ก้าวแรกที่เท้าแตะพื้นตอนตื่นนอน เจ็บจี๊ดที่ส้นเท้าเหมือนเหยียบของแหลม ต้องค่อย ๆ ย่อง เกาะขอบเตียงเดินไปห้องน้ำ

คุณสมศรี อายุ 65 ปี เล่าว่าเมื่อก่อนตื่นมาก็เดินลงตลาดเช้าได้สบาย แต่ช่วงหลังพอเท้าแตะพื้นทีไรเจ็บจนต้องยืนนิ่งสักครู่ เดินไปสักพักอาการค่อยดีขึ้น เลยคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง ผ่านไปหลายเดือนกลับเป็นหนักขึ้น จนไม่กล้าไปไหนไกล

ทำไมส้นเท้าถึงเจ็บแบบนี้ และทำไมเดินไปแล้วกลับดีขึ้น บทความนี้มีคำตอบครับ

――――――――――――――――――――――――

ทำไมส้นเท้าเจ็บที่สุดตอนก้าวแรกของวัน แต่เดินไปสักพักกลับค่อยดีขึ้น

――――――――――――――――――――――――

เคยไหมครับ ตื่นนอนตอนเช้า พอเท้าแตะพื้นก้าวแรก เจ็บจี๊ดที่ส้นเท้าเหมือนมีอะไรแทง ต้องค่อย ๆ ย่องไปก่อน แต่พอเดินไปสักพักอาการกลับค่อยดีขึ้น พอนั่งพักนาน ๆ แล้วลุกขึ้นเดินใหม่ก็เจ็บอีก

ถ้าอาการตรงแบบนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าคุณกำลังเจอกับภาวะที่เรียกว่า "พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ" (Plantar Fasciitis) ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดส้นเท้าที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ครับ

เรื่องของคุณสมศรี

คุณสมศรี อายุ 65 ปี เมื่อก่อนเป็นคนที่ตื่นเช้าไปจ่ายตลาดทุกวัน เดินออกกำลังรอบหมู่บ้านได้สบาย เป็นกิจวัตรที่ทำมาตลอดหลายสิบปี

อยู่มาวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าก้าวแรกตอนตื่นนอนเจ็บส้นเท้า ตอนแรกคิดว่าเดินเยอะไปหน่อย เดี๋ยวก็หาย เลยปล่อยไว้ พอเจ็บก็เปลี่ยนไปลงน้ำหนักด้านนอกเท้าแทน

หลายเดือนผ่านไป อาการไม่หายอย่างที่คิด กลับเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มไม่อยากไปตลาด ไม่กล้าออกไปไหนไกล กลัวว่าเดินแล้วจะเจ็บ คุณภาพชีวิตที่เคยมีค่อย ๆ หายไปทีละนิด เพราะอาการเล็ก ๆ ที่คิดว่าไม่เป็นไร

――――――――――――――――――――――――

พังผืดใต้ฝ่าเท้าคืออะไร อธิบายแบบบ้าน ๆ

หลายคนไม่เคยรู้ว่าใต้ฝ่าเท้าของเรามีแผ่นเอ็นหนา ๆ ซ่อนอยู่ และไม่รู้ว่ายังมีทางช่วยให้หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เรามาทำความเข้าใจไปด้วยกันครับ

ลองนึกภาพใต้ฝ่าเท้าของเรา มีแผ่นเอ็นหนา ๆ คล้าย "สายธนู" ขึงจากส้นเท้าไปจนถึงโคนนิ้วเท้า แผ่นเอ็นนี้ทำหน้าที่พยุงอุ้งเท้า และช่วยรับแรงกระแทกเวลาเราเดินหรือยืน

คำถามแรก ทำไมถึงเกิด

ทุกครั้งที่เราก้าวเดิน สายธนูเส้นนี้จะถูกดึงตึงแล้วคลายสลับกันไป ถ้าเราใช้งานหนักเกินไป เช่น ยืนนานทั้งวัน เดินมาก น้ำหนักตัวมาก หรืออายุมากขึ้นจนเอ็นเสื่อมตามวัย จุดที่เอ็นเกาะกับกระดูกส้นเท้าจะถูกดึงรั้งซ้ำ ๆ จนเกิดการบาดเจ็บเล็ก ๆ สะสม

คำถามที่สอง เกิดทีละขั้นอย่างไร

เริ่มจากเอ็นถูกดึงตึงซ้ำ ๆ ที่จุดเกาะบนกระดูกส้นเท้า ทำให้เกิดรอยฉีกขาดเล็ก ๆ ในเนื้อเอ็น ร่างกายพยายามซ่อมแซม แต่ถ้ายังใช้งานหนักต่อเนื่อง เอ็นซ่อมไม่ทัน เนื้อเอ็นจึงค่อย ๆ เสื่อมและหนาตัวขึ้น น่าสนใจว่าภาวะนี้แม้ชื่อจะลงท้ายว่า "อักเสบ" แต่จริง ๆ แล้วเป็น "การเสื่อมของเนื้อเอ็น" มากกว่าการอักเสบแบบที่เราเข้าใจกัน

คำถามที่สาม ทำไมอาการจึงเป็นแบบนี้

ตอนเรานอนหลับทั้งคืน เท้าอยู่นิ่ง เอ็นที่บาดเจ็บจะหดตัวและซ่อมแซมตัวเองแบบหดสั้นลง พอตื่นเช้าก้าวแรก น้ำหนักตัวกดลงไปดึงเอ็นที่หดสั้นนั้นให้ยืดออกทันที จึงเจ็บจี๊ดที่สุด แต่พอเดินไปสักพัก เอ็นค่อย ๆ ยืดอุ่นเครื่อง อาการเลยทุเลาลง นี่คือเหตุผลว่าทำไม "ก้าวแรกเจ็บที่สุด แต่เดินไปแล้วดีขึ้น" ครับ

――――――――――――――――――――――――

ความรู้พื้นฐานที่ควรรู้

โรคนี้คืออะไร

พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ คือภาวะที่แผ่นเอ็นใต้ฝ่าเท้าบริเวณจุดเกาะกับกระดูกส้นเท้าเกิดการบาดเจ็บและเสื่อมจากการใช้งานซ้ำ ๆ เป็นสาเหตุปวดส้นเท้าที่พบบ่อยที่สุด มีรายงานว่าราว 1 ใน 10 คนจะเจอภาวะนี้สักครั้งในชีวิต

สาเหตุและกลไก

เกิดจากแรงดึงรั้งซ้ำ ๆ ที่จุดเกาะของเอ็นบนกระดูกส้นเท้า ทำให้เกิดรอยฉีกขาดเล็ก ๆ และการเสื่อมของเนื้อเอ็นสะสม

อาการที่พบบ่อย

  • เจ็บส้นเท้าด้านในค่อนไปทางกลางฝ่าเท้า เป็นจุดเฉพาะ

  • เจ็บมากที่สุดตอนก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือหลังนั่งพักนาน ๆ แล้วลุกเดิน

  • เดินไปสักพักอาการดีขึ้น แต่ถ้าใช้งานหนักทั้งวันจะกลับมาเจ็บอีกตอนเย็น

  • กดเจ็บตรงส้นเท้าด้านในชัดเจน

――――――――――――――――――――――――

ใครเสี่ยงเป็นบ้าง

[1] น้ำหนักตัวมาก โดยเฉพาะดัชนีมวลกายเกินเกณฑ์ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจนที่สุด

[2] อาชีพหรือกิจกรรมที่ต้องยืนนาน เดินมาก ตลอดทั้งวัน

[3] ข้อเท้ากระดกขึ้นได้น้อย หรือเอ็นร้อยหวายและน่องตึง

[4] อายุมากขึ้น เนื้อเอ็นเสื่อมตามวัย

[5] รูปเท้าผิดปกติ เช่น เท้าแบนหรืออุ้งเท้าสูงเกินไป

――――――――――――――――――――――――

หมอวินิจฉัยอย่างไร

ส่วนใหญ่วินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก โดยไม่จำเป็นต้องตรวจพิเศษทุกราย

  • ซักประวัติ ลักษณะอาการปวดก้าวแรกตอนเช้าเป็นเบาะแสสำคัญ

  • ตรวจร่างกาย กดหาจุดเจ็บตรงส้นเท้าด้านใน และทดสอบด้วยการกระดกนิ้วหัวแม่เท้าขึ้นซึ่งจะทำให้เอ็นตึงและเจ็บมากขึ้น

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound) ใช้ในรายที่อาการไม่ชัด หรือปวดเรื้อรังเกิน 3 เดือนแล้วยังไม่ดีขึ้น จะเห็นแผ่นเอ็นหนาตัวผิดปกติ เป็นเครื่องมือที่ปลอดภัย ไม่มีรังสี และทำได้ในคลินิก

  • เอกซเรย์ ใช้เมื่อต้องการแยกโรคอื่น เช่น กระดูกส้นเท้าร้าว

  • เอ็มอาร์ไอ (MRI) ใช้น้อยมาก เฉพาะรายที่ซับซ้อนหรือสงสัยโรคอื่น

――――――――――――――――――――――――

แนวทางการรักษา จากเบาไปหนัก

ข่าวดีคือ ภาวะนี้ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ที่ทำเองได้ที่บ้าน การดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ และยังเป็นการดูแลร่างกายไว้เพื่อคนที่คุณรักด้วยครับ

คุณสมศรีเองพอเข้าใจวิธียืดเอ็นที่ถูกต้องและปรับการใช้งานเท้า ก็เริ่มกลับไปเดินตลาดเช้าได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องผ่าตัดเลย

[1] ยืดเอ็น เป็นหัวใจของการรักษา ทั้งการยืดแผ่นเอ็นใต้ฝ่าเท้าโดยตรงและยืดน่องกับเอ็นร้อยหวาย เป็นวิธีที่มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนที่สุด

[2] ประคบเย็นบริเวณส้นเท้าหลังใช้งาน และพักการใช้งานที่หนักเกินไป

[3] ใช้แผ่นรองส้นเท้าหรืออุ้งเท้า และเลือกรองเท้าที่รองรับแรงกระแทกได้ดี

[4] ยาแก้ปวดลดการอักเสบช่วยบรรเทาอาการในช่วงที่ปวดมาก

[5] ในรายที่รักษาด้วยวิธีข้างต้นเต็มที่แล้วยังไม่ดีขึ้น มีทางเลือกเพิ่มเติม เช่น การฉีดยาภายใต้อัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection) เพื่อให้ยาเข้าตรงตำแหน่ง การรักษาด้วยคลื่นกระแทก หรือในรายที่เรื้อรังมากจริง ๆ จึงพิจารณาผ่าตัด ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้าย

――――――――――――――――――――――――

จะหายไหม นานแค่ไหน

โดยทั่วไปภาวะนี้มักดีขึ้นได้เอง ราว 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยอาการดีขึ้นภายใน 12 เดือนเมื่อได้รับการดูแลที่เหมาะสม และส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

แต่ก็มีความจริงอีกด้านที่ควรรู้ คือถ้าปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ดูแล อาการอาจกลายเป็นเรื้อรังและลากยาวได้ มีรายงานว่าผู้ป่วยบางส่วนยังมีอาการอยู่แม้ผ่านไปหลายปี ยิ่งเริ่มดูแลเร็วเท่าไร โอกาสหายเร็วก็มากขึ้นเท่านั้นครับ

――――――――――――――――――――――――

ถ้าไม่รักษาจะเป็นอย่างไร

เมื่อเจ็บส้นเท้าเรื้อรัง หลายคนจะเปลี่ยนท่าเดินไปลงน้ำหนักผิดตำแหน่งโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดตามมาที่เข่า สะโพก หรือหลังได้ นอกจากนี้อาการที่เรื้อรังยังทำให้กิจวัตรประจำวัน เช่น การเดิน ออกกำลังกาย หรือทำงาน ทำได้ยากลำบากขึ้น และใช้เวลารักษานานกว่าเดิม

――――――――――――――――――――――――

วิธีป้องกัน

[1] ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ เพื่อลดแรงกดที่ส้นเท้า

[2] ยืดน่องและเอ็นใต้ฝ่าเท้าเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนเริ่มกิจกรรม

[3] เลือกรองเท้าที่รองรับอุ้งเท้าและรับแรงกระแทกดี หลีกเลี่ยงรองเท้าพื้นแข็งบางหรือส้นสูงตลอดวัน

[4] ค่อย ๆ เพิ่มการออกกำลังกาย ไม่หักโหมเพิ่มทันที

[5] หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินบนพื้นแข็งติดต่อกันนาน ๆ พักเป็นระยะ

――――――――――――――――――――――――

คำถามที่พบบ่อย

ถาม ปวดส้นเท้าแบบนี้ต้องผ่าตัดไหม

ตอบ ส่วนใหญ่ไม่ต้องครับ ผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นด้วยการยืดเอ็น ปรับรองเท้า และดูแลที่บ้าน การผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้ายในรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นเต็มที่แล้วยังไม่ดีขึ้น

ถาม เดือยส้นเท้าที่เห็นในเอกซเรย์ คือสาเหตุของอาการปวดหรือเปล่า

ตอบ ไม่จำเป็นเสมอไปครับ หลายคนมีเดือยส้นเท้าแต่ไม่มีอาการปวด และหลายคนปวดมากแต่ไม่มีเดือย เดือยส้นเท้าจึงไม่ได้เป็นตัวบอกความรุนแรงของโรค

ถาม ทำไมยิ่งพักยิ่งเจ็บตอนลุกเดิน

ตอบ เพราะตอนพักนิ่ง ๆ เอ็นจะหดตัว พอลุกเดินน้ำหนักจะดึงเอ็นที่หดให้ยืดออกทันที จึงเจ็บมากในก้าวแรก พอเดินอุ่นเครื่องสักพักอาการจะทุเลาลง

ถาม ควรหยุดเดินหรือหยุดออกกำลังกายเลยไหม

ตอบ ไม่จำเป็นต้องหยุดทั้งหมดครับ แต่ควรลดกิจกรรมที่ลงน้ำหนักหนัก ๆ ลงชั่วคราว และเน้นการยืดเอ็นควบคู่ไปด้วย

ถาม อาการแบบไหนที่ควรรีบมาพบแพทย์

ตอบ ถ้าปวดมากจนเดินไม่ได้ ปวดร่วมกับชาหรืออ่อนแรง มีไข้ บวมแดง หรือปวดเรื้อรังเกิน 2-3 เดือนแล้วดูแลเองยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจครับ

――――――――――――――――――――――――

สรุปสิ่งที่ควรจำ

[1] อาการเด่นคือเจ็บส้นเท้าก้าวแรกตอนเช้า เดินไปสักพักดีขึ้น เป็นเบาะแสสำคัญของพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ

[2] ภาวะนี้เกิดจากการเสื่อมและบาดเจ็บสะสมของเอ็น มากกว่าการอักเสบแบบทั่วไป

[3] น้ำหนักตัวมาก ยืนนาน และน่องตึง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ปรับได้

[4] หัวใจของการรักษาคือการยืดเอ็นอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

[5] ยิ่งดูแลเร็ว โอกาสหายเร็วยิ่งมาก อย่าปล่อยให้อาการเล็ก ๆ กลายเป็นเรื้อรัง

อาการปวดส้นเท้าไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนอยู่คนเดียว คนจำนวนมากก็เจอภาวะเดียวกันนี้ และดูแลตัวเองให้กลับมาเดินได้สบายอีกครั้ง การดูแลส้นเท้าให้แข็งแรงตั้งแต่วันนี้ คือการรักษาอิสระในการใช้ชีวิตเพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรักครับ

――――――――――――――――――――――――

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

――――――――――――――――――――――――

#ปวดส้นเท้า #พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ #ปวดส้นเท้าตอนเช้า #รองช้ำ #ปวดเท้า #ยืดเอ็น #สุขภาพเท้า #ผู้สูงอายุ #ปวดส้นเท้าเรื้อรัง #รักษาไม่ต้องผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #PlantarFasciitis #HeelPain #FootHealth