
ผ่าตัดดามสะโพกมาแล้วหลายปี แต่จู่ๆ ก็กลับมาปวด ขยับขาขวาไม่ได้ ลุกจากเตียงเองไม่ไหว ต้องนั่งรถเข็นทั้งวัน
คุณยายวัย 80 กว่า เคยหักสะโพกแล้วผ่าตัดดามไว้เมื่อหลายปีก่อน ปีนี้กลับมาปวดอีก หมอบอกว่าเหล็กที่ดามเลื่อนตัว ท่านกลัวการผ่าตัดอีกครั้งในวัยนี้ ลูกหลานถามว่า จะปล่อยให้แม่นอนติดเตียงไปเลยหรือ
บทความนี้อธิบายว่า ทำไมเหล็กที่ดามถึงล้าได้ และมีทางเลือกการรักษาแบบไหนที่ช่วยให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง ครับ
――――――――――――――――――――――――
ดามกระดูกสะโพกไปแล้ว ทำไมกลับมาปวดจนเดินไม่ได้ในวัย 89
――――――――――――――――――――――――
หลายคนเข้าใจว่า เมื่อผ่าตัดดามกระดูกสะโพกที่หักไปแล้ว เรื่องก็ควรจบ กระดูกติด เดินได้ กลับไปใช้ชีวิตตามเดิม
แต่ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ เหล็กและสกรูที่ใช้ดามกระดูกนั้น ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปอย่างมั่นคงเสมอ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่กระดูกบางลง บางครั้งเหล็กดามก็ "ล้า" และตัวสกรูก็เคลื่อนตำแหน่งได้ จนกลายเป็นต้นเหตุของความปวดรอบใหม่
มีคุณยายท่านหนึ่ง (เป็นเรื่องสมมติเพื่อการเรียนรู้) อายุ 80 กว่าปี
เมื่อหลายปีก่อนท่านลื่นล้มในห้องน้ำ กระดูกสะโพกข้างขวาหัก หมอผ่าตัดดามกระดูกด้วยแกนโลหะใส่ในกระดูกต้นขา พร้อมสกรูยึดไปที่หัวกระดูกสะโพก หลังผ่าตัดท่านค่อยๆ ฟื้น เดินด้วยไม้เท้าได้ กลับไปรดน้ำต้นไม้ หุงข้าวให้หลานเหมือนเดิม
จนวันหนึ่ง ท่านเริ่มปวดสะโพกข้างที่เคยผ่าตัดอีกครั้ง ตอนแรกปวดตอนเดิน ต่อมาปวดแม้แต่ตอนนอน พลิกตัวก็เจ็บ ขยับขาขวาแทบไม่ได้ จากที่เคยเดินไปตลาดเอง กลายเป็นต้องให้คนพยุง สุดท้ายลุกจากเตียงเองไม่ไหว
ท่านลังเลอยู่นาน เพราะคิดว่าอายุมากขนาดนี้แล้ว จะผ่าตัดอีกครั้งไหวหรือ จนลูกหลานพาท่านมาตรวจ และพบว่าสกรูที่ดามไว้เคลื่อนทะลุหัวกระดูกสะโพกเข้าไปครูดกับเบ้าข้อ
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ความผิดของใคร และไม่ใช่เรื่องที่หมอปกปิด แต่เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จริงในการรักษากระดูกหัก หลายคนแม้แต่คนที่ผ่าตัดมานานแล้ว ก็เพิ่งรู้ว่าเหล็กดามกระดูกก็มีโอกาสเลื่อนหลุดได้
ลองนึกภาพการขันน็อตเข้าไปในเนื้อไม้ ถ้าไม้แข็งแรง น็อตก็ยึดแน่น แต่ถ้าไม้เริ่มผุหรือเปื่อย น็อตจะค่อยๆ คลายตัวและรูดออกมา กระดูกของผู้สูงอายุที่บางลงก็คล้ายกัน เมื่อรับน้ำหนักและแรงกดซ้ำๆ ทุกวัน สกรูที่ยึดหัวกระดูกอาจค่อยๆ เคลื่อนตัว
เมื่อกระดูกหักแบบไม่มั่นคง หรือกระดูกไม่ติดดี แกนกระดูกต้นขาจะค่อยๆ ทรุดเอียงเข้าด้านใน ทำให้ปลายสกรูที่เคยอยู่กลางหัวกระดูก เคลื่อนขึ้นและ "ตัด" ผ่านเนื้อกระดูกออกไป จนทะลุผิวหัวกระดูกเข้าไปในเบ้าข้อสะโพก
ทีนี้พอมีโลหะแข็งไปครูดกับผิวข้อที่ควรเรียบลื่น ทุกครั้งที่ขยับ ผิวข้อก็ถูกขูดทำลาย จึงเป็นเหตุว่าทำไมจึงปวดมากเวลาเคลื่อนไหว และทำไมในที่สุดข้อสะโพกถึงขยับไม่ได้ เพราะทั้งเจ็บและผิวข้อเสียหายไปแล้ว
กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ มีหลายตำแหน่ง ตำแหน่งที่พบบ่อยอย่างหนึ่งคือบริเวณระหว่างปุ่มกระดูกต้นขา (อินเตอร์โทรแคนเทอริก / intertrochanteric)
การรักษากระดูกหักตำแหน่งนี้ ส่วนใหญ่คือการผ่าตัดดามด้วยแกนโลหะใส่ในโพรงกระดูก (nail) ร่วมกับสกรูยึดหัวกระดูก เป้าหมายคือให้กระดูกติดและลุกเดินได้เร็ว ลดภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนาน
แต่ในบางราย การดามอาจไม่เป็นไปตามที่หวัง เช่น กระดูกไม่ติด สกรูเคลื่อน หรือเหล็กล้าและหัก เมื่อการดามล้มเหลวและผิวข้อเสียหายแล้ว การดามซ้ำมักไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะต้นทุนของข้อที่เสียหายไม่ได้กลับคืนมา
มีปัจจัยที่ทำให้การดามกระดูกมีโอกาสล้มเหลวมากขึ้น ได้แก่
[1] ภาวะกระดูกพรุน ทำให้เนื้อกระดูกยึดสกรูได้ไม่แน่น
[2] อายุที่มากขึ้น ร่วมกับโรคประจำตัวหลายอย่าง
[3] รูปแบบกระดูกหักที่ไม่มั่นคง มีเศษกระดูกแตกหลายชิ้น โดยเฉพาะด้านใน
[4] ตำแหน่งของสกรูที่ยึดไม่อยู่กลางหัวกระดูกพอดี
[5] การลงน้ำหนักเร็วเกินไป หรือการล้มซ้ำหลังผ่าตัด
เมื่อสงสัยว่าการดามกระดูกมีปัญหา แพทย์จะตรวจวินิจฉัยเป็นขั้นตอน
[1] ซักประวัติ ว่าปวดตั้งแต่เมื่อไหร่ ปวดแบบใด เคยล้มซ้ำหรือไม่
[2] ตรวจร่างกาย ดูพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ จุดกดเจ็บ ความยาวขา
[3] เอกซเรย์ เพื่อดูตำแหน่งสกรู การทรุดของกระดูก และการติดของกระดูก
[4] เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ในบางราย เพื่อดูรายละเอียดของเบ้าข้อและเนื้อกระดูก
[5] ตรวจเลือดและประเมินการติดเชื้อ ก่อนวางแผนผ่าตัดใหม่ เพราะการติดเชื้อแฝงจะเปลี่ยนแนวทางการรักษาทั้งหมด
แนวทางการรักษาจะไล่จากเบาไปหนักตามความเหมาะสมของแต่ละคน
เป้าหมายแรกที่หมอคำนึงถึงเสมอ คือทำให้ผู้ป่วยกลับมาทำสิ่งที่ท่านรัก กลับมาเดิน กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเดิม ไม่ใช่แค่ลดความปวดอย่างเดียว
ในระยะแรก หรือในรายที่ยังไม่พร้อมผ่าตัด อาจใช้ยาแก้ปวด การปรับกิจกรรม และกายภาพบำบัด เพื่อประคับประคองอาการ แต่ต้องเข้าใจตรงกันว่า วิธีเหล่านี้ช่วยบรรเทาชั่วคราว ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ เมื่อสกรูทะลุหัวกระดูกและผิวข้อเสียหายไปแล้ว
ในกรณีที่การดามล้มเหลวและข้อสะโพกเสียหาย ทางออกหลักคือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (โทเทิล ฮิป อาร์โทรพลาสตี / total hip arthroplasty) ซึ่งเป็นการเอาเหล็กดามเดิมออก แล้วใส่ข้อสะโพกเทียมแทน ทั้งส่วนหัวและเบ้า
การผ่าตัดแบบนี้ในคนที่เคยดามกระดูกมาก่อน จะซับซ้อนกว่าการเปลี่ยนข้อสะโพกทั่วไป เพราะต้องเอาเหล็กเดิมออก จัดการกับกระดูกที่เปลี่ยนรูป และเลือกชนิดข้อเทียมให้เหมาะกับเนื้อกระดูกของผู้สูงอายุ
ส่วนการเลือกว่าจะใช้ข้อเทียมแบบใช้ซีเมนต์ยึด หรือแบบให้กระดูกยึดเองโดยไม่ใช้ซีเมนต์ ขึ้นกับคุณภาพกระดูกและสภาพร่างกายของแต่ละคน ในผู้สูงอายุที่กระดูกพรุนมาก หลายครั้งการใช้ซีเมนต์ยึดจะช่วยให้ข้อแน่นทันที ลดความเสี่ยงกระดูกร้าวระหว่างใส่ข้อเทียม ซึ่งหมอจะอธิบายและเลือกให้เหมาะกับแต่ละราย
สำหรับการพยากรณ์โรค ข่าวดีคือผู้ป่วยส่วนใหญ่หลังเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม มีอาการปวดลดลงชัดเจน และกลับมาเดินได้ดีขึ้นมาก คุณภาพชีวิตดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนกว่าปกติ การฟื้นตัวอาจใช้เวลานานกว่า และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงกว่าการเปลี่ยนข้อสะโพกในคนที่ไม่เคยผ่าตัดมาก่อน การดูแลร่างกายให้พร้อมก่อนผ่าตัด และการทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง จึงสำคัญมากต่อผลการรักษา
หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา เมื่อสกรูยังครูดเบ้าข้ออยู่ ความปวดมักจะคงอยู่และรุนแรงขึ้น จนขยับข้อไม่ได้
เมื่อขยับไม่ได้และต้องนอนติดเตียงเป็นเวลานาน ร่างกายก็เสี่ยงต่อปัญหาอื่นตามมา เช่น แผลกดทับ ปอดติดเชื้อ และลิ่มเลือดอุดตันที่ขา
นี่ไม่ได้พูดเพื่อให้กลัว แต่เพื่อให้เข้าใจว่า การขยับและการเดินได้ มีความหมายต่อสุขภาพโดยรวมของผู้สูงอายุมากกว่าที่หลายคนคิด
แม้ภาวะนี้บางส่วนจะป้องกันได้ยากเพราะเกี่ยวกับการหายของกระดูก แต่ก็มีสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้
[1] ดูแลและรักษาภาวะกระดูกพรุนอย่างจริงจัง เพราะกระดูกแข็งแรงช่วยให้การดามอยู่ตัว
[2] ป้องกันการล้มในบ้าน เช่น ติดราวจับ ไฟส่องสว่างพอ พื้นไม่ลื่น
[3] มาตรวจติดตามและเอกซเรย์ตามนัดหลังผ่าตัดดามกระดูก เพื่อจับสัญญาณผิดปกติได้เร็ว
[4] ลงน้ำหนักตามที่แพทย์แนะนำในช่วงแรก ไม่รีบเร่งเกินไป
[5] ควบคุมโรคประจำตัวให้ดี เช่น เบาหวาน เพื่อให้กระดูกหายและแผลหายได้ดี
คำถามที่คนไข้และญาติถามบ่อย
[1] อายุมากขนาดนี้ ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกได้ไหม ตอบ อายุไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาด สิ่งสำคัญกว่าคือสภาพหัวใจ ปอด และโรคประจำตัว ที่ต้องประเมินและเตรียมพร้อมก่อนผ่าตัด
[2] ผ่าตัดแล้วจะเดินได้เมื่อไหร่ ตอบ ส่วนใหญ่เริ่มฝึกลุกและเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยได้ภายในไม่กี่วันหลังผ่าตัด แต่การฟื้นตัวเต็มที่ในเคสที่เคยดามมาก่อนอาจใช้เวลานานกว่าปกติ
[3] ข้อสะโพกเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน ตอบ ข้อเทียมสมัยใหม่ใช้งานได้หลายปี ในผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักใช้ได้ตลอดช่วงชีวิตที่เหลือ หากดูแลตามคำแนะนำ
[4] จำเป็นต้องใช้ซีเมนต์ยึดข้อเทียมไหม ตอบ ขึ้นกับคุณภาพกระดูก ในผู้สูงอายุที่กระดูกพรุนมาก การใช้ซีเมนต์มักช่วยให้ข้อแน่นทันทีและลดความเสี่ยงกระดูกร้าว แพทย์จะเลือกให้เหมาะกับแต่ละราย
[5] ผ่าตัดแล้วข้อจะหลุดง่ายไหม ตอบ ในเคสที่เคยดามมาก่อน กล้ามเนื้อรอบข้ออาจอ่อนแรงลง แพทย์จึงอาจเลือกใช้ข้อเทียมชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลดโอกาสข้อหลุด
สรุปสิ่งที่อยากให้จำ
[1] การผ่าตัดดามกระดูกสะโพก แม้สำเร็จในตอนแรก ก็มีโอกาสที่เหล็กหรือสกรูจะเลื่อนตำแหน่งได้ในภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อกระดูกพรุน
[2] อาการปวดที่กลับมาใหม่หลังผ่าตัดดามกระดูก ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทน ควรมาตรวจหาสาเหตุ
[3] เมื่อสกรูทะลุหัวกระดูกและผิวข้อเสียหาย การเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมมักเป็นทางออกที่ช่วยให้กลับมาเดินได้
[4] อายุที่มากไม่ใช่ข้อห้ามของการผ่าตัด สิ่งสำคัญคือการเตรียมร่างกายและการเลือกวิธีให้เหมาะกับแต่ละคน
[5] การกลับมาเดินได้ ไม่ได้แค่ลดความปวด แต่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้กลับไปอยู่กับครอบครัว และทำสิ่งที่รักได้อีกครั้ง
คุณไม่ได้เผชิญเรื่องนี้อยู่คนเดียว และการดูแลกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่วันนี้ คือการดูแลตัวเองเพื่อคนที่เรารักด้วยครับ
――――――――――――――――――――――――
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ปรึกษาเพิ่มเติม Line @doctorkeng หรือโทร 081-5303666
――――――――――――――――――――――――
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #ปวดสะโพก #กระดูกสะโพกหัก #เปลี่ยนข้อสะโพกเทียม #กระดูกพรุน #ผู้สูงอายุ #ดามกระดูก #ปวดข้อสะโพก #สุขภาพผู้สูงวัย #เชียงใหม่