอยู่พอดี เมื่อเจลลี่ไปกดทับเส้นประสาทเข้า ร่างกายก็จะส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นความเจ็บปวดร้าวไปตามทางที่เส้นประสาทนั้นวิ่งไปนั่นเองครับ
โรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท ไม่ได้เกิดจากการอุบัติเหตุเสมอไปครับ ส่วนใหญ่มักเกิดจาก:
ความเสื่อมตามวัย: เมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะเริ่มเสียน้ำ ทำให้มันแฟบลงและเปราะบางขึ้น
พฤติกรรมสะสม: การอยู่ในท่าทางเดิมนานๆ (Static posture) เช่น การก้มคอพิมงาน การหนีบโทรศัพท์ไว้ที่คอ
การเคลื่อนไหวผิดจังหวะ: การสะบัดคอแรงๆ หรือการนอนตกหมอนซ้ำๆ
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ: เมื่อกล้ามเนื้อคอไม่แข็งแรง กระดูกและหมอนรองกระดูกจึงต้องรับน้ำหนักแทนจนรับไม่ไหว
นอกจากอาการปวดคอแล้ว ลองสังเกตตัวเองดูนะครับว่ามีอาการเหล่านี้ไหม:
ปวดร้าว: ปวดจากคอร้าวลงไปที่สะบัก บ่า หรือลามลงไปถึงแขนและนิ้วมือ
อาการชา: รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม หรือรู้สึกซ่าๆ เหมือนไฟช็อตที่มือหรือนิ้ว
อ่อนแรง: กล้ามเนื้อแขนหรือมือเริ่มอ่อนแรง หยิบจับของหลุดมือง่ายๆ
ท่าทางส่งผลต่อความปวด: เช่น เงยคอแล้วปวดร้าวมากขึ้น หรือเอียงคอไปข้างที่เป็นแล้วเจ็บแปล๊บ
เวลามาหาหมอ เราจะเริ่มจาก "การตรวจร่างกาย" อย่างละเอียดครับ หมอจะทดสอบกำลังกล้ามเนื้อ ดูจุดที่ชา และทดสอบท่าทางพิเศษที่ช่วยระบุว่าเส้นประสาทเส้นไหนที่กำลังถูกกดทับ
จากนั้น หมอจะส่งตรวจ "เอกซเรย์" (X-ray) เพื่อดูกายภาพเบื้องต้นว่ากระดูกคอเสื่อมไหม มีกระดูกงอกหรือไม่ แต่จุดอ่อนของเอกซเรย์คือมองไม่เห็นหมอนรองกระดูกครับ
หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอ่อนแรง หมอจะส่งตรวจ "เอ็มอาร์ไอ" (MRI) ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุด เครื่องนี้จะช่วยให้เห็น "เจลลี่" ที่ปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทได้อย่างชัดเจน เหมือนในกรณีของคุณริน MRI พบว่ามีหมอนรองกระดูกคอข้อที่ 4-5 และ 6-7 ปลิ้นออกมาทับรากเส้นประสาทข้างซ้ายอย่างชัดเจนครับ ซึ่งตรงกับอาการที่คุณรินเป็นเป๊ะเลย
คนไข้ร้อยละ 80-90 สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้โดย "ไม่ต้องผ่าตัด" ครับ โดยเราจะเรียงลำดับการรักษาจากเบาไปหาหนักดังนี้ครับ:
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทำกายภาพบำบัด นี่คือหัวใจสำคัญครับ ต้องปรับระดับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา หมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอทุกๆ 1 ชั่วโมง และทำกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือที่ช่วยลดการอักเสบ
2. การใช้ยารักษา หมอจะให้ยาในกลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ร่วมกับยาบำรุงเส้นประสาท และยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้คนไข้ผ่านช่วงที่ปวดรุนแรงไปได้
3. การฉีดยาระงับการอักเสบด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound-guided Injection) วิธีนี้กำลังเป็นที่นิยมมากครับ คือการใช้เครื่องอัลตราซาวด์มาส่องดูตำแหน่งเส้นประสาทที่ถูกทับ แล้วหมอจะฉีดยาลดการอักเสบเข้าไปที่ "จุดที่ทับ" โดยตรง วิธีนี้มีความแม่นยำสูงมาก ปลอดภัย และช่วยลดความปวดได้เร็วโดยไม่ต้องผ่าตัด
4. การผ่าตัด เราจะพิจารณาผ่าตัดเฉพาะในรายที่มีอาการอ่อนแรงชัดเจน ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หรือรักษาด้วยวิธีอื่นๆ มานาน 6-8 สัปดาห์แล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กก็ก้าวหน้าไปมาก ทำให้คนไข้ฟื้นตัวได้เร็วครับ
โรคนี้ "หายขาดได้" ในแง่ของอาการปวดครับ แต่หมอนรองกระดูกที่เสื่อมไปแล้วอาจจะไม่ได้กลับมาใหม่เหมือนตอนเราเป็นวัยรุ่น สิ่งสำคัญคือ "การป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ" ด้วยการบริหารกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อเป็นเหมือน "เฝือกธรรมชาติ" ช่วยพยุงกระดูกคอเอาไว้ครับ
หากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป เส้นประสาทที่ถูกทับอาจเกิดความเสียหายถาวร ทำให้กล้ามเนื้อแขนลีบ หรือถ้าเป็นรุนแรงจนไปทับ "ไขสันหลัง" (Spinal Cord) อาจจะทำให้เดินลำบาก ทรงตัวไม่อยู่ หรือเป็นอัมพฤกษ์ได้ครับ ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความปวดกลายเป็นเรื่องปกตินะครับ
อาการปวดคอร้าวลงแขน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลจนเกินไปครับ การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็ว จะช่วยให้เราเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณได้ เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติและมีความสุขอีกครั้งครับ
สำหรับข้อมูลในบทความนี้ เป็นการให้ความรู้ทั่วไปเพื่อให้ผู้อ่านได้สังเกตอาการเบื้องต้นและเข้าใจแนวทางการรักษาที่ทันสมัย หากท่านมีอาการที่สงสัยหรือรักษามานานแล้วไม่ดีขึ้น การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจร่างกายและพิจารณาทำ MRI จะช่วยให้การรักษาตรงจุดและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท #กระดูกคอเสื่อม #ปวดร้าวลงแขน #ออฟฟิศซินโดรม #กายภาพบำบัด #รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด #หมอเก่ง #MRIกระดูกคอ #สุขภาพวัยทำงาน