
คลำเจอก้อนนิ่มๆที่หลัง กดแล้วเลื่อนหนีไปมาเหมือนลูกแก้วใต้ผิว เป็นมาเกือบปีไม่เคยเจ็บ แต่ช่วงนี้เริ่มโตขึ้น และเวลานอนหงายทับโดนสะบักทีไร เจ็บทุกที
ก้อนแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้อร้าย แต่มีสัญญาณ "สองอย่าง" ที่บอกว่าถึงเวลาต้องตรวจให้ชัด ไม่ใช่ปล่อยดูอาการต่อไปเรื่อยๆ
――――――――――――――――――――――――
ก้อนที่หลังเลื่อนไปมาได้ ไม่เจ็บ แต่ค่อยๆโตขึ้น...เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มกังวลว่าเป็นเนื้อร้าย
――――――――――――――――――――――――
หลายคนมีก้อนนิ่มๆใต้ผิวหนังอยู่กับตัวเป็นปีโดยไม่รู้ตัว เพราะมันไม่เจ็บ ไม่แดง ไม่มีอะไรเตือน จนวันหนึ่งเริ่มสังเกตว่ามันโตขึ้น หรือเริ่มเจ็บเวลาเผลอไปทับ คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในใจเกือบทุกคนคือ "นี่มันมะเร็งหรือเปล่า"
ความจริงคือก้อนใต้ผิวหนังส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้อร้าย แต่ก็มีบางสัญญาณที่เราไม่ควรมองข้าม วันนี้หมอจะเล่าให้ฟังว่าก้อนแบบนี้คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และจุดไหนที่บอกว่า "ถึงเวลาต้องไปตรวจแล้ว"
มาเริ่มจากเรื่องของคนไข้คนหนึ่งกันก่อนครับ
คุณกานต์ (นามสมมติ) วัย 36 ปี คลำเจอก้อนนิ่มๆที่หลังมาเกือบปี ตอนแรกเป็นก้อนเล็กๆอยู่ค่อนข้างสูง ไม่เจ็บเลย จึงปล่อยไว้ ผ่านไปหลายเดือนเริ่มรู้สึกว่าก้อนมันเลื่อนไปเลื่อนมาเวลาเอามือกด แล้วก็ค่อยๆเลื่อนต่ำลงมาอยู่ตรงแนวกระดูกสะบัก ที่สำคัญคือมันใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และเริ่มเจ็บเวลานอนหงายทับ
เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมาก เพราะมีทั้ง "จุดที่ทำให้สบายใจได้" และ "จุดที่ต้องระวัง" อยู่ในก้อนเดียวกัน
――――――――――――――――――――――――
ก้อนนิ่มที่เลื่อนได้แบบนี้ ทางการแพทย์มักนึกถึงเนื้องอกไขมันชนิดไม่ร้ายแรงที่เรียกว่า "ลิโพมา (Lipoma)" ก่อนเป็นอันดับแรก แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น หมออยากให้เข้าใจก่อนว่า "มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร" เพราะพอเข้าใจกลไกแล้ว จะเข้าใจเองว่าทำไมก้อนถึงนิ่ม ทำไมถึงเลื่อนได้ และทำไมตอนนี้ถึงเริ่มเจ็บ
ในร่างกายเราทุกคนมีชั้นไขมันอยู่ใต้ผิวหนัง ลองนึกภาพว่ามันเหมือนฟองน้ำนุ่มๆที่ปูรองอยู่ทั่วตัว ปกติเซลล์ไขมันพวกนี้จะอยู่กันเป็นระเบียบ ไม่โตเกินหน้าเกินตากัน แต่บางครั้งเซลล์ไขมันกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งเกิด "เปิดสวิตช์โต" ขึ้นมาเอง แบ่งตัวเพิ่มจำนวนช้าๆไปเรื่อยๆ จนรวมกันเป็นก้อน เหมือนมีก้อนเนยเล็กๆค่อยๆพอกตัวใหญ่ขึ้นอยู่ใต้ผิว ส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเล็กๆในระดับยีนของเซลล์ไขมันเอง ไม่ได้เกิดจากการกินผิด การกระแทก หรือกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันโดยตรง
พอก้อนค่อยๆโตขึ้น ร่างกายจะสร้าง "เยื่อบางๆหุ้มรอบก้อนเอาไว้" เหมือนถุงพลาสติกใสห่อก้อนเนยนั้นไว้ไม่ให้กระจาย นี่แหละคือเหตุผลที่ก้อนชนิดนี้ "เลื่อนไปเลื่อนมาได้" เวลาเรากด เพราะตัวก้อนมีถุงหุ้มลื่นๆ ไม่ได้ติดแน่นกับกล้ามเนื้อหรือกระดูกข้างใต้ มันจึงไถลหนีนิ้วเราได้เหมือนลูกแก้วที่อยู่ใต้ผ้าปูที่นอน และเพราะเนื้อข้างในเป็นไขมันล้วนๆ มันจึงนิ่มเวลากด ไม่ใช่ก้อนแข็งเป็นหิน
แล้วทำไมเดิมไม่เจ็บ แต่ตอนนี้เริ่มเจ็บ คำตอบมักอยู่ที่ "ขนาดและตำแหน่ง" ไม่ใช่ที่ตัวก้อนกลายเป็นของร้าย เมื่อก้อนใหญ่ขึ้นจนไปอยู่ตรงแนวกระดูกสะบักพอดี เวลานอนหงายน้ำหนักตัวจะกดก้อนนั้นให้ไปเบียดกับกระดูกสะบักและพื้นเตียง ก้อนที่เคยลอยตัวสบายๆเลยถูกบีบจนเจ็บ คล้ายกับเรานั่งทับกระเป๋าสตางค์หนาๆในกระเป๋ากางเกงนานๆแล้วปวดก้น ทั้งที่กระเป๋าสตางค์ไม่ได้มีพิษอะไร
แต่ตรงนี้แหละที่หมอต้องพูดให้ครบ เพราะมีเนื้อร้ายชนิดหนึ่งที่เกิดจากเซลล์ไขมันเหมือนกัน เรียกว่า "เนื้อร้ายของเนื้อเยื่ออ่อน (soft tissue sarcoma)" กลไกของมันคือเซลล์ไขมันไม่ได้แค่ "โตช้าๆอย่างมีระเบียบ" แต่ "กลายพันธุ์จนโตเร็ว ลามทะลุถุงหุ้ม และฝังตัวลึกลงไปเกาะกับเนื้อเยื่อข้างใต้" พอมันเกาะแน่น ก้อนแบบนี้จึงมักจะ "ไม่เลื่อน แข็งขึ้น โตเร็ว และอยู่ลึก" ซึ่งตรงข้ามกับก้อนไขมันธรรมดา การแยกสองอย่างนี้ออกจากกันคือหัวใจของการตรวจ
――――――――――――――――――――――――
ทีนี้มาดูความรู้พื้นฐานให้ครบกันครับ
ก้อนใต้ผิวหนังที่นิ่มและเลื่อนได้ ส่วนใหญ่คือเนื้องอกไขมันชนิดไม่ร้ายแรง เป็นก้อนที่พบบ่อยที่สุดชนิดหนึ่งในร่างกายคน เจอได้ประมาณ 1 ใน 100 คนของประชากรทั่วไป ตำแหน่งที่เจอบ่อยคือ คอ บ่า ไหล่ และแผ่นหลังส่วนบน ซึ่งตรงกับเคสนี้พอดี
สาเหตุและกลไก
เกิดจากเซลล์ไขมันกลุ่มเล็กๆแบ่งตัวเพิ่มจำนวนช้าๆจนรวมเป็นก้อน มีเยื่อบางๆหุ้มไว้
ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงในระดับยีนของเซลล์ไขมันเอง ไม่ได้เกิดจากอาหารหรือการกระแทก
โตช้ามาก มักใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี และโดยทั่วไปจะไม่ยุบหายไปเอง
อาการที่พบบ่อย
คลำได้ก้อนนิ่ม ขอบเรียบ กดแล้วเลื่อนได้
ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ ยกเว้นก้อนไปกดเบียดเส้นประสาทหรืออยู่ในตำแหน่งที่ถูกกดทับบ่อยๆ
ผิวหนังด้านบนปกติ ไม่แดง ไม่ร้อน
――――――――――――――――――――――――
ปัจจัยที่ทำให้พบก้อนชนิดนี้ได้บ่อยขึ้น
[1] อายุช่วงวัยกลางคน เป็นช่วงที่พบก้อนไขมันได้บ่อยที่สุด
[2] มีคนในครอบครัวเคยมีก้อนไขมันหลายก้อน บางครอบครัวมีแนวโน้มเป็นมากกว่าคนทั่วไป
[3] ภาวะน้ำหนักเกินหรือมีความผิดปกติของระบบเผาผลาญไขมัน
[4] เคยมีก้อนไขมันมาก่อนที่ตำแหน่งอื่น
[5] บางรายไม่มีปัจจัยเสี่ยงชัดเจนเลย ก็เกิดขึ้นได้เอง
――――――――――――――――――――――――
แนวทางการวินิจฉัย ทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าเป็นอะไรกันแน่
การจะบอกว่าก้อนหนึ่งคืออะไร หมอจะไล่จากง่ายไปยากเป็นขั้นๆ ดังนี้
[1] ซักประวัติ ถามว่าก้อนเป็นมานานแค่ไหน โตเร็วหรือช้า เจ็บไหม เคยมีก้อนที่อื่นไหม มีน้ำหนักลดผิดปกติหรือไม่
[2] ตรวจร่างกาย คลำดูว่าก้อนนิ่มหรือแข็ง เลื่อนได้หรือติดแน่น ขอบเรียบหรือขรุขระ อยู่ตื้นหรือลึก ประเมินขนาดคร่าวๆ
[3] อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เป็นเครื่องมือด่านแรกที่ดีที่สุด เพราะไม่เจ็บ ไม่มีรังสี ราคาไม่แพง และดูได้ทันทีว่าก้อนเป็นไขมัน เป็นถุงน้ำ หรือเป็นเนื้อตัน ดูขนาด ความลึก และเส้นเลือดภายในก้อนได้ ในก้อนไขมันธรรมดา อัลตราซาวด์มีความแม่นยำสูงมาก
[4] เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) จะใช้เมื่อก้อนมีลักษณะน่าสงสัย เช่น ขนาดใหญ่ อยู่ลึกใต้ชั้นพังผืด โตเร็ว หรืออัลตราซาวด์ดูแล้วไม่ชัดเจน เพราะภาพชนิดนี้บอกขอบเขตของก้อนและความสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อและกระดูกได้ละเอียดที่สุด
[5] การตัดชิ้นเนื้อตรวจ ใช้เมื่อภาพยังสงสัยว่าอาจเป็นเนื้อร้าย ข้อสำคัญคือ ถ้าสงสัยเนื้อร้าย ไม่ควรรีบผ่าเอาก้อนออกทั้งก้อนแบบก้อนไขมันธรรมดา แต่ควรส่งให้ทีมที่ดูแลเนื้อร้ายของเนื้อเยื่ออ่อนวางแผนตรวจชิ้นเนื้อให้ถูกวิธีก่อน เพราะการผ่าผิดวิธีอาจทำให้การรักษาภายหลังยากขึ้น
――――――――――――――――――――――――
แนวทางการรักษา เรียงจากเบาไปหนัก
[1] เฝ้าสังเกต ถ้าตรวจแล้วมั่นใจว่าเป็นก้อนไขมันธรรมดา ขนาดเล็ก ไม่เจ็บ ไม่โต สามารถปล่อยไว้และนัดติดตามได้ ไม่จำเป็นต้องผ่าเสมอไป
[2] ผ่าตัดเอาก้อนออก พิจารณาเมื่อก้อนโตขึ้นเรื่อยๆ เริ่มเจ็บ อยู่ในตำแหน่งที่ถูกกดทับบ่อย หรือคนไข้กังวล การผ่าก้อนไขมันธรรมดาทำได้ไม่ยาก แผลเล็ก และเมื่อเอาถุงหุ้มออกหมดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำต่ำ ยิ่งก้อนเล็กยิ่งผ่าง่ายกว่าปล่อยให้ใหญ่
[3] ส่งตรวจชิ้นเนื้อและวางแผนเฉพาะทาง ใช้ในรายที่ภาพสงสัยเนื้อร้าย เพื่อให้แน่ใจก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
สำหรับเคสที่ก้อนโตขึ้นและเริ่มเจ็บอย่างในตัวอย่าง แนวทางที่เหมาะสมคือ ไปตรวจด้วยอัลตราซาวด์เพื่อยืนยันชนิดและวัดขนาดก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะผ่าออกหรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยดูอาการต่อไปเรื่อยๆ
――――――――――――――――――――――――
พยากรณ์โรค หายไหม กลับมาเป็นอีกไหม
ถ้าเป็นก้อนไขมันธรรมดา ข่าวดีคือมันเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง ไม่กลายเป็นมะเร็ง และไม่ลามไปที่อื่น เมื่อผ่าเอาออกพร้อมถุงหุ้มทั้งหมด โอกาสกลับมาเป็นซ้ำที่จุดเดิมต่ำมาก โดยรวมถือว่าพยากรณ์โรคดีมาก
แต่ถ้าผลออกมาเป็นเนื้อร้าย การพยากรณ์โรคจะขึ้นกับชนิด ขนาด และว่าตรวจพบเร็วแค่ไหน ซึ่งนี่คือเหตุผลที่การตรวจให้แน่ชัดตั้งแต่ต้นจึงสำคัญ เพราะเจอเร็วผลการรักษาดีกว่าเจอช้ามาก
――――――――――――――――――――――――
ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ตรวจ จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าเป็นก้อนไขมันธรรมดา ก้อนอาจค่อยๆใหญ่ขึ้นจนกดเบียดเส้นประสาทหรือเนื้อเยื่อข้างเคียง ทำให้เจ็บหรือชา และยิ่งใหญ่ก็ยิ่งผ่ายาก
ความเสี่ยงที่สำคัญกว่าคือ การ "เดาเอาเองว่าเป็นก้อนไขมันธรรมดา" ทั้งที่จริงเป็นเนื้อร้ายในระยะแรก แล้วปล่อยไว้นานจนลุกลาม ทำให้รักษายากขึ้นและผลการรักษาแย่ลง
ก้อนที่โตขึ้นและเริ่มเจ็บ คือสัญญาณที่บอกว่าไม่ควรเดาเอง แต่ควรให้เครื่องมือช่วยยืนยัน
――――――――――――――――――――――――
การดูแลและเฝ้าระวังด้วยตัวเอง
ก้อนไขมันส่วนใหญ่ป้องกันการเกิดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของเซลล์ในตัวเอง แต่สิ่งที่ทำได้จริงคือการเฝ้าระวังให้เป็น
[1] หมั่นสังเกตก้อนของตัวเอง จดวันที่เริ่มเจอและขนาดคร่าวๆไว้ จะได้รู้ว่ามันโตขึ้นจริงหรือไม่
[2] ถ่ายรูปก้อนเทียบเป็นระยะ เป็นวิธีง่ายๆที่ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลง
[3] อย่าบีบ นวด หรือพยายามรีดก้อนออกเอง เพราะไม่ได้ผลและอาจทำให้อักเสบ
[4] ดูแลน้ำหนักและสุขภาพโดยรวมให้ดี
[5] เมื่อก้อนเริ่มมีสัญญาณเตือน ให้รีบไปตรวจ อย่ารอ
สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรไปตรวจ ได้แก่ ก้อนโตเร็วขึ้นชัดเจน ขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือ คลำแล้วแข็งหรือติดแน่นไม่เลื่อน อยู่ลึก เริ่มเจ็บเอง หรือเคยผ่าออกแล้วกลับมาเป็นซ้ำที่เดิม
――――――――――――――――――――――――
คำถามที่คนไข้ถามบ่อย
ก้อนเลื่อนได้ แปลว่าไม่ใช่มะเร็งใช่ไหม
ส่วนใหญ่ก้อนที่นิ่มและเลื่อนได้มักเป็นก้อนไขมันธรรมดา แต่ "เลื่อนได้" อย่างเดียวยังไม่พอจะการันตี 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องดูร่วมกับขนาด ความลึก ความเร็วในการโต และภาพอัลตราซาวด์ด้วย
ก้อนของฉันเป็นมาเกือบปีแล้วไม่เจ็บ ปล่อยต่อได้ไหม
ถ้าก้อนเท่าเดิมและไม่เจ็บ การเฝ้าดูเป็นทางเลือกที่ยอมรับได้ แต่ถ้ามันเริ่มโตขึ้นหรือเริ่มเจ็บอย่างในกรณีนี้ ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลง ควรไปตรวจให้แน่ใจ ไม่ควรปล่อยต่อ
ขนาดเท่าไหร่ถึงต้องกังวล
ขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเป็นสัญญาณที่สำคัญที่สุด มากกว่าตัวเลขขนาด ณ จุดใดจุดหนึ่ง โดยทั่วไปก้อนที่ใหญ่ขึ้นหรืออยู่ลึกควรได้รับการตรวจด้วยภาพเสมอ
ต้องผ่าทุกก้อนไหม
ไม่จำเป็น ก้อนไขมันเล็กๆที่ไม่โตและไม่เจ็บ เฝ้าดูได้ การผ่าจะพิจารณาเมื่อก้อนโต เจ็บ กดทับ หรือคนไข้กังวล
――――――――――――――――――――――――
สรุปสิ่งที่ต้องจำ
[1] ก้อนนิ่มใต้ผิวหนังที่เลื่อนได้ ส่วนใหญ่เป็นก้อนไขมันชนิดไม่ร้ายแรง โดยเฉพาะที่คอ บ่า ไหล่ และหลังส่วนบน
[2] ก้อนชนิดนี้นิ่มและเลื่อนได้ เพราะเป็นไขมันที่มีถุงบางๆหุ้ม ไม่ติดแน่นกับกล้ามเนื้อหรือกระดูก
[3] การที่ก้อน "โตขึ้น" และ "เริ่มเจ็บ" คือสองสัญญาณที่บอกว่าควรไปตรวจ ไม่ใช่ปล่อยดูอาการต่อ
[4] อัลตราซาวด์เป็นด่านแรกที่ดีที่สุด ตามด้วยภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการตัดชิ้นเนื้อเมื่อสงสัยเนื้อร้าย
[5] ควรสงสัยเนื้อร้ายเมื่อก้อนโตเร็ว ใหญ่ แข็งติดแน่น อยู่ลึก เจ็บเอง หรือกลับมาเป็นซ้ำหลังผ่า เจอเร็วรักษาได้ผลดีกว่าเสมอ
――――――――――――――――――――――――
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยรายบุคคลได้ หากคลำเจอก้อนที่โตขึ้นหรือเริ่มเจ็บ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อความมั่นใจ
ปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติม หมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก โทร 081-5303666 Line ID @doctorkeng
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
――――――――――――――――――――――――
#ก้อนที่หลัง #ลิโพมา #ก้อนไขมัน #เนื้องอกไขมัน #ก้อนใต้ผิวหนัง #soft_tissue_mass #ปวดหลัง #ก้อนเลื่อนได้ #อัลตราซาวด์ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #เชียงใหม่ #ปรึกษาหมอกระดูก #สุขภาพกระดูกและข้อ #เมื่อไหร่ควรกังวลเรื่องก้อน