ตื่นมาคอแข็ง หันซ้ายหันขวาไม่สุด ขับรถถอยหลัง ต้องหมุนทั้งตัวแทนการหันคอ ปวดต้นคอร้าวขึ้นท้ายทอย ทั้งวันไม่หาย

คุณลุงวัย 65 ปี ปวดต้นคอเรื้อรังมาเป็นปี พอไปตรวจ หมอบอกว่า "หมอนรองกระดูกคอเสื่อมสองระดับ" ลุงใจหายวาบ คิดในใจว่าคงต้องผ่าตัดแน่ๆ คืนนั้นนอนไม่หลับ เพราะกลัวการผ่าตัดที่สุดในชีวิต

แต่หมอนรองกระดูกเสื่อม ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอไปครับ

――――――――――――――――――――――――

ทำไมหมอนรองกระดูกคอเสื่อมสองระดับ ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

――――――――――――――――――――――――

พอได้ยินคำว่า "เสื่อม" บวกกับ "สองระดับ" หลายคนคิดทันทีว่าต้องขึ้นเตียงผ่าตัด

แต่ความจริงกลับตรงกันข้ามครับ ผู้ป่วยที่ปวดคอจากความเสื่อมส่วนใหญ่ ราว 8 ถึง 9 ใน 10 คน อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด สิ่งที่สำคัญกว่าการรีบผ่า คือการหาให้เจอว่า "อะไรคือต้นตอที่ทำให้ปวดจริงๆ" เพราะคำว่าเสื่อมในฟิล์ม กับจุดที่เป็นต้นเหตุของอาการปวด บางทีไม่ใช่ที่เดียวกัน

――――――――――――――――――――――――

เรื่องของคุณลุงคนหนึ่ง

เมื่อก่อนคุณลุงเป็นคนแข็งแรง ตื่นเช้าไปออกกำลังที่สวนสาธารณะทุกวัน ขับรถพาหลานไปโรงเรียนเอง

จนวันหนึ่งเริ่มปวดต้นคอตื้อๆ ตอนแรกคิดว่านอนตกหมอน พอผ่านไปเป็นเดือนก็ไม่หาย กลับปวดมากขึ้นเวลาแหงนคอมองของบนชั้นสูง หรือก้มเล่นโทรศัพท์นานๆ

อาการที่ค่อยๆ กินพื้นที่ชีวิตไปทีละนิด ทำให้คุณลุงเลิกออกกำลัง ไม่กล้าขับรถไกล เพราะหันคอดูกระจกข้างไม่ถนัด กลางคืนพลิกตัวทีก็สะดุ้งตื่นเพราะปวด

คุณลุงทนมาเป็นปี เพราะกลัวว่าถ้าไปหาหมอ จะถูกบอกให้ผ่าตัด จนวันที่ลูกสาวเห็นพ่อขยับคอลำบาก เลยพามาตรวจ

――――――――――――――――――――――――

หมอนรองกระดูกคอเสื่อม เกิดขึ้นได้อย่างไร

หลายคนไม่รู้ว่าอาการปวดคอเรื้อรัง ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัวหมอนรองโดยตรง แต่มาจากโครงสร้างข้างเคียงที่ต้องรับภาระแทน

ลองนึกภาพหมอนรองกระดูกเหมือน "ฟองน้ำชุ่มน้ำ" ที่คั่นอยู่ระหว่างกระดูกคอแต่ละข้อ ทำหน้าที่รับแรงกระแทกเหมือนโช้คอัพของรถ ตอนเราอายุน้อย ฟองน้ำนี้อุ้มน้ำเต็ม นุ่มและยืดหยุ่นดี

พออายุมากขึ้น ฟองน้ำค่อยๆ สูญเสียน้ำ แห้งลง แบนลง นี่คือสิ่งที่เรียกว่า "ความเสื่อม" ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติเหมือนผมหงอก ไม่ใช่โรคร้าย

ทีนี้พอหมอนรองแบนลง ระยะห่างระหว่างกระดูกก็ลดลง น้ำหนักและแรงกดที่เคยลงบนฟองน้ำ จึงถ่ายไปลงที่ "ข้อต่อเล็กๆ ด้านหลังของกระดูกคอ" แทน ข้อต่อนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมารับน้ำหนักมากขนาดนั้น เมื่อโดนใช้งานหนักเกินไปก็เกิดการอักเสบและเสียดสี กลายเป็นต้นตอของอาการปวด

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงปวดมากเวลาแหงนคอหรือเอียงคอ เพราะท่าเหล่านั้นยิ่งเพิ่มแรงกดลงบนข้อต่อด้านหลัง และทำไมบางคนปวดร้าวขึ้นท้ายทอยหรือลงสะบัก เพราะเส้นประสาทที่เลี้ยงข้อต่อนี้ส่งสัญญาณปวดไปยังบริเวณใกล้เคียง

――――――――――――――――――――――――

ความรู้พื้นฐานที่ควรเข้าใจ

กระดูกคอของเรามี 7 ข้อ เรียงต่อกัน คั่นด้วยหมอนรองกระดูก และยึดกันด้วยข้อต่อเล็กๆ ด้านหลังที่เรียกว่าข้อต่อฟาเซ็ต (facet joint)

เมื่อหมอนรองเสื่อมตามอายุ มักเกิดร่วมกับการเสื่อมของข้อต่อด้านหลัง และอาจมีหินปูนงอกตามขอบกระดูก เรียกรวมว่าภาวะกระดูกคอเสื่อม

อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดตื้อๆ บริเวณต้นคอและบ่า คอแข็งขยับลำบากโดยเฉพาะตอนเช้า ปวดมากขึ้นเวลาแหงนหรือเอียงคอ และบางครั้งปวดร้าวขึ้นท้ายทอยหรือลงสะบัก

ส่วนใหญ่อาการจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้มาแบบเฉียบพลัน และมักดีขึ้นได้เมื่อได้รับการดูแลที่ถูกจุด

――――――――――――――――――――――――

ใครบ้างที่เสี่ยง

  • อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่วัย 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นความเสื่อมตามธรรมชาติ

  • คนที่ก้มเล่นโทรศัพท์หรือทำงานหน้าจอนานๆ ในท่าก้มคอเป็นประจำ

  • คนที่เคยมีอุบัติเหตุกระแทกบริเวณคอมาก่อน

  • คนที่ทำงานยกของหนัก หรือต้องแหงนคอเงยหน้าซ้ำๆ เป็นเวลานาน

  • คนที่สูบบุหรี่ ซึ่งทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วกว่าปกติ

――――――――――――――――――――――――

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร

การวินิจฉัยที่ถูกต้องคือหัวใจของการรักษา เพราะต้องแยกให้ได้ว่าอาการปวดมาจากจุดไหน

[1] ซักประวัติอย่างละเอียด ว่าปวดตรงไหน ปวดมานานแค่ไหน ท่าทางใดที่ทำให้ปวดมากขึ้นหรือดีขึ้น มีอาการชาหรืออ่อนแรงของแขนร่วมด้วยหรือไม่

[2] ตรวจร่างกาย ดูช่วงการเคลื่อนไหวของคอ กดหาจุดที่ปวด และตรวจกำลังกล้ามเนื้อกับความรู้สึกของแขน เพื่อดูว่ามีการกดทับเส้นประสาทร่วมด้วยหรือไม่

[3] ตรวจด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เพื่อดูโครงสร้างข้อต่อและเส้นประสาทแบบเห็นภาพจริงขณะตรวจ ช่วยระบุตำแหน่งที่เป็นต้นเหตุของอาการปวดได้แม่นยำขึ้น

[4] เอกซเรย์ เพื่อดูแนวกระดูก ระยะห่างของข้อ และหินปูนที่งอก

[5] ในบางรายที่สงสัยว่ามีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง อาจต้องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อดูรายละเอียดของหมอนรองและเส้นประสาท

――――――――――――――――――――――――

แนวทางการรักษา เริ่มจากเบาไปหาหนัก

เป้าหมายของการรักษาคือให้คุณกลับไปใช้ชีวิตที่รักได้ตามปกติ หันคอขับรถได้สบาย นอนหลับได้ทั้งคืน เล่นกับลูกหลานได้โดยไม่ปวด แนวทางจึงเริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อนเสมอ

[1] ปรับพฤติกรรม จัดท่าทางการนั่งทำงานให้คอตรง ลดการก้มเล่นโทรศัพท์นานๆ และพักคอเป็นระยะ ขั้นตอนนี้ง่ายแต่ได้ผลมากกว่าที่คิด

[2] รับประทานยา เพื่อลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดในช่วงที่เป็นมาก ภายใต้การดูแลของแพทย์

[3] ทำกายภาพบำบัด เพื่อยืดและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบคอ ช่วยให้ข้อต่อรับภาระน้อยลง

[4] ในรายที่ปวดจากข้อต่อด้านหลังชัดเจน และยังไม่ดีขึ้นจากขั้นตอนข้างต้น แพทย์อาจใช้วิธีฉีดยาระงับอาการปวดที่เส้นประสาทเลี้ยงข้อต่อกระดูกคอภายใต้อัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Cervical Medial Branch Block) ซึ่งเป็นการฉีดยาตรงจุดเส้นประสาทเล็กๆ ที่ส่งสัญญาณปวดจากข้อต่อนั้น โดยใช้อัลตราซาวด์นำเข็มให้เห็นตำแหน่งชัดเจน ช่วยให้แม่นยำและหลีกเลี่ยงโครงสร้างสำคัญรอบข้างได้

[5] การผ่าตัด จะพิจารณาเฉพาะรายที่มีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังจนมีอาการชาหรืออ่อนแรงที่แย่ลงเรื่อยๆ หรือปวดรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นเวลานานเท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนน้อย

――――――――――――――――――――――――

อาการจะหายไหม ใช้เวลานานแค่ไหน

ข่าวดีคือ ธรรมชาติของโรคนี้มีแนวโน้มที่ดีครับ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการค่อยๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือนหลังได้รับการดูแลที่ถูกต้อง

อาการปวดส่วนที่มาจากการอักเสบสามารถบรรเทาได้มาก แต่ตัวความเสื่อมของหมอนรองที่แบนลงนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงถาวร จึงต้องดูแลพฤติกรรมต่อเนื่องเพื่อไม่ให้อาการกลับมากำเริบ

หลายคนเมื่อรักษาถูกจุดและดูแลตัวเองดี ก็กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องผ่าตัดเลย

――――――――――――――――――――――――

ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาจะเป็นอย่างไร

การปล่อยให้ปวดเรื้อรังโดยไม่ดูแล มักทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง นอนไม่หลับ หงุดหงิด และเลี่ยงการเคลื่อนไหวจนกล้ามเนื้อคออ่อนแรงลง ทำให้ปวดง่ายขึ้นไปอีก

ในรายที่ความเสื่อมลุกลามจนเกิดหินปูนงอกไปกดทับเส้นประสาท อาจเริ่มมีอาการชาหรืออ่อนแรงที่แขนตามมา ซึ่งเป็นสัญญาณว่าควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด

นี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก แต่เป็นเหตุผลที่ดีว่าทำไมการมาตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ จึงช่วยให้ดูแลได้ง่ายกว่า

――――――――――――――――――――――――

วิธีดูแลและป้องกัน

  • จัดท่านั่งทำงานให้จออยู่ระดับสายตา หลังตรง ไม่ก้มคอ

  • พักคอและขยับเปลี่ยนท่าทุก 30 ถึง 60 นาที เมื่อต้องนั่งนาน

  • ออกกำลังยืดและเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อคอและบ่าอย่างสม่ำเสมอ

  • หลีกเลี่ยงการสะบัดคอแรงๆ หรือยกของหนักผิดท่า

  • งดสูบบุหรี่ เพราะเร่งให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น

――――――――――――――――――――――――

คำถามที่พบบ่อย

[1] หมอนรองกระดูกเสื่อมแล้วจะกลับมาเหมือนเดิมได้ไหม ตัวความเสื่อมไม่กลับคืนเหมือนเดิม แต่อาการปวดบรรเทาและหายได้ ถ้าดูแลถูกจุด คนส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

[2] เห็นในฟิล์มว่าเสื่อมหลายระดับ แปลว่าอาการต้องหนักใช่ไหม ไม่เสมอไปครับ ความเสื่อมที่เห็นในฟิล์มกับระดับความปวด มักไม่สัมพันธ์กันตรงๆ บางคนเสื่อมมากแต่ปวดน้อย สิ่งสำคัญคือหาให้เจอว่าจุดไหนคือต้นเหตุจริง

[3] การฉีดยาที่เส้นประสาทข้อต่อกระดูกคอ อันตรายไหม เมื่อทำภายใต้อัลตราซาวด์ที่เห็นตำแหน่งเข็มและโครงสร้างรอบข้างชัดเจน จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

[4] ต้องผ่าตัดเมื่อไหร่ จะพิจารณาผ่าตัดเฉพาะเมื่อมีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังจนมีอาการชาหรืออ่อนแรงที่แย่ลง หรือปวดรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัดนานพอสมควร

――――――――――――――――――――――――

สรุปสิ่งที่ควรจำ

[1] หมอนรองกระดูกคอเสื่อมเป็นเรื่องธรรมชาติตามอายุ ไม่ใช่โรคร้ายที่ต้องตกใจ

[2] คำว่า "เสื่อมหลายระดับ" ในฟิล์ม ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่รักษาได้โดยไม่ผ่าตัด

[3] อาการปวดส่วนใหญ่มาจากข้อต่อด้านหลังที่ต้องรับภาระแทนหมอนรองที่แบนลง การหาต้นเหตุที่แท้จริงคือหัวใจของการรักษา

[4] การรักษาเริ่มจากเบาไปหาหนัก ตั้งแต่ปรับพฤติกรรม ยา กายภาพ ไปจนถึงการฉีดยาตรงจุดภายใต้อัลตราซาวด์

[5] คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการปวดคอนี้ การดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ คือของขวัญที่ดีที่สุดให้กับคนที่คุณรัก เพื่อให้คุณกลับไปใช้ชีวิตที่รักได้อย่างเต็มที่

――――――――――――――――――――――――

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

"เราเชื่อว่า ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"

――――――――――――――――――――――――

#ปวดคอ #หมอนรองกระดูกคอเสื่อม #กระดูกคอเสื่อม #ปวดต้นคอ #ปวดคอเรื้อรัง #รักษาปวดคอไม่ผ่าตัด #ฉีดยาภายใต้อัลตราซาวด์ #ปวดคอผู้สูงอายุ #ดูแลกระดูกและข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #CervicalSpondylosis #NeckPain #MedialBranchBlock #UltrasoundGuidedInjection