
ตื่นเช้ามา "ก้าวแรกเหมือนเหยียบตะปู" สัญญาณเตือนโรคฮิต ที่คนวัยทำงานและผู้สูงอายุต้องเจอ
"หมอคะ ทุกเช้าที่ตื่นนอน พอก้าวเท้าลงจากเตียงก้าวแรก มันเจ็บจี๊ดที่ส้นเท้าเหมือนมีใครเอาตะปูมาตอกไว้เลยค่ะ ต้องเดินกะเผลกๆ ไปเข้าห้องน้ำ พอเดินไปสักพักก็ดีขึ้น แต่ตกเย็นกลับบ้านมาก็ปวดอีกแล้ว ทรมานเหลือเกิน"
นี่คือคำบอกเล่าของคุณสมศรี (นามสมมติ) หญิงวัย 45 ปี อาชีพพนักงานขายที่ต้องยืนและเดินเกือบทั้งวัน เธอทนเจ็บแบบนี้มาเกือบ 3 เดือน เปลี่ยนรองเท้าก็แล้ว นวดก็แล้ว แต่อาการ "เจ็บแปล๊บ" ที่ส้นเท้าก็ยังตามมาหลอกหลอนทุกเช้า
อาการที่คุณสมศรีเป็น เขาเรียกว่า "โรครองช้ำ" หรือชื่อทางการแพทย์คือ "เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ" ครับ เป็นโรคยอดฮิตที่หมอกระดูกเจอบ่อยที่สุดโรคหนึ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ต้องยืนนานๆ และผู้สูงอายุ
หลายคนเข้าใจผิดว่ามีกระดูกงอกทิ่มเนื้อ หรือคิดว่าเป็นเรื่องปกติของความแก่ เดี๋ยวก็หายเอง แต่ความจริงแล้ว ถ้าปล่อยไว้นานๆ อาจส่งผลต่อการเดินและโครงสร้างร่างกายระยะยาวได้ครับ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือก ตั้งแต่สาเหตุ ยันวิธีรักษาให้หายขาดครับ
ก่อนจะรู้ว่าเป็นโรคยังไง เราต้องมารู้จักพระเอกของเราก่อนครับ นั่นคือ "พังผืดใต้ฝ่าเท้า" (Plantar Fascia)
ลองจินตนาการว่าฝ่าเท้าเราเหมือนคันธนูครับ โดยมีพังผืดหนาๆ แผ่นหนึ่ง ขึงตึงจากส้นเท้าไปจนถึงนิ้วเท้า พังผืดตัวนี้ทำหน้าที่เหมือน "สปริง" หรือ "โช้คอัพ" คอยรับแรงกระแทกเวลาเราเดิน ยืน หรือวิ่ง และช่วยยกอุ้งเท้าให้สูงขึ้น
แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานมันหนักเกินไป เจ้าโช้คอัพตัวนี้จะเริ่มเสื่อมสภาพ เส้นใยที่เคยเหนียวแน่นเริ่มมีการฉีกขาดเล็กๆ ระดับไมโคร (Micro-tears) ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายซ่อมแซมไม่ทัน จนเกิดพังผืดหนาตัวขึ้น ไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม และเกิดการอักเสบเจ็บปวดในที่สุดครับ
โรคนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจนมากครับ ลองเช็กดูว่าตรงกับข้อไหนบ้าง
เจ็บก้าวแรกของวัน (First step pain): นี่คืออาการที่ Classic ที่สุด ตื่นนอนตอนเช้า ก้าวเท้าลงพื้นปุ๊บ เจ็บจี๊ดที่ส้นเท้าปั๊บ
เจ็บหลังจากนั่งพักนานๆ: พอลุกเดินก้าวแรกๆ จะเจ็บ แล้วค่อยๆ ทุเลาลงเมื่อเดินไปสักพัก (เหมือนเครื่องยนต์เริ่มร้อน)
ปวดมาใหม่อีกทีตอนเย็น: หลังจากใช้งานเท้ามาทั้งวัน ตกเย็นอาการปวดจะกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
จุดกดเจ็บ: มักจะเจ็บจุดเดียว คือตรงปุ่มกระดูกส้นเท้าด้านใน (ตำแหน่งที่เอ็นฝ่าเท้าเกาะ)
เมื่อมาหาหมอ หมอจะตรวจร่างกายโดยการกดจุดเจ็บที่ส้นเท้า และดัดนิ้วเท้าขึ้นดูว่าปวดตึงไหม ซึ่งส่วนใหญ่วินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายครับ
การเอกซเรย์ (X-ray): คนไข้กว่า 50% พอเอกซเรย์แล้วจะเจอ "กระดูกงอก" แหลมๆ ที่ส้นเท้า (Heel Spur) ทำให้ตกใจกลัว แต่หมอจะบอกความจริงให้ครับว่า "กระดูกงอกส่วนใหญ่ไม่ใช่สาเหตุของความปวด" ครับ
มีคนจำนวนมากที่มีกระดูกงอกแต่ไม่ปวดเลย ดังนั้น กระดูกงอกเป็นเพียงหลักฐานว่ามีการดึงรั้งของเอ็นบริเวณนั้นมานาน ไม่ใช่ตัวการร้ายที่เอาไปทิ่มเนื้อเราอย่างที่เข้าใจกันครับ
อัลตราซาวนด์ (Ultrasound): ในรายที่ไม่แน่ใจ หรือรักษาไม่หาย หมอจะใช้อัลตราซาวนด์ตรวจดูความหนาของพังผืดฝ่าเท้า ปกติมันจะหนาไม่เกิน 4 มิลลิเมตร แต่ในคนที่เป็นโรคนี้ อาจหนาบวมไปถึง 6-8 มิลลิเมตร และเห็นร่องรอยการฉีกขาดหรือบวมน้ำได้ชัดเจนครับ
น้ำหนักตัวเกิน: ยิ่งหนักมาก โช้คอัพที่เท้าก็ยิ่งรับภาระหนัก เหมือนรถบรรทุกของเกินพิกัด
โครงสร้างเท้า: คนที่มี "เท้าแบน" หรือ "อุ้งเท้าสูง" เกินไป จะทำให้การรับน้ำหนักผิดปกติ
กล้ามเนื้อน่องตึง: อันนี้สำคัญมากและคนมักมองข้าม ถ้าน่องตึง มันจะไปดึงรั้งเอ็นร้อยหวายและส่งผลต่อเนืองไปถึงพังผืดฝ่าเท้าครับ
รองเท้า: รองเท้าพื้นแข็ง พื้นบางแบนราบ (เช่น รองเท้าแตะคีบ) หรือรองเท้าที่ไม่มีตัวรองรับอุ้งเท้า
การใช้งาน: ยืนนาน เดินนาน หรือวิ่งบนพื้นแข็งๆ เป็นประจำ
ข่าวดีคือ โรครองช้ำส่วนใหญ่ หายเองได้ แต่ต้องใช้เวลาและความอดทนสูงมาก (อาจนาน 6-12 เดือน) โดยมีขั้นตอนการรักษาจากเบาไปหาหนักดังนี้ครับ
1. การปรับพฤติกรรม (หัวใจสำคัญ)
ลดน้ำหนัก: เป็นการแก้ที่ต้นเหตุที่ดีที่สุด ลดน้ำหนักลงได้ แรงกระแทกที่เท้าก็ลดลงทันที
เลือกรองเท้า: เปลี่ยนมาใส่รองเท้าที่มีส้นนุ่ม มีความหนา และมีส่วนนูนรับอุ้งเท้า (Arch Support) หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าในบ้าน ให้หารองเท้าแตะนุ่มๆ (Sandal) ใส่เดินในบ้านแทน
แผ่นรองส้นเท้า: การใช้แผ่นซิลิโคนรองส้นเท้า ช่วยลดแรงกระแทกได้บ้าง แต่ต้องใช้คู่กับการยืดกล้ามเนื้อเสมอ
2. การบริหารยืดกล้ามเนื้อ (ยาขนานเอก)
หมอย้ำเลยว่า "ถ้ายืดไม่ถึง ก็หายยาก" การกินยาแค่ช่วยบรรเทา แต่การยืดคือการรักษาครับ ต้องทำทุกวัน วันละหลายรอบ
ท่ายืดน่อง (Calf Stretch): ยืนหันหน้าเข้ากำแพง ก้าวขาข้างที่เจ็บไปด้านหลัง ส้นเท้าติดพื้น ขาหน้าย่อลง โน้มตัวไปข้างหน้าจนรู้สึกตึงที่น่องขาหลัง ค้างไว้ 15-30 วินาที ทำ 10 ครั้ง (เช้า-เย็น)
ท่ายืดฝ่าเท้า (Plantar Stretch): นั่งไขว่ห้าง ใช้มือจับนิ้วเท้าข้างที่เจ็บ ดัดเข้าหาหน้าแข้งจนรู้สึกตึงที่ฝ่าเท้า ค้างไว้ 20 วินาที โดยเฉพาะ "ก่อนก้าวเท้าลงจากเตียงตอนเช้า" ให้ทำท่านี้ก่อนเลย จะช่วยลดอาการเจ็บก้าวแรกได้ดีมากครับ
3. การใช้ยา
ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) ช่วยลดปวดได้ในช่วงที่มีการอักเสบเฉียบพลัน แต่ไม่ควรกินต่อเนื่องยาวนาน เพราะมีผลข้างเคียงต่อกระเพาะและไต และไม่ได้ช่วยให้เนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพกลับมาดีขึ้นครับ
4. เทคโนโลยีและการฉีดยา (เมื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล)
คลื่นกระแทก (Shockwave Therapy): เป็นการยิงคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการซ่อมแซมตัวเอง ได้ผลดีมากในรายที่เป็นเรื้อรัง ดีกว่าการกินยาครับ
การฉีดสเตียรอยด์: หมอจะใช้ด้วยความระมัดระวังมาก และมักจะใช้ ultrasound นำวิถีเพื่อความแม่นยำ เพราะแม้จะหายปวดเร็ว แต่ถ้าฉีดบ่อยเกินไปหรือฉีดผิดตำแหน่ง อาจทำให้ไขมันใต้ส้นเท้าฝ่อตัว (เดินแล้วเจ็บกว่าเดิมเพราะไม่มีเบาะรอง) หรือทำให้เอ็นฝ่าเท้าขาดได้
การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP): เป็นทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัย โดยใช้เลือดตัวเองมาปั่นแยกเกล็ดเลือดแล้วฉีดกลับเข้าไปเพื่อซ่อมแซมเส้นเอ็น อาจเห็นผลช้ากว่าสเตียรอยด์แต่ยั่งยืนกว่าและไม่มีผลข้างเคียงเรื่องเอ็นขาด
โรครองช้ำ เป็นโรคที่ "ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก" ครับ คือต้องตื๊อในการยืดเหยียดและดูแลตัวเอง อาการมักจะเป็นๆ หายๆ ได้ถ้าย้อนกลับไปทำพฤติกรรมเดิม (เช่น น้ำหนักขึ้น หรือกลับไปใส่รองเท้าพื้นแข็ง)
แต่ถ้าเราดูแลโครงสร้างเท้าดี ยืดเหยียดสม่ำเสมอ จนพังผืดมีความยืดหยุ่นดี อาการปวดก็จะหายไปจนแทบจำไม่ได้ว่าเคยเป็นครับ
อาการเจ็บส้นเท้าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ควรมองข้าม และการกินยาแก้ปวดเป็นกำมือไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องครับ การรักษาโรครองช้ำต้องเริ่มที่ความเข้าใจ ปรับรองเท้า ลดน้ำหนัก และที่สำคัญที่สุดคือ "การยืดกล้ามเนื้อน่องและฝ่าเท้า" อย่างสม่ำเสมอ
หากดูแลตัวเองเบื้องต้น 1-2 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น หรือปวดจนรบกวนชีวิตประจำวัน ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูโครงสร้างเท้าอย่างละเอียด และวางแผนการรักษาด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมครับ
ขอให้ทุกท่านตื่นเช้ามาด้วยก้าวที่มั่นคง และมีความสุขในทุกย่างก้าวครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#รองช้ำ #ปวดส้นเท้า #เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ #PlantarFasciitis #หมอเก่งกระดูกและข้อ #เจ็บเท้าตอนเช้า #กายภาพบำบัดเท้า #Shockwave #PRPข้อเท้า #ปวดเท้าเรื้อรัง
Trojian T, Tucker AK. Plantar Fasciitis. Am Fam Physician. 2019;99(12):744-750.
Morrissey D, Cotchett M, Said J'Bari A, et al. Management of plantar heel pain: a best practice guide informed by a systematic review, expert clinical reasoning and patient values. Br J Sports Med. 2021;55(19):1106-1118.
Schuitema D, Greve C, Postuma A, et al. Effectiveness of Mechanical Treatment for Plantar Fasciitis: A Systematic Review. J Sport Rehabil. 2020;29(5):657-674.
Latt LD, Jaffe DE, Tang Y, Taljanovic MS. Evaluation and Treatment of Chronic Plantar Fasciitis. Foot Ankle Orthop. 2020;5(1):2473011419896763.
He C, Ma X. Effectiveness of Stretching Therapy in Patients with Plantar Fasciitis: A Systematic Review and Meta-Analysis. Front Physiol. 2023;14:1268305.