
เดินจับลูกบิดประตู มือเริ่มไม่มีแรง
ยกแก้วกาแฟขึ้นมา เสียวแปลบที่ข้อศอก
บิดผ้าเช็ดตัว ต้องหยุดกลางคัน เพราะปวด
คุณลุงสมชาย อายุ 52 ปี
ปวดข้อศอกขวามาเกือบปี คิดว่าแค่ใช้งานหนัก เดี๋ยวก็หาย
จนวันนี้ จับด้ามจอบทำสวนไม่ไหวอีกแล้ว
ภรรยาถามว่า "จะทนไปอีกนานแค่ไหน"
ข้อศอกที่ปวด อาจไม่ได้เป็นโรคเดียวกันทุกคน
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า ปวดข้อศอกแต่ละแบบบอกโรคอะไรได้บ้าง และทำไมการวินิจฉัยที่ถูกต้องถึงสำคัญที่สุด ครับ
――――――――――――――――――――――――
ปวดข้อศอกตรงไหน บอกโรคได้เลย อ่านสัญญาณก่อนปล่อยให้เรื้อรัง
――――――――――――――――――――――――
หลายคนคิดว่า "ปวดข้อศอก" คืออาการเดียว เป็นโรคเดียว
แต่ความจริงแล้ว ข้อศอกเป็นข้อต่อที่ซับซ้อน มีทั้งกระดูก เส้นเอ็น เส้นประสาท และถุงน้ำหล่อลื่นอยู่รวมกันในพื้นที่เล็กๆ
เวลาปวด แต่ละตำแหน่งจึงบอกโรคที่ต่างกัน และที่สำคัญคือ แต่ละโรครักษาไม่เหมือนกันเลย
วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ปวดข้อศอกแต่ละแบบเกิดจากอะไร และคุณควรสังเกตตัวเองอย่างไร
――――――――――――――――――――――――
เรื่องของคุณลุงสมชาย
คุณลุงสมชาย อายุ 52 ปี เป็นชาวสวน ใช้แขนขวาทำงานหนักทุกวัน
วันหนึ่งเริ่มรู้สึกเสียวที่ข้อศอกด้านนอก เวลายกของหรือบิดข้อมือ
ตอนแรกคิดว่าพักสักหน่อยก็หาย เลยไม่ได้สนใจ
แต่ผ่านไปหลายเดือน อาการกลับหนักขึ้น จนจับด้ามจอบไม่ไหว ยกแก้วกาแฟยังเสียว
สิ่งที่คุณลุงไม่รู้คือ อาการแบบนี้มีหลายสาเหตุ และบางสาเหตุยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งรักษายาก
――――――――――――――――――――――――
ทำไมข้อศอกถึงปวด เกิดขึ้นได้อย่างไร
หลายคนไม่รู้ว่า อาการปวดข้อศอกที่ดูเหมือนกัน อาจมาจากคนละสาเหตุ
ลองนึกภาพข้อศอกเหมือนสี่แยกที่มีถนนหลายสายมาบรรจบกัน มีทั้งสายเอ็น สายประสาท และจุดเชื่อมกระดูก
เวลาถนนสายใดสายหนึ่งมีปัญหา อาการปวดก็จะออกมาคนละจุด
จุดแรก คือเส้นเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อกับกระดูก เวลาเราใช้งานซ้ำๆ มากเกินไป เช่น บิดข้อมือ ยกของ จับเครื่องมือแน่นๆ เส้นเอ็นตรงนี้จะเกิดการฉีกขาดเล็กๆ สะสมทีละนิด
ร่างกายพยายามซ่อม แต่ซ่อมไม่ทันการใช้งาน เส้นเอ็นเลยค่อยๆ เสื่อม ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม เหมือนเชือกที่ใช้นานจนเริ่มเปื่อยเป็นขุย นี่คือที่มาของอาการปวดข้อศอกด้านนอกและด้านใน
จุดที่สอง คือเส้นประสาทที่วิ่งผ่านร่องกระดูกด้านในข้อศอก ตรงที่เราเรียกกันว่า "กระดูกบ้า" เวลางอข้อศอกนานๆ หรือมีอะไรกดทับ เส้นประสาทตรงนี้จะถูกบีบ ทำให้ชาร้าวลงไปที่นิ้วก้อยและนิ้วนาง เหมือนสายไฟที่ถูกหนีบจนสัญญาณวิ่งไม่สะดวก
จุดที่สาม คือถุงน้ำหล่อลื่นที่ปลายข้อศอกด้านหลัง ถ้าโดนกระแทกบ่อย หรือเท้าศอกลงโต๊ะนานๆ ถุงนี้จะอักเสบและบวมโป่งขึ้นมาเหมือนลูกปิงปอง
เพราะอาการปวดมาจากคนละจุด การรักษาจึงต้องแยกให้ออกก่อนว่าเป็นแบบไหน
――――――――――――――――――――――――
รู้จักโรคปวดข้อศอกที่พบบ่อย
เมื่อแยกตามตำแหน่งที่ปวด เราพอจะแบ่งกลุ่มโรคที่พบบ่อยได้ดังนี้
ปวดข้อศอกด้านนอก
เป็นแบบที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากเส้นเอ็นด้านนอกอักเสบเรื้อรัง คนทั่วไปเรียกว่า "ข้อศอกเทนนิส" แต่จริงๆ คนที่เป็นส่วนใหญ่ไม่ได้เล่นเทนนิส มักเป็นคนที่ใช้ข้อมือและแขนซ้ำๆ เช่น แม่บ้าน ช่าง คนทำสวน อาการคือปวดด้านนอกข้อศอก เวลายกของหรือบิดข้อมือจะเสียวแปลบ
ปวดข้อศอกด้านใน
เกิดจากเส้นเอ็นด้านในอักเสบ เรียกกันว่า "ข้อศอกนักกอล์ฟ" พบน้อยกว่าด้านนอกหลายเท่า มักเจอในคนที่ต้องกำมือหรือบิดข้อมือเข้าด้านในบ่อยๆ อาการคือปวดด้านในข้อศอก เวลากำมือหรือยกของจะปวดมากขึ้น
ปวดด้านในร่วมกับชาที่นิ้ว
ถ้าปวดด้านในข้อศอกแล้วมีอาการชาร้าวลงไปที่นิ้วก้อยและนิ้วนางด้วย แสดงว่าเส้นประสาทถูกกดทับ อาการมักเป็นมากตอนงอข้อศอกนานๆ เช่น ตอนนอนหรือคุยโทรศัพท์ บางคนถือเป็นนานจนกล้ามเนื้อมือเริ่มลีบ
ปวดบวมที่ปลายศอกด้านหลัง
เกิดจากถุงน้ำหล่อลื่นปลายศอกอักเสบ จะเห็นเป็นก้อนบวมนุ่มๆ ที่ปลายศอก บางครั้งไม่ปวดมาก แต่ถ้ามีการติดเชื้อจะบวมแดงร้อนและปวดมาก ต้องรีบพบแพทย์
ปวดเวลาเหยียดสุดหรืองอสุด
ถ้าปวดตอนเหยียดข้อศอกสุดหรืองอสุด ร่วมกับข้อศอกเริ่มเหยียดไม่สุด อาจเป็นข้อศอกเสื่อม พบในคนที่ใช้แขนหนักมานาน หรือเคยมีอุบัติเหตุที่ข้อศอกมาก่อน
――――――――――――――――――――――――
ใครเสี่ยงปวดข้อศอกบ้าง
คนที่ใช้ข้อมือและแขนซ้ำๆ ทุกวัน เช่น ช่าง แม่บ้าน คนทำสวน นักกีฬา
คนที่ทำงานออฟฟิศ ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดนานๆ หรือชอบเท้าศอกลงโต๊ะ
คนที่ชอบงอข้อศอกค้างนานๆ เช่น คุยโทรศัพท์นาน นอนงอแขนทับ
คนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป เพราะเส้นเอ็นเริ่มเสื่อมตามวัย
คนที่เคยบาดเจ็บหรือมีอุบัติเหตุที่ข้อศอกมาก่อน
――――――――――――――――――――――――
การวินิจฉัยทำอย่างไร
การหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดข้อศอก ต้องอาศัยหลายขั้นตอนประกอบกัน
[1] ซักประวัติ แพทย์จะถามว่าปวดตรงไหน ปวดมานานแค่ไหน ทำอะไรแล้วปวดมากขึ้น มีอาการชาร่วมด้วยไหม
[2] ตรวจร่างกาย กดหาจุดที่ปวดที่สุด ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อ และตรวจดูว่าข้อศอกเหยียดงอได้สุดหรือไม่
[3] ตรวจด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ช่วยให้เห็นเส้นเอ็นและถุงน้ำว่าอักเสบหรือฉีกขาดหรือไม่ เป็นเครื่องมือที่ปลอดภัย ไม่เจ็บ และดูได้ทันทีในห้องตรวจ
[4] เอกซเรย์ ใช้ดูกระดูกและข้อ ว่ามีข้อเสื่อม กระดูกงอก หรือความผิดปกติของข้อหรือไม่
[5] ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือตรวจการนำกระแสประสาท ใช้ในกรณีที่สงสัยเส้นประสาทถูกกดทับ หรือต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติม
――――――――――――――――――――――――
แนวทางการรักษา จากเบาไปหนัก
เป้าหมายของการรักษาคือ ให้คุณกลับไปใช้ชีวิตและทำสิ่งที่รักได้ตามปกติ โดยเริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อนเสมอ
[1] ปรับพฤติกรรมและพักการใช้งาน หลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้ปวด ลดการใช้งานซ้ำๆ และปรับท่าทางการทำงาน เป็นขั้นแรกที่สำคัญที่สุด
[2] ยาและการประคบ ใช้ยาแก้ปวดลดอักเสบตามที่แพทย์แนะนำ ร่วมกับการประคบเย็นในช่วงแรก
[3] กายภาพบำบัดและการบริหาร การยืดและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี ช่วยให้เส้นเอ็นแข็งแรงและหายเร็วขึ้น
[4] ฉีดยาภายใต้อัลตราซาวด์ ในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้น การฉีดยาโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง ช่วยให้ฉีดได้ตรงตำแหน่งที่อักเสบอย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
[5] ผ่าตัด ใช้เฉพาะกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นเต็มที่แล้วยังไม่ดีขึ้น เช่น เส้นประสาทถูกกดทับรุนแรงจนกล้ามเนื้อลีบ หรือข้อเสื่อมมาก ซึ่งเป็นส่วนน้อยของผู้ป่วยทั้งหมด
――――――――――――――――――――――――
อาการจะหายไหม นานแค่ไหน
ข่าวดีคือ อาการปวดข้อศอกส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
กลุ่มเส้นเอ็นอักเสบ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการดีขึ้นภายในเวลาไม่เกินหนึ่งปี เมื่อรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความอดทน
กลุ่มถุงน้ำอักเสบ มักหายได้เองเมื่อพักและดูแลอย่างถูกต้อง
กลุ่มเส้นประสาทถูกกดทับ ถ้าเป็นน้อยและรักษาเร็ว มักดีขึ้นได้ แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนเส้นประสาทเสียหายมาก การฟื้นตัวจะช้าลง
นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรปล่อยอาการไว้นานเกินไป
――――――――――――――――――――――――
ถ้าไม่รักษาจะเป็นอย่างไร
การปล่อยอาการปวดข้อศอกไว้นานโดยไม่หาสาเหตุ อาจทำให้เกิดผลตามมาได้
เส้นเอ็นที่อักเสบเรื้อรังจะเสื่อมมากขึ้น ทำให้รักษายากกว่าเดิม
ในกรณีเส้นประสาทถูกกดทับเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อมืออาจค่อยๆ ลีบลง และเมื่อถึงจุดหนึ่ง การฟื้นตัวจะไม่สมบูรณ์ แม้จะรักษาภายหลัง
ข้อศอกที่เสื่อมมากขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้เหยียดงอได้น้อยลง กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้บอกเพื่อให้กังวล แต่เพื่อให้เข้าใจว่า การหาสาเหตุแต่เนิ่นๆ คือทางที่ดีที่สุด
――――――――――――――――――――――――
วิธีดูแลและป้องกัน
พักข้อศอกเป็นระยะ เมื่อต้องทำงานที่ใช้แขนซ้ำๆ อย่าฝืนทำต่อเนื่องนานเกินไป
อบอุ่นร่างกายและยืดกล้ามเนื้อแขนก่อนทำงานหนักหรือเล่นกีฬา
ปรับท่าทางการทำงานให้เหมาะสม โดยเฉพาะคนที่ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ
หลีกเลี่ยงการเท้าศอกลงพื้นแข็งนานๆ และการงอข้อศอกค้างนานเกินไป
เมื่อเริ่มมีอาการ อย่าปล่อยไว้นาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
――――――――――――――――――――――――
คำถามที่พบบ่อย
ปวดข้อศอกต้องผ่าตัดไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้องครับ ผู้ป่วยกว่าร้อยละ 80 ถึง 90 อาการดีขึ้นด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด การผ่าตัดใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น
ปวดข้อศอกประคบร้อนหรือเย็นดี
ในช่วงที่เพิ่งปวดหรืออักเสบใหม่ๆ ควรประคบเย็น ส่วนอาการปวดเรื้อรังที่ไม่บวม อาจใช้ประคบอุ่นเพื่อคลายกล้ามเนื้อได้
ปวดข้อศอกแล้วชานิ้ว อันตรายไหม
อาการชานิ้วร่วมกับปวดข้อศอก เป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทอาจถูกกดทับ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจ เพราะถ้าปล่อยไว้นานอาจกระทบการฟื้นตัว
ทำไมปวดข้อศอกมาเป็นปีแล้วยังไม่หาย
เพราะอาจวินิจฉัยผิดสาเหตุ หรือยังใช้งานในท่าที่ทำให้อักเสบต่อเนื่อง การหาสาเหตุที่ถูกต้องจึงสำคัญที่สุด
ฉีดยาเข้าข้อศอกอันตรายไหม
การฉีดยาโดยใช้อัลตราซาวด์นำทางช่วยให้ฉีดตรงตำแหน่งและปลอดภัยขึ้นมาก แต่ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและพิจารณาเป็นรายบุคคล
――――――――――――――――――――――――
สรุปสิ่งที่ควรจำ
[1] ปวดข้อศอกไม่ได้เป็นโรคเดียว ตำแหน่งที่ปวดบอกสาเหตุที่ต่างกัน
[2] ปวดด้านนอก ด้านใน ด้านหลัง หรือมีชาร่วมด้วย ล้วนเป็นคนละโรคและรักษาต่างกัน
[3] การวินิจฉัยที่ถูกต้องคือกุญแจสำคัญ อัลตราซาวด์ช่วยให้เห็นปัญหาได้ชัดเจน
[4] ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ถ้ารักษาถูกวิธีและไม่ปล่อยไว้นาน
[5] คุณไม่ได้เผชิญกับอาการนี้คนเดียว และการดูแลข้อศอกตั้งแต่วันนี้ คือการรักษาความสามารถในการทำสิ่งที่คุณรักไว้ให้นานที่สุด
――――――――――――――――――――――――
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
เราเชื่อว่า ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
――――――――――――――――――――――――
#ปวดข้อศอก #ข้อศอกเทนนิส #ข้อศอกนักกอล์ฟ #เส้นเอ็นอักเสบ #เส้นประสาทถูกกดทับ #ปวดข้อ #อัลตราซาวด์รักษาปวด #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #กระดูกและข้อ #ปวดแขน #ElbowPain #TennisElbow #GolfersElbow #CubitalTunnel #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก