กลางดึก สะดุ้งตื่นเพราะปวดโคนนิ้วหัวแม่เท้า
แค่ผ้าห่มแตะก็ทนแทบไม่ไหว
เช้ามา บวมแดง ร้อน เดินลงน้ำหนักไม่ได้เลย
คุณสมชาย วัย 58 ปี เคยเป็นเก๊าท์มาก่อน หมอเคยให้ยาลดกรดยูริคไว้
แต่พอหายปวด เขาก็หยุดกินเอง คิดว่าหายแล้ว คงไม่เป็นไร
จนคืนนี้ อาการเก่ากลับมา หนักกว่าเดิม
บทความนี้จะเล่าว่าทำไมเก๊าท์ถึงกลับมา ทั้งที่เคยหายดี และอะไรคือกุญแจที่ทำให้ไม่กำเริบอีก ครับ
――――――――――――――――――――――――
หายปวดเก๊าท์แล้ว ไม่ได้แปลว่าหายขาด ทำไมต้องกินยาต่อ
――――――――――――――――――――――――
หลายคนเข้าใจว่า เก๊าท์ คือโรคที่ "ปวดเป็นพักๆ" พอปวดก็กินยาแก้ปวด พอหายก็เลิก แล้วก็ใช้ชีวิตตามปกติจนกว่าจะปวดอีกครั้ง
ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ ช่วงที่ไม่ปวดนั้น โรคไม่ได้หายไปไหน มันแค่ "เงียบ" อยู่เฉยๆ และระหว่างที่เงียบนี่เอง ที่ผลึกของกรดยูริคยังค่อยๆ สะสมอยู่ในข้อต่อเรื่อยๆ
นี่คือสาเหตุที่คุณสมชายต้องกลับมาเจ็บอีกครั้ง และเป็นบทเรียนสำคัญที่อยากให้ทุกคนที่เป็นเก๊าท์เข้าใจ ครับ
――――――――――――――――――――――――
▶ เก๊าท์คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
เก๊าท์ (Gout) เกิดจากการที่ร่างกายมี "กรดยูริค" (Uric acid) ในเลือดสูงเกินไปเป็นเวลานาน
ลองนึกภาพการชงน้ำหวานครับ ถ้าเราเติมน้ำตาลลงไปในน้ำมากเกินกว่าที่น้ำจะละลายได้หมด น้ำตาลส่วนเกินก็จะตกตะกอนเป็นผลึกอยู่ก้นแก้ว
กรดยูริคในเลือดก็เหมือนกัน เมื่อมีมากเกินกว่าที่เลือดจะละลายไว้ได้ มันก็จะตกตะกอนกลายเป็นผลึกเล็กๆ คล้ายเข็มแหลม ไปสะสมตามข้อต่อ
ทีนี้พอมีอะไรมากระตุ้น เช่น กินอาหารบางอย่าง ดื่มเหล้า หรือร่างกายขาดน้ำ ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะไปเจอผลึกเหล่านี้ แล้วเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงส่งเซลล์มาโจมตี เกิดเป็นการอักเสบรุนแรง นั่นคือ "อาการเก๊าท์กำเริบ" ที่ทำให้ปวด บวม แดง ร้อน
แล้วทำไมมักเป็นที่ "โคนนิ้วหัวแม่เท้า" เป็นอันดับแรก คำตอบคือ ตำแหน่งที่อยู่ปลายสุดของร่างกาย เช่น นิ้วเท้า มักมีอุณหภูมิเย็นกว่าส่วนอื่น และกรดยูริคจะตกผลึกได้ง่ายขึ้นในที่ที่เย็นกว่า เหมือนน้ำที่แข็งตัวง่ายในที่เย็น ผลึกจึงชอบไปสะสมที่นั่นก่อน และมักกำเริบตอนกลางคืนที่อุณหภูมิร่างกายลดลง ครับ
――――――――――――――――――――――――
▶ ความรู้พื้นฐานที่ควรเข้าใจ
เก๊าท์ไม่ใช่แค่ "โรคปวดข้อ" แต่เป็นโรคของการสะสมผลึกกรดยูริคที่เป็นเรื้อรัง
สิ่งที่ทำให้กรดยูริคสูง มาจาก 2 ทางหลัก
ร่างกายสร้างกรดยูริคมากเกินไป ส่วนหนึ่งมาจากอาหารที่มีสารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ไตขับกรดยูริคออกได้น้อยลง ซึ่งพบได้บ่อยกว่า และมักเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม
อาการที่พบ คือ ปวดข้อเฉียบพลัน บวม แดง ร้อน มักเป็นข้อเดียวก่อน โดยเฉพาะโคนนิ้วหัวแม่เท้า อาการมักรุนแรงที่สุดภายใน 1 วันแรก
――――――――――――――――――――――――
▶ ใครเสี่ยงเป็นเก๊าท์
ผู้ชายวัยกลางคนขึ้นไป พบบ่อยกว่าผู้หญิง
คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
คนที่ชอบอาหารพิวรีนสูง เช่น เครื่องใน อาหารทะเล น้ำซุปเข้มข้น
คนที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคไต
คนที่มีคนในครอบครัวเป็นเก๊าท์
――――――――――――――――――――――――
▶ การวินิจฉัย
หมอจะเริ่มจากการซักประวัติอาการ และดูลักษณะข้อที่ปวด บวม แดง
จากนั้นอาจตรวจเลือดเพื่อดูระดับกรดยูริค แต่สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ระดับกรดยูริคในเลือดขณะกำเริบ อาจปกติได้ จึงไม่ใช้ค่าเลือดเพียงอย่างเดียวในการตัดสิน
วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการดูดน้ำในข้อไปส่องกล้องหาผลึก แต่ในทางปฏิบัติ หมอมักวินิจฉัยจากลักษณะอาการที่ชัดเจนร่วมกับประวัติได้ ในบางกรณีอาจใช้อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือเอกซเรย์ช่วยดูการสะสมของผลึกและความเสียหายของข้อ ครับ
――――――――――――――――――――――――
▶ แนวทางการรักษา
การรักษาเก๊าท์มี 2 ส่วนที่ต้องแยกให้ชัด เพราะนี่คือจุดที่คนไข้สับสนมากที่สุด
ส่วนที่ 1 รักษาตอนกำเริบ คือการลดการอักเสบและความปวดให้เร็วที่สุด ด้วยยาต้านการอักเสบ ยาลดการอักเสบเฉพาะของเก๊าท์ หรือยาสเตียรอยด์ ตามที่หมอพิจารณา ส่วนนี้คือ "ดับไฟ"
ส่วนที่ 2 รักษาที่ต้นเหตุระยะยาว คือการกินยาลดกรดยูริค (Urate-Lowering Therapy) เพื่อค่อยๆ ลดระดับกรดยูริคให้ต่ำลงจนผลึกที่สะสมอยู่ละลายหายไป ส่วนนี้คือ "ถอนเชื้อเพลิง" ออกจากกองไฟ
หัวใจสำคัญคือ การกินยาส่วนที่ 2 ต้องกินต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แม้ในวันที่ไม่ปวดเลย เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่ให้หายปวด แต่เพื่อให้กลับมาเดิน ทำงาน และใช้ชีวิตได้ตามปกติในระยะยาว โดยไม่ต้องกลัวว่าจะกำเริบกลางดึกอีก และเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อถูกทำลายถาวรจนผิดรูป ครับ
――――――――――――――――――――――――
▶ พยากรณ์โรค
ข่าวดีคือ เก๊าท์เป็นโรคที่ "คุมได้" ครับ
ถ้ากินยาลดกรดยูริคสม่ำเสมอจนระดับกรดยูริคลงถึงเป้าหมายที่หมอตั้งไว้ และคงไว้ในระดับนั้นต่อเนื่อง ผลึกที่สะสมจะค่อยๆ ละลายหายไป อาการกำเริบจะลดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่กลับมาอีก
แต่ถ้าหยุดยาเอง กรดยูริคก็จะสูงกลับขึ้นมา ผลึกก่อตัวใหม่ และอาการก็จะวนกลับมาเหมือนเดิม หรือหนักกว่าเดิม เหมือนที่เกิดขึ้นกับคุณสมชาย
――――――――――――――――――――――――
▶ ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาจะเป็นอย่างไร
เมื่อปล่อยให้กรดยูริคสูงนานหลายปีโดยไม่ควบคุม ผลที่ตามมาคือ
ผลึกจะสะสมจนจับตัวเป็นก้อนแข็งใต้ผิวหนัง เรียกว่า ก้อนโทฟัส (Tophi) มักพบที่ข้อนิ้ว ข้อศอก หรือใบหู
ข้อต่อค่อยๆ ถูกทำลายจนผิดรูปและใช้งานได้ลำบาก
เพิ่มความเสี่ยงต่อนิ่วในไตและการทำงานของไตที่แย่ลง
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่ค่อยๆ สะสมเงียบๆ ในช่วงที่ "ไม่ปวด" นี่เอง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการคุมระยะยาวจึงสำคัญ ครับ
――――――――――――――――――――――――
▶ วิธีป้องกันและดูแลตัวเอง
กินยาลดกรดยูริคต่อเนื่องตามที่หมอสั่ง แม้ในวันที่ไม่ปวด
ลดอาหารพิวรีนสูง เช่น เครื่องใน อาหารทะเลบางชนิด น้ำซุปเข้มข้น
ลดหรือเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
ควบคุมน้ำหนักและดูแลโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิต
――――――――――――――――――――――――
▶ คำถามที่พบบ่อย
[1] หายปวดแล้วหยุดยาได้ไหม
ไม่ควรหยุดเองครับ การหายปวดแปลว่าการอักเสบสงบลง แต่ผลึกยังอยู่ การหยุดยาลดกรดยูริคจะทำให้กรดยูริคสูงกลับมาและกำเริบใหม่ การหยุดหรือปรับยาควรทำภายใต้การดูแลของหมอเท่านั้น
[2] ทำไมเพิ่งเริ่มกินยาลดกรดยูริค แต่กลับปวดหนักขึ้น
เป็นเรื่องที่พบได้และไม่ใช่เพราะยาไม่ดีครับ เมื่อกรดยูริคเริ่มลดลง ผลึกที่เคยเกาะนิ่งอยู่จะเริ่มหลุดร่อนออกมา ร่างกายไปเจอผลึกที่หลุดก็เกิดการอักเสบได้ จึงอาจปวดในช่วงแรก ด้วยเหตุนี้หมอจึงมักให้ยากันการอักเสบควบคู่ไปในช่วงเริ่มต้นระยะหนึ่ง อย่าเพิ่งหยุดยาเองเด็ดขาด
[3] กินยาแก้ปวดตอนปวดอย่างเดียวพอไหม
ไม่พอครับ ยาแก้ปวดช่วยแค่ "ดับไฟ" แต่ไม่ได้ลดกรดยูริคที่เป็นต้นเหตุ ถ้าไม่ลดต้นเหตุ ไฟก็จะกลับมาลุกอีก
[4] เก๊าท์รักษาให้หายขาดได้ไหม
ควบคุมได้ดีจนแทบไม่กำเริบครับ ถ้าคุมกรดยูริคให้อยู่ในเป้าหมายต่อเนื่อง ผลึกจะค่อยๆ ละลายไป แต่ต้องดูแลต่อเนื่องเหมือนโรคเรื้อรังอื่นๆ
――――――――――――――――――――――――
▶ สรุปสิ่งที่อยากให้จำ
[1] เก๊าท์ตอนไม่ปวด ไม่ได้แปลว่าหาย ผลึกยังสะสมเงียบๆ อยู่
[2] ยาลดกรดยูริคต้องกินสม่ำเสมอต่อเนื่อง แม้ในวันที่ไม่ปวด
[3] ช่วงเริ่มยาอาจปวดได้ชั่วคราว เป็นเรื่องปกติ อย่าเพิ่งหยุดยาเอง
[4] ยาแก้ปวดแค่ดับไฟ แต่ยาลดกรดยูริคคือการถอนเชื้อเพลิงระยะยาว
[5] คุณไม่ได้สู้กับเก๊าท์อยู่คนเดียว การดูแลตัวเองสม่ำเสมอวันนี้ คือการรักษาให้ตัวเองได้กลับไปเดิน ทำงาน และอยู่กับคนที่รักได้อย่างมั่นใจ
――――――――――――――――――――――――
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
"เราเชื่อว่า ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"
――――――――――――――――――――――――
#เก๊าท์ #โรคเก๊าท์ #ปวดข้อ #กรดยูริค #ปวดนิ้วหัวแม่เท้า #ยาลดกรดยูริค #โรคข้อ #ปวดข้อเฉียบพลัน #ดูแลข้อ #โรคเรื้อรัง #gout #hyperuricemia #urateloweringtherapy #jointpain #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก
