ทำไมเคี้ยวปลาหมึกย่างคำเดียว ตื่นเช้ามาถึงอ้าปากแทบไม่ได้

หลายคนคิดว่าอาการปวดกราม เป็นเรื่องของฟัน แต่บางครั้ง...ตัวที่เจ็บ ไม่ใช่ฟัน มันคือ "ข้อต่อ" เล็ก ๆ หน้าหู ที่เราใช้ทุกครั้งที่เคี้ยว พูด หาว

คุณวรรณา อายุ 61 ปี ชอบกินปลาหมึกย่าง อาหารโปรดที่กินมาทั้งชีวิต คืนหนึ่งเคี้ยวเพลินไปหน่อย ปลาหมึกเหนียวกว่าปกติ เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นมาปวดกรามข้างซ้าย กดแล้วเจ็บ อ้าปากได้นิดเดียว จะกินข้าว จะคุยกับหลาน ยังลำบาก เธอนึกในใจว่า "หรือต้องผ่าตัด"

บทความนี้จะเล่าให้ฟังว่าอาการแบบนี้คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และทางเลือกในการรักษามีอะไรบ้าง

――――――――――――――――――――――――

เมื่อ "ข้อต่อขากรรไกร" สึก ปวดกรามที่ไม่ใช่เรื่องของฟัน

――――――――――――――――――――――――

หลายคนยังไม่รู้ว่า กรามของเราขยับได้เพราะมีข้อต่อเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ตรงหน้าหูสองข้าง เรียกว่า "ข้อต่อขากรรไกร" (temporomandibular joint) ลองเอานิ้วแตะหน้าหูแล้วอ้าปาก จะรู้สึกได้ว่ามีอะไรขยับอยู่ตรงนั้น นั่นแหละครับคือข้อต่อที่เราใช้งานมากที่สุดข้อหนึ่งในร่างกาย เพราะเราเคี้ยว พูด กลืน หาว วันละหลายพันครั้งโดยไม่รู้ตัว

หมอเข้าใจดีว่าเวลาปวดตรงนี้ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงฟันก่อนเสมอ ไปหาหมอฟัน ตรวจแล้วฟันก็ปกติ แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี ความจริงคืออาการปวดอาจไม่ได้มาจากฟันเลย แต่มาจากตัวข้อต่อขากรรไกรที่เริ่ม "เสื่อม" คล้ายกับข้อเข่าเสื่อมที่เราคุ้นเคยกัน เพียงแต่อยู่คนละตำแหน่ง

ข้อต่อขากรรไกรเสื่อม เกิดขึ้นทีละขั้นได้อย่างไร

ลองนึกภาพข้อต่อเป็นบานพับประตู ที่มีแผ่นกระดูกอ่อนหุ้มปลายกระดูกไว้เหมือนเบาะนุ่ม ๆ กันการเสียดสี และมีหมอนรองเล็ก ๆ คั่นกลางไว้ให้ขยับลื่น

ขั้นแรก เมื่อเราใช้งานข้อหนักเกินไป เช่น เคี้ยวของแข็งของเหนียวบ่อย ๆ นอนกัดฟัน เคี้ยวข้างเดียวเป็นประจำ หรือเกร็งกรามเวลาเครียด แรงกดที่ลงบนข้อจะมากเกินกว่าที่เบาะกระดูกอ่อนจะรับไหว

ขั้นต่อมา เบาะกระดูกอ่อนเริ่มสึก บางลง เหมือนยางรถที่วิ่งจนดอกยางเรียบ เมื่อเบาะบางลง กระดูกสองชิ้นก็เริ่มเสียดสีกันมากขึ้น ร่างกายจึงส่งสารอักเสบเข้ามา ทำให้บวม ปวด และบางครั้งได้ยินเสียงกรอบแกรบเวลาขยับ

ขั้นสุดท้าย ถ้าข้อยังถูกใช้งานหนักต่อไป กระดูกใต้เบาะจะค่อย ๆ เปลี่ยนรูป ผิวข้อขรุขระขึ้น ทำให้ขยับฝืด อ้าปากได้น้อยลง นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางคนที่เคี้ยวของเหนียวหนัก ๆ ในวันหนึ่ง ตื่นเช้ามาถึงปวดและอ้าปากไม่ขึ้น เพราะข้อที่กำลังอ่อนแออยู่แล้ว ถูกกระตุ้นจนอักเสบเฉียบพลัน

――――――――――――――――――――――――

ความรู้พื้นฐาน รู้จักข้อต่อขากรรไกรเสื่อมให้ชัด

――――――――――――――――――――――――

ข้อต่อขากรรไกรเสื่อม คือภาวะที่กระดูกอ่อนหุ้มข้อและกระดูกบริเวณข้อค่อย ๆ เสื่อมสภาพลงจากการใช้งานสะสมร่วมกับการอักเสบ ทำให้เกิดอาการปวดและขยับลำบาก

สาเหตุหลักมาจากความไม่สมดุลระหว่าง "แรงที่ลงบนข้อ" กับ "ความสามารถของข้อที่จะซ่อมแซมตัวเอง" เมื่อข้อถูกใช้งานหนักเกินไปนาน ๆ หรือเคยบาดเจ็บ หรือมีฟันสบกันผิดปกติ แรงจะลงไม่สม่ำเสมอ ข้อจึงเสื่อมเร็วกว่าที่ควร

อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • ปวดบริเวณหน้าหู หรือปวดร้าวไปที่แก้ม ขมับ

  • กดเจ็บตรงข้อต่อ โดยเฉพาะตอนเคี้ยว

  • มีเสียงกรอบแกรบหรือเสียงดังเวลาอ้าปาก-หุบปาก

  • อ้าปากได้น้อยลง หรืออ้าแล้วกรามเบี้ยวไปข้างหนึ่ง

  • รู้สึกตึง ฝืด โดยเฉพาะตอนตื่นนอน

――――――――――――――――――――――――

ปัจจัยเสี่ยง ใครบ้างที่ข้อต่อขากรรไกรเสื่อมง่ายกว่าคนอื่น

――――――――――――――――――――――――

[1] อายุที่มากขึ้น เพราะข้อถูกใช้งานสะสมมานาน เหมือนของที่ใช้นานย่อมสึกเป็นธรรมดา

[2] เพศหญิง โดยเฉพาะวัยหลังหมดประจำเดือน ซึ่งพบภาวะนี้ได้บ่อยกว่าผู้ชาย

[3] พฤติกรรมการเคี้ยว เช่น ชอบเคี้ยวของแข็งของเหนียว เคี้ยวข้างเดียวเป็นประจำ หรือนอนกัดฟัน

[4] เคยบาดเจ็บที่ขากรรไกร หรือมีฟันสบกันผิดปกติ ทำให้แรงลงข้อไม่สมดุล

[5] ความเครียด ที่ทำให้เผลอกัดฟันหรือเกร็งกรามโดยไม่รู้ตัว

――――――――――――――――――――――――

การวินิจฉัย หมอรู้ได้อย่างไรว่าเป็นที่ข้อต่อ ไม่ใช่ที่ฟัน

――――――――――――――――――――――――

การวินิจฉัยที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญที่สุด เพราะอาการปวดกรามมีต้นเหตุได้หลายอย่าง การรักษาจึงต้องเริ่มจากการแยกให้ออกก่อนว่าปวดมาจากอะไร โดยทั่วไปหมอจะตรวจตามลำดับดังนี้

[1] ซักประวัติ ถามลักษณะอาการ จุดที่ปวด สิ่งที่กระตุ้น เช่น เคี้ยวของแข็ง หรือเครียด

[2] ตรวจร่างกาย คลำข้อต่อและกล้ามเนื้อบดเคี้ยว วัดระยะอ้าปาก ฟังเสียงในข้อ ดูว่ากรามเบี้ยวเวลาอ้าปากหรือไม่

[3] อัลตราซาวด์ (ultrasound) ช่วยดูการอักเสบ น้ำในข้อ และใช้ช่วยนำทางเข็มเวลาฉีดยาให้ตรงตำแหน่ง

[4] เอกซเรย์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ดูการเปลี่ยนแปลงของกระดูกข้อ เช่น ผิวข้อเรียบลง มีปุ่มกระดูกงอก

[5] คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ใช้ในบางกรณีเพื่อดูหมอนรองข้อและเนื้อเยื่ออ่อนอย่างละเอียด

สิ่งที่หมออยากเน้นคือ ความรุนแรงของภาพเอกซเรย์ไม่ได้บอกความปวดเสมอไป บางคนกระดูกเปลี่ยนไปมากแต่ไม่ปวด บางคนภาพดูไม่มาก แต่ปวดมาก หมอจึงรักษาที่ "อาการของคนไข้" เป็นหลัก ไม่ได้รักษาที่ภาพอย่างเดียว

――――――――――――――――――――――――

แนวทางรักษา เริ่มจากเบาที่สุดก่อนเสมอ

――――――――――――――――――――――――

หมออยากให้สบายใจก่อนว่า ข้อต่อขากรรไกรเสื่อมส่วนใหญ่ดูแลได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และการรักษาที่ดีคือเริ่มจากวิธีที่เบาและปลอดภัยที่สุดก่อน แล้วค่อยปรับขึ้นตามความจำเป็น เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้หายปวด แต่ให้กลับมาเคี้ยวอาหารที่ชอบ พูดคุยกับคนที่รักได้อย่างสบายใจ

ขั้นที่หนึ่ง ดูแลตัวเองและพักข้อ พักการใช้งานข้อชั่วคราว กินอาหารอ่อนนุ่ม งดของแข็งของเหนียว ไม่อ้าปากกว้างเกินไป ประคบอุ่น และฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อกราม ขั้นนี้สำคัญมากและช่วยได้จริงในคนจำนวนมาก

ขั้นที่สอง ยาและกายภาพบำบัด ใช้ยาแก้อักเสบลดปวดตามที่แพทย์สั่ง ร่วมกับกายภาพบำบัด และในบางคนอาจใช้เฝือกสบฟันเพื่อลดแรงกดและลดการกัดฟันตอนกลางคืน

ขั้นที่สาม การฉีดยาเข้าข้อ ในรายที่อาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาลดการอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ (steroid) เข้าไปในข้อโดยตรง ซึ่งช่วยลดปวดและทำให้อ้าปากได้มากขึ้นในระยะสั้นถึงปานกลาง บางครั้งอาจทำร่วมกับการล้างข้อ หรือใช้สารหล่อลื่นข้อ ทั้งนี้แพทย์จะเลือกวิธีและจำนวนครั้งอย่างเหมาะสมเป็นรายบุคคล

ขั้นที่สี่ การผ่าตัด ใช้เฉพาะรายที่อาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อวิธีอื่นแล้วเท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนน้อย

การดูแลตัวเองให้ข้อแข็งแรง ไม่ใช่แค่เพื่อให้หายปวดวันนี้ แต่เพื่อให้เรายังเคี้ยวอาหารอร่อย ๆ และอยู่กับคนที่เรารักได้อีกนาน

――――――――――――――――――――――――

พยากรณ์โรค หายไหม นานแค่ไหน กลับมาเป็นอีกหรือเปล่า

――――――――――――――――――――――――

ข่าวดีคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการดีขึ้นได้ด้วยการดูแลแบบไม่ผ่าตัด โรคนี้มักดำเนินไปเป็นช่วง ๆ มีช่วงที่อาการกำเริบสลับกับช่วงที่สงบ และหลายรายเมื่อเวลาผ่านไป ข้อจะค่อย ๆ ปรับตัวเข้าสู่ช่วงที่นิ่งและปวดน้อยลง

จากการติดตามผู้ป่วยระยะยาว พบว่าข้อจำนวนมากมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น มีเพียงส่วนน้อยที่แย่ลง โดยเฉพาะถ้าได้ลดพฤติกรรมที่กระตุ้น เช่น เลิกเคี้ยวของเหนียว ลดการกัดฟัน อาการก็มักทรงตัวดี

ส่วนเรื่องการกลับมาเป็นอีก มักสัมพันธ์กับการกลับไปใช้ข้อหนักเหมือนเดิม ดังนั้นการปรับพฤติกรรมจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ผลการรักษาอยู่ได้นาน

――――――――――――――――――――――――

ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น

――――――――――――――――――――――――

โดยทั่วไปภาวะนี้ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ถ้าปล่อยให้ข้ออักเสบเรื้อรังโดยไม่ดูแล อาจส่งผลให้

  • ปวดเรื้อรังจนกระทบการกินและการนอน

  • อ้าปากได้น้อยลงเรื่อย ๆ ทำให้เคี้ยวและทำความสะอาดฟันลำบาก

  • เคี้ยวข้างเดียวจนกล้ามเนื้อสองข้างไม่สมดุล

  • ในรายที่เป็นมาก ผิวข้ออาจเปลี่ยนรูปจนกระทบรูปหน้าและการสบฟัน

ทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงที่อยากให้รู้ไว้ ไม่ได้เล่าเพื่อให้กังวล แต่เพื่อให้เห็นว่าการดูแลแต่เนิ่น ๆ ช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้

――――――――――――――――――――――――

วิธีป้องกันและถนอมข้อต่อขากรรไกร

――――――――――――――――――――――――

[1] หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งของเหนียวบ่อย ๆ และพยายามเคี้ยวให้ทั้งสองข้างสลับกัน

[2] ถ้ารู้ตัวว่านอนกัดฟัน ควรปรึกษาแพทย์หรือทันตแพทย์เรื่องเฝือกสบฟัน

[3] ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อกราม ไม่กัดฟันหรือเกร็งกรามเวลาเครียด

[4] ไม่อ้าปากกว้างเกินไปอย่างฉับพลัน เช่น เวลาหาวหรือกัดอาหารชิ้นใหญ่

[5] เมื่อเริ่มมีอาการปวดหรือเสียงในข้อ อย่าปล่อยไว้นาน รีบปรึกษาแพทย์เพื่อดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ

――――――――――――――――――――――――

คำถามที่คนไข้ถามบ่อย

――――――――――――――――――――――――

ถาม ปวดกรามแบบนี้ต้องผ่าตัดไหม ตอบ ส่วนใหญ่ไม่ต้องครับ ผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นด้วยการพักข้อ ปรับพฤติกรรม ยา และการฉีดยาเมื่อจำเป็น การผ่าตัดใช้เฉพาะรายที่รุนแรงจริง ๆ เท่านั้น

ถาม ฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อ อันตรายไหม ตอบ เมื่อทำโดยแพทย์ในข้อบ่งชี้ที่เหมาะสมและไม่ฉีดถี่เกินไป ถือว่าช่วยลดปวดได้ดีในระยะสั้นถึงปานกลาง แพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมและจำนวนครั้งให้เป็นรายบุคคล

ถาม มีเสียงดังในข้อเวลาอ้าปาก แต่ไม่ปวด ต้องรักษาไหม ตอบ ถ้ามีแค่เสียงโดยไม่ปวดและใช้งานได้ปกติ มักยังไม่ต้องรักษาเป็นพิเศษ เพียงดูแลถนอมข้อและสังเกตอาการ แต่ถ้าเริ่มปวดหรืออ้าปากได้น้อยลง ควรมาตรวจ

ถาม ทำไมเคี้ยวของเหนียวแค่ครั้งเดียวถึงปวดได้ ตอบ เพราะข้อที่เริ่มเสื่อมหรืออ่อนแออยู่แล้ว เมื่อถูกใช้งานหนักเฉียบพลันก็อักเสบขึ้นมาได้ คล้ายข้อเข่าที่ไม่ค่อยแข็งแรงแล้วไปยกของหนักครั้งเดียวก็ปวด

ถาม กินอาหารอ่อนนานแค่ไหน ตอบ ขึ้นกับอาการ โดยทั่วไปช่วงที่ปวดมากควรกินอ่อนนุ่มไปก่อน แล้วค่อย ๆ กลับมากินปกติเมื่อดีขึ้น แพทย์จะแนะนำตามอาการของแต่ละคน

――――――――――――――――――――――――

สรุปสิ่งที่อยากให้จำ

――――――――――――――――――――――――

[1] ปวดกรามไม่ได้แปลว่าเป็นที่ฟันเสมอไป อาจมาจากข้อต่อขากรรไกรที่เริ่มเสื่อม

[2] สาเหตุสำคัญคือการใช้ข้อหนักเกินไปสะสม เช่น เคี้ยวของเหนียว นอนกัดฟัน เคี้ยวข้างเดียว

[3] การวินิจฉัยที่ถูกต้องสำคัญที่สุด เพราะปวดกรามมีต้นเหตุได้หลายอย่าง

[4] ส่วนใหญ่รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เริ่มจากพักข้อ ปรับพฤติกรรม ยา และฉีดยาเมื่อจำเป็น

[5] การปรับพฤติกรรมคือกุญแจที่ทำให้หายแล้วไม่กลับมาเป็นซ้ำ คุณไม่ได้เผชิญอาการนี้อยู่คนเดียว และดูแลได้

――――――――――――――――――――――――

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยรายบุคคลได้ หากมีอาการปวดกราม อ้าปากลำบาก หรือมีเสียงในข้อ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ปรึกษาหมอเก่ง กระดูกและข้อ – ธนินนิตย์คลินิก โทร 081-5303666 Line ID @doctorkeng

――――――――――――――――――――――――

#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดกราม #ข้อต่อขากรรไกร #ข้อขากรรไกรเสื่อม #อ้าปากไม่ขึ้น #ปวดหน้าหู #นอนกัดฟัน #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #อัลตราซาวด์ #ธนินนิตย์คลินิก #เชียงใหม่