เดินอยู่ดีๆ เข่าล็อกค้าง งอไม่ได้ เหยียดไม่ออก เหมือนมีอะไรเล็กๆ ขวางในข้อ ปวดบวมเป็นปีๆ ไปเอกซเรย์ หมอบอกว่า "ปกติดี"

คุณสมชาย วัย 42 เป็นแบบนี้เกือบสองปี เลิกเตะบอลกับลูก เลิกขึ้นเขาที่เคยชอบ เพราะกลัวเข่าล็อกกลางทาง ไปหาหมอหลายที่ ฟิล์มก็ปกติ จนเริ่มสงสัยว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า

มีโรคข้อชนิดหนึ่ง ที่เอกซเรย์ธรรมดามองไม่เห็นในช่วงแรก บทความนี้จะเล่าว่ามันคืออะไร และทำไมการวินิจฉัยให้ถูกถึงเปลี่ยนทุกอย่าง

――――――――――――――――――――――――

ทำไมปวดเข่าเป็นปี เอกซเรย์ปกติ แต่ข้อกลับมีก้อนซ่อนอยู่นับสิบ

――――――――――――――――――――――――

มีอาการปวดข้อแบบหนึ่งที่หลอกทั้งคนไข้และหมอได้นาน บางคนปวดบวมเป็นปี เข่าล็อกเป็นพักๆ แต่พอไปเอกซเรย์กลับไม่เจออะไรผิดปกติ จนหลายคนเริ่มท้อ คิดว่าตัวเองคิดมากไปเอง

ความจริงคือ ในข้ออาจมี "ก้อนเล็กๆ" เกิดขึ้นนับสิบนับร้อยก้อนแล้วก็ได้ เพียงแต่ในช่วงแรกก้อนพวกนี้ยังเป็นเนื้อกระดูกอ่อน ซึ่งเอกซเรย์ธรรมดามองไม่เห็น ต้องใช้การตรวจที่ละเอียดกว่าถึงจะเจอ

――――――――――――――――――――――――

คุณสมชาย เป็นช่างซ่อมรถวัย 42 ปี เมื่อก่อนชอบพาลูกไปเตะบอลทุกเย็น วันหยุดก็ชวนครอบครัวขึ้นเขา

วันหนึ่งเริ่มรู้สึกเข่าข้างซ้ายปวดตื้อๆ บวมเล็กน้อย ตอนแรกคิดว่าใช้งานหนัก พักก็คงหาย แต่อาการกลับมาเรื่อยๆ จนมีบางครั้งที่เข่า "ล็อก" ค้างกลางทาง งอก็ไม่ได้ เหยียดก็ไม่ออก ต้องยืนนิ่งสักพักให้มันคลายเอง

เพราะเหตุนั้น เขาเลยค่อยๆ เลิกสิ่งที่เคยรัก ไม่กล้าเตะบอลกับลูก ไม่กล้าขึ้นเขา เพราะกลัวเข่าล็อกตอนอยู่ไกลบ้าน

เขาไปหาหมอมาหลายที่ เอกซเรย์ก็บอกว่าปกติ จนเริ่มลังเลว่าจะตรวจต่อดีไหม หรือควรทนๆ ไปแบบนี้ จนในที่สุดได้มาตรวจแบบละเอียดขึ้น ถึงได้รู้ว่าในข้อเข่าของเขามีเรื่องที่ซ่อนอยู่จริงๆ

――――――――――――――――――――――――

หลายคนไม่รู้ว่าอาการแบบนี้มีคำอธิบาย และไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเอง

ลองนึกภาพข้อเข่าเหมือนห้องๆ หนึ่ง ผนังห้องบุด้วยเยื่อบางๆ เรียกว่า "เยื่อบุข้อ" ทำหน้าที่สร้างน้ำหล่อลื่นให้ข้อขยับได้ลื่น

ในโรคนี้ เยื่อบุข้อเกิดความผิดปกติ แทนที่จะอยู่เฉยๆ มันกลับ "สร้างก้อนกระดูกอ่อนเล็กๆ" ขึ้นมาในผนังห้องทีละก้อน เปรียบเหมือนผนังที่ค่อยๆ ปูดเป็นตุ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

พอก้อนเหล่านี้โตขึ้น มันก็หลุดร่วงลงมาลอยอยู่ในข้อ เหมือนมีก้อนกรวดเล็กๆ หล่นเกลื่อนอยู่กลางห้อง เราเรียกก้อนที่หลุดลอยนี้ว่า "ชิ้นส่วนลอยในข้อ"

นี่คือเหตุผลว่าทำไมอาการถึงเป็นแบบที่เล่ามา เวลาขยับข้อ ก้อนกรวดพวกนี้จะไปเสียดสีผนังห้อง ทำให้ปวดและบวม และบางครั้งก้อนก็ไปขัดอยู่ระหว่างข้อต่อพอดี เหมือนเอาก้อนหินไปขวางบานพับประตู ทำให้ข้อ "ล็อก" ขยับไม่ได้ชั่วคราว พอก้อนเลื่อนหลุดออกไป ข้อก็กลับมาขยับได้เหมือนเดิม

ส่วนเหตุผลที่เอกซเรย์ช่วงแรกมองไม่เห็น เป็นเพราะก้อนกระดูกอ่อนในระยะต้นยังไม่มีหินปูนมาเกาะ เอกซเรย์จะเห็นได้ชัดก็ต่อเมื่อก้อนเริ่มมีหินปูนหรือกลายเป็นกระดูกแข็งแล้วเท่านั้น

――――――――――――――――――――――――

โรคนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า "โรคเยื่อบุข้อสร้างก้อนกระดูกอ่อน (Synovial Chondromatosis)" เป็นโรคที่พบไม่บ่อย จัดเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงของเยื่อบุข้อ

สาเหตุของชนิดที่เกิดขึ้นเองในข้อที่เคยปกติดี ปัจจุบันเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับความผิดปกติระดับยีนของเซลล์เยื่อบุข้อ ไม่ได้เกิดจากการใช้งานหนักหรือกินอาหารผิดอย่างที่หลายคนเข้าใจ ส่วนอีกชนิดหนึ่งเกิดตามหลังปัญหาในข้อที่มีอยู่ก่อน เช่น ข้อเสื่อมหรือเคยบาดเจ็บ

อาการที่พบบ่อย มีดังนี้

[1] ปวดข้อเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลาขยับหรือลงน้ำหนัก

[2] ข้อบวม มีน้ำในข้อ

[3] ข้อฝืด ขยับได้น้อยลงกว่าเดิม

[4] ข้อล็อกหรือสะดุดเป็นพักๆ เหมือนมีอะไรขัดอยู่ข้างใน

[5] บางคนคลำได้ก้อนแข็งๆ รอบข้อ

โรคนี้มักเป็นที่ข้อใดข้อหนึ่งเพียงข้อเดียว ข้อที่พบบ่อยที่สุดคือ "เข่า" รองลงมาคือสะโพก ข้อศอก และไหล่

――――――――――――――――――――――――

ปัจจัยที่พบร่วมกับโรคนี้ มีดังนี้

[1] ช่วงอายุ มักพบในวัยทำงานช่วง 30 ถึง 50 ปี

[2] เพศชายพบบ่อยกว่าเพศหญิงประมาณสองเท่า

[3] เคยมีปัญหาในข้อมาก่อน เช่น ข้อเสื่อมหรือเคยบาดเจ็บ จะเพิ่มโอกาสของชนิดที่เกิดตามหลัง

[4] การใช้งานข้อซ้ำๆ อาจกระตุ้นอาการในข้อที่มีปัญหาอยู่เดิม

ที่ต้องเข้าใจคือ ชนิดที่เกิดขึ้นเองในข้อปกติ มักไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ชัดเจน เพราะเป็นเรื่องของความผิดปกติในระดับเซลล์เอง

――――――――――――――――――――――――

เพราะโรคนี้หลอกได้ง่าย การวินิจฉัยให้ถูกจึงสำคัญมาก และมักต้องอาศัยหลายขั้นตอนประกอบกัน

[1] ซักประวัติและตรวจร่างกาย หมอจะถามถึงลักษณะอาการปวด การล็อกของข้อ และตรวจดูการบวม การขยับ และก้อนรอบข้อ

[2] อัลตราซาวด์ (Ultrasound) มีประโยชน์มากในการมองเห็นก้อนกระดูกอ่อนที่ยังไม่มีหินปูนเกาะ ซึ่งเป็นจุดที่เอกซเรย์ธรรมดามักมองไม่เห็นในระยะแรก ตรวจได้ในห้องตรวจ ไม่เจ็บ และไม่มีรังสี

[3] เอกซเรย์ จะเห็นก้อนได้ชัดเมื่อก้อนเริ่มมีหินปูนหรือกลายเป็นกระดูกแล้ว ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อโรคดำเนินไประยะหนึ่ง

[4] เอ็มอาร์ไอ (MRI) หรือซีทีสแกน (CT scan) ช่วยเห็นรายละเอียดได้มากที่สุด โดยเฉพาะในระยะแรกที่ก้อนยังเป็นกระดูกอ่อน และช่วยประเมินว่าโรคลุกลามมากแค่ไหนก่อนวางแผนรักษา

จุดสำคัญคือ ถ้าเอกซเรย์ปกติแต่อาการยังชัดเจน ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไร แต่อาจแปลว่าต้องตรวจให้ละเอียดขึ้นเท่านั้นเอง

――――――――――――――――――――――――

แนวทางดูแลรักษาจะเรียงจากเบาไปหนัก แต่ต้องพูดกันตามตรงเรื่องนี้ เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจได้บนความจริง

ในรายที่อาการน้อยมาก ยังไม่มีก้อนหลุดลอยชัดเจน หมออาจให้เฝ้าติดตามอาการ ใช้ยาบรรเทาปวด ปรับกิจกรรม และประคบเย็นเพื่อลดปวดลดบวม วิธีเหล่านี้ช่วยให้สบายขึ้นได้ แต่ขอย้ำตรงๆ ว่า "ไม่ได้ทำให้ก้อนในข้อหายไป" และไม่ได้หยุดการดำเนินของโรค

เมื่อมีก้อนหลุดลอยในข้อ มีอาการล็อก สะดุด หรือข้อเริ่มถูกทำลาย การรักษาหลักที่ทำให้ดีขึ้นได้จริงคือ "การผ่าตัด" เพื่อเอาก้อนที่ลอยอยู่ออก ร่วมกับการตัดเยื่อบุข้อที่ผิดปกติออกไปด้วย

การผ่าตัดทำได้สองแบบ คือการส่องกล้องผ่าตัดในข้อ (Arthroscopy) ซึ่งเป็นแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และการผ่าตัดแบบเปิดในรายที่ก้อนเยอะหรือลึก การตัดเยื่อบุข้อที่ผิดปกติออกให้มากพอ จะช่วยลดโอกาสที่โรคจะกลับมาเป็นซ้ำ

สิ่งที่อยากให้เข้าใจคือ การดูแลข้อให้แข็งแรงและตรวจให้พบเร็ว ไม่ใช่เพื่อความสมบูรณ์แบบ แต่เพื่อรักษาข้อที่เราใช้เดิน ใช้ทำงาน และใช้ใช้ชีวิตกับคนที่เรารักไปได้นานๆ ยิ่งวินิจฉัยได้เร็วก่อนข้อถูกทำลาย ผลการรักษายิ่งดี

――――――――――――――――――――――――

เรื่องพยากรณ์โรคเป็นคำถามที่คนไข้กังวลมากที่สุด

ข่าวดีคือ โรคนี้ส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง เมื่อผ่าตัดเอาก้อนออกและตัดเยื่อบุข้อที่ผิดปกติได้เพียงพอ คนไข้ส่วนมากอาการปวดและการล็อกของข้อจะดีขึ้นชัดเจน และกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม โรคนี้มีโอกาส "กลับมาเป็นซ้ำ" ได้ โดยเฉพาะถ้าตัดเยื่อบุข้อที่เป็นต้นตอออกได้ไม่หมด โอกาสกลับเป็นซ้ำจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งข้อและวิธีผ่าตัด จึงจำเป็นต้องติดตามอาการต่อเนื่องหลังผ่าตัด

มีอีกประเด็นที่ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา แม้จะพบได้น้อยมาก โรคนี้มีโอกาสเปลี่ยนเป็นเนื้อร้ายได้ในบางราย โดยเฉพาะรายที่กลับมาเป็นซ้ำหลายครั้ง การกลับเป็นซ้ำบ่อยจึงเป็นสัญญาณที่หมอจะเฝ้าระวังเป็นพิเศษ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการติดตามต่อเนื่องจึงสำคัญ ไม่ใช่เพื่อให้กังวล แต่เพื่อให้จับได้ทันถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลง

――――――――――――――――――――――――

ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจเกิดผลตามมาได้ ดังนี้

[1] ก้อนที่ลอยในข้อเสียดสีผิวข้อไปเรื่อยๆ ทำให้ข้อค่อยๆ เสื่อมและถูกทำลาย

[2] ข้อล็อกบ่อยขึ้น ขยับได้น้อยลง กระทบการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน

[3] ปวดและบวมเรื้อรัง จนทำกิจกรรมที่เคยทำได้ยากขึ้น

[4] ในรายที่ปล่อยไว้นานและกลับเป็นซ้ำหลายครั้ง ต้องเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อร้ายแม้จะพบได้น้อย

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้บอกเพื่อให้ตกใจ แต่บอกเพื่อให้เห็นว่า การตรวจให้พบและวางแผนแต่เนิ่นๆ คุ้มค่ากว่าการรอจนข้อเสียหายมากแล้ว

――――――――――――――――――――――――

เนื่องจากชนิดที่เกิดขึ้นเองมาจากความผิดปกติในระดับเซลล์ จึงยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรคโดยตรง แต่เราดูแลตัวเองเพื่อให้จับอาการได้เร็วและรักษาข้อให้ดีได้ ดังนี้

[1] สังเกตอาการตัวเอง ถ้าปวดข้อเรื้อรัง บวม หรือข้อล็อกบ่อย อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน

[2] ถ้าเอกซเรย์ปกติแต่ยังมีอาการ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจเพิ่มเติม

[3] รักษาน้ำหนักให้เหมาะสม เพื่อลดภาระต่อข้อที่ใช้รับน้ำหนัก

[4] ออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อรอบข้อแข็งแรง ช่วยพยุงข้อและลดอาการ

[5] หลังผ่าตัด ติดตามอาการกับแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

――――――――――――――――――――――――

คำถามที่คนไข้ถามบ่อย

ถาม โรคนี้เป็นมะเร็งไหม

ตอบ ส่วนใหญ่ไม่ใช่ครับ เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง มีเพียงส่วนน้อยมากที่อาจเปลี่ยนเป็นเนื้อร้าย โดยเฉพาะรายที่กลับมาเป็นซ้ำหลายครั้ง จึงต้องติดตามอาการต่อเนื่อง

ถาม ทำไมเอกซเรย์ถึงไม่เจอ ทั้งที่ปวดมาก

ตอบ เพราะในระยะแรกก้อนยังเป็นกระดูกอ่อนที่ไม่มีหินปูนเกาะ เอกซเรย์มองไม่เห็น ต้องใช้อัลตราซาวด์หรือเอ็มอาร์ไอช่วยจึงจะเจอ

ถาม ไม่ผ่าตัด รักษาด้วยยาหรือฉีดยาให้หายได้ไหม

ตอบ ขอตอบตามตรงครับ ยาและการประคบช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ไม่ได้ทำให้ก้อนในข้อหายไป เมื่อมีก้อนหลุดลอยและมีอาการล็อก การรักษาที่ได้ผลจริงคือการผ่าตัดเอาก้อนออกร่วมกับตัดเยื่อบุข้อที่ผิดปกติ

ถาม ผ่าตัดแล้วจะกลับมาเป็นอีกไหม

ตอบ มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะถ้าตัดเยื่อบุข้อที่เป็นต้นตอออกไม่หมด จึงต้องติดตามอาการหลังผ่าตัดต่อเนื่อง

ถาม โรคนี้เป็นได้ทุกข้อไหม

ตอบ เป็นได้หลายข้อ แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือเข่า รองลงมาคือสะโพก ข้อศอก และไหล่ มักเป็นเพียงข้อเดียว

――――――――――――――――――――――――

สรุปสิ่งสำคัญที่อยากให้จำ

[1] ปวดข้อเรื้อรังร่วมกับข้อล็อกหรือสะดุดเป็นพักๆ เป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม

[2] เอกซเรย์ปกติไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไร ในระยะแรกก้อนกระดูกอ่อนอาจยังมองไม่เห็น

[3] อัลตราซาวด์และเอ็มอาร์ไอช่วยให้วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะในระยะที่เอกซเรย์ยังปกติ

[4] เมื่อมีก้อนหลุดลอยและมีอาการ การผ่าตัดคือการรักษาหลักที่ได้ผล ไม่ใช่ยาหรือการฉีด

[5] วินิจฉัยเร็วก่อนข้อถูกทำลาย ผลการรักษายิ่งดี และคุณไม่ได้เผชิญเรื่องนี้อยู่คนเดียว มีหมอที่พร้อมช่วยหาคำตอบไปด้วยกัน

――――――――――――――――――――――――

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

"เราเชื่อว่า ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"

――――――――――――――――――――――――

#ปวดเข่า #เข่าล็อก #ก้อนในข้อ #โรคข้อ #ปวดข้อเรื้อรัง #เยื่อบุข้อ #ชิ้นส่วนลอยในข้อ #ตรวจข้อด้วยอัลตราซาวด์ #หมอกระดูกและข้อเชียงใหม่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #SynovialChondromatosis #JointPain #KneeLocking #Arthroscopy