ขาบวมตั้งแต่น่องลงไปถึงข้อเท้า กดลงไปแล้วเป็นรอยบุ๋มค้างอยู่หลายวินาที หลายคนที่เป็น "ข้อเข่าเสื่อม" อยู่แล้ว พอขาเริ่มบวมก็มักคิดว่า "คงเพราะเข่านั่นแหละ" แล้วปล่อยไว้

แต่ความจริงคือ ขาบวมข้างเดียวในผู้สูงอายุ หลายสาเหตุไม่ได้มาจากเข่าเลย และบางอย่าง "อันตรายถึงชีวิต" ถ้าวินิจฉัยช้า

วันนี้หมอจะพาไปดูว่า ขาบวมในผู้สูงอายุที่เป็นข้อเข่าเสื่อม หรืออาจมีเกาต์ร่วมด้วย เกิดจากอะไรได้บ้าง และจะแยกอย่างไรว่าอันไหน "รอได้" อันไหน "ต้องรีบ"

――――――――――――――――――――――――

ขาบวมในผู้สูงอายุ ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะบางสาเหตุซ่อนภัยถึงชีวิต

――――――――――――――――――――――――

เคยไหมครับ พ่อแม่หรือผู้สูงอายุที่บ้าน เป็นเข่าเสื่อมมานาน เดินก็ปวด ขึ้นบันไดก็ลำบาก แล้ววันหนึ่งสังเกตว่าขาข้างหนึ่งบวมขึ้นมา

คนส่วนใหญ่จะคิดว่า "ก็เข่าไม่ดีอยู่แล้ว เดินไม่ค่อยได้ ขาเลยบวม" แล้วก็ทายาเอง นวดเอง หรือกินยาแก้ปวดต่อไป

ความคิดแบบนี้ "อันตราย" ครับ เพราะมันทำให้เราพลาดสาเหตุที่ซ่อนอยู่ บางอย่างแค่รำคาญ แต่บางอย่างถ้าช้าไป อาจมีลิ่มเลือดหลุดไปอุดที่ปอด ซึ่งเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

หมอเขียนบทความนี้ ไม่ได้จะให้ทุกคนตกใจ แต่อยากให้รู้จัก "แยกแยะ" เป็น จะได้รู้ว่าเมื่อไรดูแลที่บ้านได้ เมื่อไรต้องรีบไปหาหมอ

――――――――――――――――――――――――

เรื่องจริงของคุณสมบูรณ์

คุณสมบูรณ์ วัย 68 ปี เป็นข้อเข่าเสื่อมระยะท้ายมาหลายปี เข่าผิดรูปโก่งออก เดินได้ไม่ไกล กินยาแก้ปวดแก้อักเสบเป็นประจำ

วันหนึ่งลูกสาวสังเกตว่าน่องขวาของพ่อบวมขึ้นกว่าอีกข้างชัดเจน กดแล้วบุ๋ม ผิวออกแดงนิด ๆ และพ่อบ่นว่าปวดตึง ๆ ที่น่อง

ครอบครัวคิดว่า "คงเพราะเข่าขวาที่แย่กว่า" เลยให้พ่อนอนพัก ยกขาสูง อยู่บ้านอีกสามวัน แต่ขากลับบวมมากขึ้น

พอมาตรวจ หมอใช้ "อัลตราซาวด์ (Ultrasound)" ส่องดูที่ขา ก็พบว่าไม่ได้เกี่ยวกับเข่าโดยตรง แต่มีลิ่มเลือดอุดอยู่ในเส้นเลือดดำที่น่อง ซึ่งถ้าปล่อยไว้อาจหลุดไปที่ปอดได้

นี่คือเหตุผลว่าทำไม "ขาบวม" ในผู้สูงอายุที่เป็นเข่าเสื่อม จึงห้ามคิดเอาเองว่าเป็นเพราะเข่าเสมอไป

――――――――――――――――――――――――

ทำไมขาถึงบวม อธิบายแบบเข้าใจง่าย

ลองนึกภาพร่างกายเรามี "ท่อน้ำ" สองระบบ ระบบหนึ่งคือเส้นเลือดที่ส่งเลือดและน้ำไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ อีกระบบคือท่อระบายที่คอยพาน้ำส่วนเกินกลับเข้าสู่หัวใจ

ปกติน้ำจะไหลเข้าออกสมดุลกัน แต่เมื่อไรก็ตามที่ "น้ำรั่วออกมาคั่งในเนื้อเยื่อมากกว่าที่ระบายกลับได้" ขาก็จะบวม นี่คือหลักการพื้นฐานของอาการบวมทุกชนิด

ทีนี้ ในผู้สูงอายุที่เป็นเข่าเสื่อมหรือเกาต์ น้ำมาคั่งได้จากหลายกลไก หมอจะเล่าทีละขั้นว่า "ทำไมถึงเกิด" และ "เกิดอย่างไร"

แบบที่หนึ่ง บวมจากตัวข้อเข่าเอง เมื่อข้อเข่าเสื่อมมาก กระดูกอ่อนสึก ข้อจะอักเสบและสร้างน้ำในข้อมากขึ้น บางครั้งน้ำในเข่าดันไปสะสมเป็น "ถุงน้ำที่ข้อพับเข่า (Baker's cyst)" ถ้าถุงนี้แตก น้ำจะไหลลงไปตามน่อง ทำให้น่องบวม ปวด แดง เหมือนมีลิ่มเลือดเป๊ะ ทั้งที่ไม่มีลิ่มเลือดเลย กลไกนี้พบบ่อยในเข่าเสื่อมและผู้สูงอายุ

แบบที่สอง บวมจากลิ่มเลือดอุดเส้นเลือดดำ ลองนึกถึงท่อระบายน้ำที่มีอะไรไปอุด น้ำก็ไหลกลับไม่ได้ ต้องคั่งอยู่ปลายท่อ ลิ่มเลือดในเส้นเลือดดำก็เหมือนกัน พอเลือดไหลกลับขึ้นหัวใจไม่สะดวก ขาส่วนล่างจึงบวม ผู้สูงอายุที่เดินน้อยลงเพราะปวดเข่า เลือดยิ่งไหลเวียนช้า ลิ่มเลือดยิ่งเกิดง่าย

แบบที่สาม บวมจากการอักเสบของเกาต์ เกาต์เกิดจากกรดยูริกในเลือดสูง จนตกตะกอนเป็น "ผลึก" เล็ก ๆ คมเหมือนเศษแก้ว ไปสะสมในข้อ ร่างกายเห็นว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงส่งเม็ดเลือดขาวมาโจมตี เกิดการอักเสบรุนแรง ข้อและรอบข้อจึงบวมแดง ร้อน ปวดมากจนแตะไม่ได้ บางครั้งบวมลามจนดูเหมือนติดเชื้อที่ผิวหนัง

แบบที่สี่ บวมจากทั้งตัว ในผู้สูงอายุ หัวใจ ไต หรือตับที่ทำงานอ่อนลง รวมถึงยาบางชนิด จะทำให้น้ำคั่งทั้งตัว ลงมาที่ขาทั้งสองข้างเท่า ๆ กัน แบบนี้มักบวมสองข้าง ไม่ใช่ข้างเดียว

――――――――――――――――――――――――

ความรู้พื้นฐานที่ควรรู้

สิ่งที่ช่วยบอกสาเหตุได้ดีที่สุด คือการสังเกตว่าขาบวม "ข้างเดียว" หรือ "สองข้าง" และบวมแบบ "เฉียบพลัน" หรือ "ค่อยเป็นค่อยไป"

บวมข้างเดียวแบบเฉียบพลัน มักมาจากปัญหาเฉพาะที่ของขาข้างนั้น เช่น ลิ่มเลือดอุดเส้นเลือดดำ การติดเชื้อที่ผิวหนัง ถุงน้ำที่ข้อพับเข่าแตก เกาต์กำเริบ หรือกล้ามเนื้อน่องฉีก กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ "ต้องรีบ" เพราะมีสาเหตุอันตรายปนอยู่

บวมสองข้างแบบค่อยเป็นค่อยไป มักมาจากปัญหาทั้งตัว เช่น หัวใจ ไต ตับ ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย หรือผลข้างเคียงของยา รวมถึงเส้นเลือดดำเสื่อมตามวัย

อาการที่ช่วยบอกทิศทาง ได้แก่ ปวดมากหรือไม่ มีไข้ไหม ผิวแดงร้อนหรือไม่ คลำได้ก้อนที่ข้อพับเข่าหรือเปล่า กดแล้วบุ๋มหรือบวมแข็ง และเริ่มบวมหลังเหตุการณ์อะไร เช่น หลังนั่งรถนาน ๆ หลังป่วยนอนติดเตียง หรือหลังสะดุดล้ม

――――――――――――――――――――――――

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ขาบวมง่ายขึ้น

[1] อายุมาก เส้นเลือดดำและระบบระบายน้ำเหลืองเสื่อมตามวัย ทำให้น้ำคั่งง่าย

[2] เคลื่อนไหวน้อย ผู้สูงอายุที่ปวดเข่าจนเดินน้อยลง เลือดไหลเวียนช้า เสี่ยงลิ่มเลือดมากขึ้น

[3] เป็นข้อเข่าเสื่อมระยะท้าย มีน้ำในข้อมากและมีโอกาสเกิดถุงน้ำที่ข้อพับเข่า

[4] มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ ไต ตับ เบาหวาน ความดัน หรือกรดยูริกสูง

[5] ใช้ยาบางชนิดประจำ เช่น ยาลดความดันบางกลุ่ม และยาแก้ปวดแก้อักเสบ ซึ่งทำให้น้ำคั่งและบวมได้

――――――――――――――――――――――――

แพทย์วินิจฉัยหาสาเหตุอย่างไร

การหาสาเหตุของขาบวม ไม่ใช่การเดา แต่เป็นการไล่เรียงทีละขั้น

ขั้นที่หนึ่ง ซักประวัติ หมอจะถามว่าบวมข้างเดียวหรือสองข้าง บวมเร็วหรือช้า ปวดไหม มีไข้ไหม มีโรคประจำตัวอะไร กินยาอะไรอยู่ และเริ่มบวมหลังเหตุการณ์อะไร

ขั้นที่สอง ตรวจร่างกาย ดูว่าบวมแบบกดบุ๋มหรือบวมแข็ง ผิวแดงร้อนหรือไม่ คลำได้ก้อนที่ข้อพับเข่าหรือเปล่า วัดขนาดน่องสองข้างเทียบกัน และตรวจข้อเข่าว่ามีน้ำในข้อหรืออักเสบ

ขั้นที่สาม อัลตราซาวด์ เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในผู้สูงอายุที่ขาบวม เพราะส่องดูได้ทันทีว่ามีลิ่มเลือดในเส้นเลือดดำหรือไม่ มีถุงน้ำที่ข้อพับเข่าหรือถุงน้ำแตกหรือเปล่า และมีน้ำในข้อเข่ามากแค่ไหน ช่วยแยก "ลิ่มเลือด" ออกจาก "ถุงน้ำแตก" ซึ่งสองอย่างนี้อาการเหมือนกันแต่รักษาคนละทาง

ขั้นที่สี่ ตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อดูการทำงานของหัวใจ ไต ตับ ต่อมไทรอยด์ และระดับกรดยูริก เมื่อสงสัยว่าบวมมาจากทั้งตัว

ขั้นที่ห้า เอกซเรย์หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้เมื่อต้องดูรายละเอียดข้อเข่า กระดูก หรือเนื้อเยื่อรอบข้อเพิ่มเติม

――――――――――――――――――――――――

แนวทางการรักษา เรียงจากเบาไปหนัก

การรักษาขาบวม "ขึ้นอยู่กับสาเหตุ" ไม่มีสูตรเดียวใช้ได้กับทุกคน ที่สำคัญคือต้องหาสาเหตุให้เจอก่อน

ขั้นที่หนึ่ง ปรับพฤติกรรม สำหรับอาการบวมที่ไม่อันตราย เช่น ยกขาสูงเวลานอน ขยับขาบ่อย ๆ ไม่นั่งหรือยืนนานเกินไป และคุมน้ำหนัก

ขั้นที่สอง ใส่ถุงน่องแบบรัด ช่วยดันน้ำกลับ ใช้ได้ดีในกรณีเส้นเลือดดำเสื่อมหรือบวมเรื้อรัง แต่ต้องแน่ใจก่อนว่าไม่มีลิ่มเลือดเฉียบพลันหรือเส้นเลือดแดงตีบ

ขั้นที่สาม รักษาตามโรคต้นเหตุ ถ้าเป็นลิ่มเลือดต้องใช้ยาละลายลิ่มเลือด ถ้าเป็นเกาต์ต้องลดการอักเสบและคุมกรดยูริก ถ้าเป็นการติดเชื้อต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ ถ้าบวมจากหัวใจหรือไตต้องรักษาที่อวัยวะนั้น

ขั้นที่สี่ ดูแลข้อเข่าที่เป็นต้นเหตุ ถ้าน้ำในข้อมากหรือมีถุงน้ำที่ข้อพับเข่า การเจาะดูดน้ำหรือฉีดยาลดอักเสบเข้าข้อภายใต้อัลตราซาวด์ ช่วยลดน้ำและอาการบวมได้แม่นยำขึ้น

ขั้นที่ห้า ผ่าตัด ใช้เฉพาะบางกรณี เช่น ถุงน้ำที่ข้อพับเข่าขนาดใหญ่ที่ไม่หาย หรือข้อเข่าเสื่อมระยะท้ายที่ต้องเปลี่ยนข้อ

――――――――――――――――――――――――

พยากรณ์โรค หายไหม นานแค่ไหน

ข่าวดีคือ ขาบวมส่วนใหญ่รักษาได้ ถ้าหาสาเหตุเจอและจัดการตรงจุด

ถ้าเป็นลิ่มเลือดและรักษาทันเวลา อาการจะดีขึ้นและลดความเสี่ยงร้ายแรงได้มาก แต่อาจต้องกินยาต่อเนื่องระยะหนึ่ง

ถ้าเป็นถุงน้ำที่ข้อพับเข่าหรือน้ำในข้อจากเข่าเสื่อม เมื่อดูแลข้อเข่าให้ดีขึ้น อาการบวมก็มักทุเลา แต่ถ้าไม่คุมต้นเหตุ ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ

ถ้าเป็นเกาต์ เมื่อคุมกรดยูริกได้ตามเป้า การกำเริบจะลดลงมาก แต่ต้องดูแลต่อเนื่องระยะยาว

ส่วนอาการบวมจากหัวใจ ไต หรือตับ จะดีขึ้นตามการควบคุมโรคประจำตัว จึงต้องดูแลควบคู่กันไป

――――――――――――――――――――――――

ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ถ้าขาบวมจากลิ่มเลือดแล้วไม่รักษา ลิ่มเลือดอาจหลุดไปอุดที่ปอด ทำให้หายใจไม่ออกและเสียชีวิตเฉียบพลันได้

ถ้าเป็นการติดเชื้อที่ผิวหนังแล้วปล่อยไว้ เชื้ออาจลามเข้ากระแสเลือด กลายเป็นภาวะติดเชื้อรุนแรง

ถ้าเป็นเกาต์ที่ไม่คุม ข้อจะถูกทำลายซ้ำ ๆ จนผิดรูป เกิดก้อนกรดยูริกสะสม และไตอาจเสื่อม

และถ้าปล่อยให้ขาบวมเรื้อรังนาน ๆ ผิวหนังจะหนา คล้ำ และเกิดแผลเรื้อรังที่รักษายาก

――――――――――――――――――――――――

วิธีป้องกันและดูแลตัวเอง

[1] ขยับร่างกายสม่ำเสมอ อย่านั่งหรือนอนนานเกินไป ถ้าต้องเดินทางไกลให้ลุกขยับขาบ่อย ๆ

[2] ยกขาสูงเวลานอนพัก ช่วยให้น้ำที่คั่งไหลกลับได้ดีขึ้น

[3] คุมน้ำหนักและดูแลข้อเข่า ลดภาระข้อและลดการอักเสบที่ทำให้เกิดน้ำในข้อ

[4] ดูแลโรคประจำตัวให้ดี ทั้งหัวใจ ไต เบาหวาน ความดัน และกรดยูริก ตามคำแนะนำของแพทย์

[5] อย่าซื้อยาแก้ปวดแก้อักเสบกินเองต่อเนื่อง เพราะอาจทำให้ขาบวมมากขึ้นและทำร้ายไตโดยไม่รู้ตัว

――――――――――――――――――――――――

คำถามที่พบบ่อย

ถาม ขาบวมข้างเดียวกับสองข้าง ต่างกันอย่างไร

ตอบ บวมข้างเดียวมักเป็นปัญหาเฉพาะที่ของขาข้างนั้น และมีโอกาสเจอสาเหตุอันตราย เช่น ลิ่มเลือด มากกว่า ส่วนบวมสองข้างเท่า ๆ กันมักมาจากปัญหาทั้งตัว เช่น หัวใจ ไต ตับ หรือยา จึงควรให้แพทย์แยกให้ชัด

ถาม ขาบวมแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

ตอบ ถ้าบวมข้างเดียวเร็ว ๆ ร่วมกับปวดน่องมาก ผิวแดงร้อน มีไข้ หรือหายใจเหนื่อยเจ็บหน้าอก ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นลิ่มเลือดหรือการติดเชื้อรุนแรง

ถาม เป็นเข่าเสื่อมอยู่แล้ว ขาบวมแปลว่าเข่าแย่ลงใช่ไหม

ตอบ ไม่เสมอไปครับ เข่าเสื่อมทำให้บวมรอบเข่าได้จริง แต่ขาที่บวมลงไปถึงน่องหรือข้อเท้า อาจมาจากสาเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเข่าเลย จึงไม่ควรเหมาเอาเอง

ถาม กดขาแล้วบุ๋ม กับบวมแข็งไม่บุ๋ม ต่างกันอย่างไร

ตอบ กดแล้วบุ๋มมักเป็นน้ำคั่งจากหัวใจ ไต ตับ เส้นเลือดดำ หรือยา ส่วนบวมแข็งกดไม่ค่อยบุ๋มมักเกี่ยวกับระบบน้ำเหลือง ทั้งสองแบบควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ

ถาม อัลตราซาวด์ช่วยอะไรในคนขาบวม

ตอบ ช่วยส่องดูได้ทันทีว่ามีลิ่มเลือดในเส้นเลือดดำหรือไม่ มีถุงน้ำที่ข้อพับเข่าหรือถุงน้ำแตกหรือเปล่า และมีน้ำในข้อเข่ามากแค่ไหน ทำให้แยกสาเหตุที่อาการคล้ายกันออกจากกันได้แม่นยำและรวดเร็ว

――――――――――――――――――――――――

สรุปสิ่งที่ควรจำ

[1] ขาบวมในผู้สูงอายุที่เป็นเข่าเสื่อม "อย่าเหมาเอาเองว่าเป็นเพราะเข่า" เพราะอาจพลาดสาเหตุอันตราย

[2] บวมข้างเดียวแบบเฉียบพลัน คือกลุ่มที่ต้องระวังมากที่สุด โดยเฉพาะลิ่มเลือดอุดเส้นเลือดดำ

[3] ถุงน้ำที่ข้อพับเข่าแตก เกาต์กำเริบ และการติดเชื้อผิวหนัง อาการคล้ายลิ่มเลือดได้ จึงต้องให้แพทย์แยก

[4] อัลตราซาวด์ช่วยแยกสาเหตุที่อาการเหมือนกันได้รวดเร็ว ลดการวินิจฉัยพลาด

[5] อย่าซื้อยาแก้ปวดแก้อักเสบกินเองนาน ๆ เพราะทำให้บวมมากขึ้นและทำร้ายไตได้

――――――――――――――――――――――――

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

"เราเชื่อว่า ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"

――――――――――――――――――――――――

#ขาบวม #ขาบวมในผู้สูงอายุ #ข้อเข่าเสื่อม #เกาต์ #ลิ่มเลือดในขา #ถุงน้ำข้อพับเข่า #ปวดเข่า #ผู้สูงอายุ #อัลตราซาวด์รักษาปวด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #legswelling #legedema #DVT #kneeosteoarthritis #gout