
อุบัติเหตุแค่เสี้ยววินาที ขยับแขนได้แค่นิดเดียว กำมือไม่ได้ หายใจเองไม่ได้ ต้องเจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจ ทั้งที่เมื่อวานยังขี่มอเตอร์ไซค์ไปไหนมาไหนได้เอง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงเมื่อ "กระดูกต้นคอหัก" ไปกระทบไขสันหลัง
――――――――――――――――――――――――
คอหักหนึ่งข้อ เปลี่ยนทั้งชีวิตได้อย่างไร เรื่องที่ทุกคนบนถนนควรรู้ก่อนสายเกินไป
――――――――――――――――――――――――
มีผู้ป่วยชายวัย 61 ปี ประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ล้ม กระดูกต้นคอข้อที่ห้าหัก แรงกระแทกทำให้ไขสันหลังบริเวณคอบาดเจ็บ
หลังเกิดเหตุ คุณลุงหายใจเองแทบไม่ได้ ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ตั้งแต่ระดับหน้าอกลงไปไม่รู้สึกตัว แขนทั้งสองข้างขยับได้เพียงเล็กน้อย และกำมือไม่ได้เลย อาการเป็นมาประมาณสองสัปดาห์
เรื่องแบบนี้ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด เพราะการบาดเจ็บของไขสันหลังส่วนคอ ส่วนใหญ่มาจากอุบัติเหตุบนท้องถนนและการพลัดตกหกล้ม ซึ่งเกิดกับคนทั่วไปได้ทุกวัน
――――――――――――――――――――――――
ลองนึกภาพไขสันหลังเหมือน "สายเคเบิลใหญ่" ที่ร้อยอยู่กลางกระดูกสันหลัง ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าระหว่างสมองกับร่างกายทุกส่วน
กระดูกสันหลังที่ล้อมรอบอยู่ก็เปรียบเหมือน "ท่อเหล็กแข็ง" ที่คอยปกป้องสายเคเบิลเส้นนี้เอาไว้
เมื่อกระดูกต้นคอหักจากแรงกระแทก เศษกระดูกหรือกระดูกที่เคลื่อนอาจไปกด บีบ หรือทำให้สายเคเบิลช้ำ สัญญาณที่เคยวิ่งผ่านได้สะดวกก็ถูกตัดขาด ร่างกายส่วนที่อยู่ "ใต้" จุดที่บาดเจ็บลงไปจึงสั่งงานไม่ได้ ทั้งการขยับ การรับความรู้สึก และบางครั้งรวมถึงการหายใจ
――――――――――――――――――――――――
ความรู้พื้นฐานที่ควรเข้าใจ
กระดูกต้นคอของคนเรามีเจ็ดข้อ เรียงจากบนลงล่าง การบาดเจ็บที่ไขสันหลังส่วนคอเรียกรวมว่า การบาดเจ็บไขสันหลัง (Spinal Cord Injury)
สาเหตุที่พบบ่อยคือ อุบัติเหตุจราจร โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ การพลัดตกจากที่สูง และการกระแทกบริเวณศีรษะหรือคออย่างรุนแรง
กลไกการบาดเจ็บมีสองช่วง ช่วงแรกคือความเสียหายที่เกิดขึ้นทันทีจากแรงกระแทก และช่วงที่สองคือความเสียหายที่ตามมาในชั่วโมงและวันถัดมา จากการบวม ขาดเลือด และการอักเสบ ซึ่งช่วงที่สองนี้เองที่การรักษาอย่างถูกต้องและรวดเร็วจะเข้ามาช่วยลดความเสียหายได้
อาการขึ้นอยู่กับ "ระดับ" และ "ความรุนแรง" ของการบาดเจ็บ เช่น แขนขาอ่อนแรงหรือขยับไม่ได้ มือกำไม่ได้ ชาหรือไม่รู้สึกตัวตั้งแต่ระดับที่บาดเจ็บลงไป ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ และถ้าบาดเจ็บสูงถึงระดับต้นคอตอนบน อาจกระทบกล้ามเนื้อกระบังลมจนหายใจเองไม่ได้
――――――――――――――――――――――――
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้บาดเจ็บรุนแรง
[1] ขับขี่มอเตอร์ไซค์โดยไม่สวมหมวกกันน็อก หรือสวมไม่ถูกวิธี
[2] ขับรถเร็วเกินกำหนด หรือดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่
[3] ผู้สูงอายุที่มีกระดูกเปราะหรือกระดูกพรุนอยู่เดิม ทำให้กระดูกคอหักง่ายแม้แรงกระแทกไม่มาก
[4] มีภาวะกระดูกคอเสื่อมหรือช่องกระดูกสันหลังตีบแคบอยู่ก่อน
[5] การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บผิดวิธีหลังเกิดเหตุ ทำให้ไขสันหลังบาดเจ็บซ้ำ
――――――――――――――――――――――――
แนวทางการวินิจฉัย
แพทย์จะวินิจฉัยจากหลายขั้นตอนประกอบกัน เริ่มจาก
[1] ซักประวัติการเกิดเหตุ ลักษณะการกระแทก และอาการที่เป็น
[2] ตรวจร่างกายระบบประสาทอย่างละเอียด ทั้งกำลังกล้ามเนื้อแขนขา การรับความรู้สึก และการตอบสนองของปฏิกิริยาสะท้อน เพื่อประเมินว่าบาดเจ็บที่ระดับใดและรุนแรงแค่ไหน
[3] เอกซเรย์ (X-ray) เพื่อดูแนวกระดูกเบื้องต้น
[4] เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อดูรายละเอียดของกระดูกที่หักและการเคลื่อน
[5] คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูตัวไขสันหลัง เส้นประสาท และเนื้อเยื่อโดยรอบว่าถูกกดหรือบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด
แพทย์จะใช้มาตรฐานการประเมินระดับการบาดเจ็บไขสันหลังที่เป็นสากล เพื่อจัดระดับความรุนแรงและใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของอาการ
――――――――――――――――――――――――
แนวทางการรักษา เรียงจากเบาไปหนัก
การดูแลเริ่มตั้งแต่ที่เกิดเหตุ คือการ "ตรึงคอ" ไม่ให้ขยับ เพื่อป้องกันไม่ให้ไขสันหลังบาดเจ็บเพิ่ม
เมื่อถึงโรงพยาบาล การดูแลหลักมีดังนี้
[1] ดูแลการหายใจ ถ้าหายใจเองไม่พอ ต้องใส่ท่อช่วยหายใจหรือเจาะคอ เพื่อให้ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายและไขสันหลังเพียงพอ
[2] รักษาความดันเลือดให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงไขสันหลังได้ดี ลดความเสียหายช่วงที่สอง โดยมีงานวิจัยพบว่าการรักษาแรงดันเลือดเฉลี่ยให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายในช่วงแรกสัมพันธ์กับการฟื้นตัวที่ดีขึ้น
[3] การผ่าตัด เพื่อคลายการกดทับไขสันหลังและยึดตรึงกระดูกที่หักให้มั่นคง โดยมีหลักฐานทางการแพทย์ว่าการผ่าตัดคลายการกดทับ "ภายใน 24 ชั่วโมง" ช่วยเพิ่มโอกาสการฟื้นตัวของระบบประสาทเมื่อเทียบกับการผ่าตัดช้ากว่านั้น
[4] การฟื้นฟูสมรรถภาพ เป็นหัวใจสำคัญของการรักษาระยะยาว ทั้งกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด เพื่อฝึกกล้ามเนื้อที่ยังพอใช้งานได้ ฝึกการช่วยเหลือตัวเอง ป้องกันข้อยึดติด และปรับอุปกรณ์ช่วยให้ใช้ชีวิตได้มากที่สุด
ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยทีมแพทย์หลายสาขาทำงานร่วมกัน ทั้งศัลยแพทย์ แพทย์ดูแลภาวะวิกฤต แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู พยาบาล นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด
――――――――――――――――――――――――
การฟื้นตัวและพยากรณ์โรค
โอกาสฟื้นตัวขึ้นอยู่กับว่าไขสันหลังบาดเจ็บแบบ "สมบูรณ์" หรือ "ไม่สมบูรณ์" ถ้ายังมีเส้นทางประสาทบางส่วนเหลืออยู่ โอกาสฟื้นตัวจะมากกว่า เพราะร่างกายยังมีความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้ใหม่ของระบบประสาท
การฟื้นตัวเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาเป็นเดือนถึงเป็นปี และต้องอาศัยการฝึกซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอ การฟื้นฟูที่เริ่มเร็วและทำต่อเนื่องมีผลต่อผลลัพธ์ในระยะยาว
สิ่งสำคัญคือ แต่ละคนมีระดับและความรุนแรงของการบาดเจ็บต่างกัน ผลการฟื้นตัวจึงต่างกัน ไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้แน่นอน ต้องประเมินและติดตามเป็นรายบุคคล
――――――――――――――――――――――――
ภาวะแทรกซ้อนหากดูแลไม่ดีหรือไม่รักษา
ระบบหายใจล้มเหลว และติดเชื้อในปอด
แผลกดทับจากการนอนนานโดยไม่พลิกตัว
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากการควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
ลิ่มเลือดอุดตันที่ขาและปอด จากการเคลื่อนไหวน้อย
ข้อยึดติดและกล้ามเนื้อลีบ
อาการปวดเรื้อรังบริเวณคอและไหล่
――――――――――――――――――――――――
วิธีป้องกันการบาดเจ็บไขสันหลังจากอุบัติเหตุ
[1] สวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ และคาดเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์
[2] ไม่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ และไม่ขับรถเร็วเกินกำหนด
[3] ดูแลกระดูกให้แข็งแรง ตรวจและรักษาภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ
[4] จัดบ้านให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
[5] หากพบผู้บาดเจ็บที่สงสัยกระดูกคอหัก อย่าเคลื่อนย้ายเอง ให้ตรึงคอและรีบเรียกหน่วยกู้ชีพ
――――――――――――――――――――――――
คำถามที่พบบ่อย
ถาม การที่ขยับแขนได้นิดหน่อยแต่กำมือไม่ได้ แปลว่าจะดีขึ้นได้ไหม
ตอบ การที่ยังขยับได้บ้างเป็นสัญญาณว่ายังมีเส้นทางประสาทบางส่วนเหลืออยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ดี แต่จะฟื้นได้มากน้อยแค่ไหนต้องประเมินและติดตามเป็นรายบุคคล ร่วมกับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
ถาม ทำไมคอหักแล้วถึงหายใจเองไม่ได้
ตอบ เพราะกล้ามเนื้อที่ใช้หายใจ โดยเฉพาะกระบังลม ถูกควบคุมด้วยเส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลังส่วนต้นคอ ถ้าบาดเจ็บสูงพอจะกระทบการหายใจ จึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในช่วงแรก
ถาม จำเป็นต้องผ่าตัดทุกรายไหม
ตอบ ไม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับลักษณะการหัก การเคลื่อน และการกดทับไขสันหลัง แพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคล แต่ในรายที่มีการกดทับชัดเจน การผ่าตัดคลายการกดทับเร็วมักให้ผลดีกว่า
ถาม ต้องนอนโรงพยาบาลนานแค่ไหน
ตอบ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อน โดยทั่วไปการดูแลแบ่งเป็นช่วงรักษาเฉียบพลันในโรงพยาบาล และช่วงฟื้นฟูที่อาจใช้เวลาต่อเนื่องหลายเดือน
――――――――――――――――――――――――
สรุปสิ่งที่ควรจำ
[1] กระดูกต้นคอหักที่กระทบไขสันหลัง อาจทำให้แขนขาอ่อนแรง กำมือไม่ได้ และหายใจเองไม่ได้ ความรุนแรงขึ้นกับระดับและชนิดของการบาดเจ็บ
[2] เวลาเป็นสิ่งสำคัญ การดูแลการหายใจ ความดันเลือด และการผ่าตัดคลายการกดทับเร็วในรายที่มีข้อบ่งชี้ ช่วยลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสฟื้นตัว
[3] การที่ยังขยับได้บ้างเป็นสัญญาณที่ดีว่ามีเส้นทางประสาทเหลืออยู่ แต่ผลการฟื้นตัวต้องติดตามเป็นรายบุคคล
[4] การฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่องคือหัวใจของการรักษาระยะยาว
[5] ป้องกันได้ด้วยการสวมหมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ประมาท และไม่เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่สงสัยคอหักด้วยตัวเอง
――――――――――――――――――――――――
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและรับคำแนะนำที่เหมาะสม
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
หมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก เชียงใหม่ Line OA @doctorkeng
――――――――――――――――――――――――
#บาดเจ็บไขสันหลัง #กระดูกคอหัก #อุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ #ปวดคอ #ไขสันหลัง #สวมหมวกกันน็อก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #กระดูกและข้อเชียงใหม่ #ออร์โธปิดิกส์