เอ็กซ์เรย์ปกติ แต่กระดูกข้อมือหัก

สองประโยคนี้ไม่ได้ขัดแย้งกัน มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คุณคิด และเป็นสาเหตุที่คนจำนวนมากปล่อยให้อาการลุกลามจนยากเกินรักษาโดยไม่รู้ตัว


ล้มแล้วปวดข้อมือ อย่าเพิ่งดีใจที่เอ็กซ์เรย์ไม่พบอะไร


ผู้ชายวัย 24 ปีคนหนึ่งมาพบผมด้วยอาการปวดข้อมือข้างขวาที่ไม่ยอมหาย

เขาเล่าว่าล้มตอนเล่นบาสเกตบอลเมื่อสองเดือนก่อน มือยันพื้น ปวดนิดหน่อย แต่ถ่ายเอ็กซ์เรย์แล้วหมอบอกว่าปกติ เขาดีใจ ผูกผ้าพันข้อมือแล้วกลับไปเล่นต่อ

สองเดือนผ่านไป ปวดไม่หาย ข้อมือแข็ง จับลูกบอลแล้วเจ็บ ถึงค่อยมาพบผม

เมื่อกดตรงร่องเล็ก ๆ ระหว่างกระดูกข้อมือด้านหัวแม่มือ เขาเจ็บทันที ผมส่งเอ็มอาร์ไอ พบว่ากระดูกสแคฟฟอยด์ (Scaphoid) หัก และเริ่มมีปัญหาการขาดเลือดไปเลี้ยงกระดูกแล้ว

สองเดือนที่ผ่านมา เขาไม่รู้เลยว่ากระดูกหัก เพราะเอ็กซ์เรย์ปกติ

อาการแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

กระดูกสแคฟฟอยด์เป็นกระดูกเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงฐานของนิ้วหัวแม่มือ เป็นกระดูกข้อมือที่หักบ่อยที่สุด คิดเป็นเกือบสองในสามของกระดูกข้อมือที่หักทั้งหมด

ปัญหาคือรูปร่างและตำแหน่งของมัน ทำให้ภาพเอ็กซ์เรย์ธรรมดามองไม่เห็นรอยแตกในช่วงแรก บางครั้งต้องรอ 6 สัปดาห์ให้รอยหักชัดขึ้นก่อนถึงจะเห็นบนฟิล์ม

และยิ่งไปกว่านั้น เส้นเลือดที่เลี้ยงกระดูกชิ้นนี้มีทิศทางพิเศษมาก เลือดไหลเข้าจากปลายล่างขึ้นไปหาด้านบน ซึ่งหมายความว่าถ้ากระดูกหักตรงกลาง เส้นเลือดที่เลี้ยงชิ้นบนจะถูกตัดขาด และกระดูกส่วนนั้นอาจตายได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาทัน

ทำไมถึงพลาดบ่อย?

ลองนึกภาพดูนะครับ คุณล้มแล้วปวดข้อมือนิดหน่อย ถ่ายเอ็กซ์เรย์แล้วหมอบอกไม่มีอะไร คุณก็คิดว่าแค่ข้อมือแพลง รอให้หายเอง

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนจำนวนมาก เพราะอาการของกระดูกสแคฟฟอยด์หักในช่วงแรกมักดูไม่น่ากลัว ไม่บวม ไม่ผิดรูป ปวดแค่พอทน แต่ข้างในกระดูกกำลังขาดเลือดอยู่เงียบ ๆ

สัญญาณที่ต้องสงสัยก่อนเลย

ถ้าคุณหรือคนที่รู้จักล้มแล้วมืองัดพื้น และมีอาการดังนี้ ควรพบแพทย์ก่อนเสมอ

• ปวดลึก ๆ บริเวณร่องเล็ก ๆ ด้านหัวแม่มือ (ส่วนที่เรียกว่า "กล่องยาสูบกายวิภาค") — นี่คือสัญญาณที่ไวที่สุด

• ปวดเมื่อโน้มข้อมือไปทางนิ้วก้อย

• จับหรือบีบของแล้วเจ็บ

• ปวดเมื่อกดปลายนิ้วหัวแม่มือตรง ๆ เข้าหาข้อมือ

อาการเหล่านี้ไม่ได้ดูน่าตกใจ แต่ตรงจุดนี้แหละที่สำคัญมาก เพราะแม้เอ็กซ์เรย์จะปกติ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไร

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง

• วัยหนุ่มสาว อายุ 15–30 ปีพบบ่อยที่สุด

• เล่นกีฬาที่ต้องรับแรงกระแทก เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล จักรยาน

• อุบัติเหตุ ล้มแล้วมือยันพื้น

• ขับรถแล้วแอร์แบ็กถุงลมนิรภัยกางออก

• ทำงานที่ต้องยกของหนักหรือใช้เครื่องมือแรงสั่นสะเทือน

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร?

ขั้นแรก แพทย์จะซักประวัติว่าเกิดอะไรขึ้น และกดตรวจที่ข้อมือจุดต่าง ๆ โดยเฉพาะร่องเล็ก ๆ ข้างหัวแม่มือ

จากนั้นอาจถ่ายเอ็กซ์เรย์หลายท่า รวมถึงท่าพิเศษที่เปิดมุมมองกระดูกสแคฟฟอยด์โดยเฉพาะ

แต่ถ้าเอ็กซ์เรย์ปกติแล้วยังสงสัย แพทย์มักส่ง เอ็มอาร์ไอ (MRI) ซึ่งตรวจพบรอยหักได้แม้ในวันแรก ๆ ด้วยความแม่นยำสูงมาก หรือในบางกรณีอาจใช้ เครื่องซีทีสแกน (CT scan) ซึ่งก็ให้ข้อมูลที่ดีเช่นกัน

การรีบส่งตรวจภายใน 3 วันแรกช่วยให้วางแผนรักษาได้ถูกต้องและทันเวลา

แนวทางการรักษา

ตัวเลือกขึ้นอยู่กับว่ากระดูกหักรุนแรงแค่ไหน และรอมานานแค่ไหนแล้ว

สำหรับกระดูกหักเล็กน้อยที่ไม่เคลื่อน ถ้าวินิจฉัยได้ทัน อาจรักษาด้วยการเข้าเฝือกนาน 10–12 สัปดาห์ ซึ่งได้ผลดีในคนที่ไม่ต้องรีบกลับไปทำงานหรือเล่นกีฬา

อีกตัวเลือกคือการใส่สกรูขนาดเล็กผ่านผิวหนัง ซึ่งทำให้กลับไปทำงานและเล่นกีฬาได้เร็วกว่า เหมาะสำหรับคนทำงานหนักหรือนักกีฬา งานวิจัยพบว่าผลลัพธ์ระยะยาวใกล้เคียงกัน แต่ผู้ที่ใส่สกรูกลับมาใช้ข้อมือได้เร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับกระดูกหักที่มีการเคลื่อน หรือกระดูกที่ไม่ติดหลังจากรอนานเกินไป การผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง — แพทย์จะใส่กระดูกปลูกถ่ายจากส่วนอื่นของร่างกาย ร่วมกับสกรูยึดให้แน่น และในกรณีที่กระดูกเริ่มขาดเลือด จำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษที่นำเส้นเลือดเล็ก ๆ มาเลี้ยงกระดูกด้วย

พยากรณ์โรค — รักษาได้ไหม?

ถ้าวินิจฉัยและรักษาได้ทัน กระดูกมีโอกาสติดและกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติ

แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน หรือกระดูกเริ่มขาดเลือด โอกาสสำเร็จลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการรักษาจะยุ่งยากขึ้นมาก ใช้เวลานานขึ้น และผลลัพธ์ก็อาจไม่สมบูรณ์เหมือนกับที่ตรวจพบในระยะแรก

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเวลาจึงสำคัญมากในโรคนี้

ถ้าไม่รักษา อาจเกิดอะไรขึ้น?

• กระดูกไม่ติด (non-union) — ข้อมืออ่อนแรง ปวดเรื้อรัง

• กระดูกตาย (avascular necrosis) เพราะขาดเลือดไปเลี้ยง

• ข้อมือเสื่อมและผิดรูปในระยะยาว ทำให้ขยับข้อมือได้น้อยลงถาวร

• อาจต้องผ่าตัดใหญ่มากกว่าเดิมหลายเท่า หรือในบางกรณีที่รุนแรงอาจต้องเชื่อมข้อมือ

วิธีดูแลตัวเองและป้องกัน

• ถ้าล้มแล้วปวดข้อมือ อย่ารอให้หายเอง — พบแพทย์เพื่อตรวจ

• เล่นกีฬาที่เสี่ยงล้ม ใส่อุปกรณ์ป้องกันข้อมือ

• ถ้าเอ็กซ์เรย์ปกติแต่ยังปวด ขอพบผู้เชี่ยวชาญหรือถามถึงเอ็มอาร์ไอ

• อย่าฝืนใช้ข้อมือหนักถ้ายังไม่หายปวด

• ทำกายภาพบำบัดให้ครบตามที่แพทย์แนะนำหลังการรักษา

คำถามที่คนมักสงสัย

ถาม: ปวดข้อมือหลังล้ม แต่เอ็กซ์เรย์ปกติ ต้องกังวลไหม?

ตอบ: ควรระวังครับ เพราะกระดูกสแคฟฟอยด์เป็นกระดูกที่เอ็กซ์เรย์มองไม่เห็นได้บ่อยในช่วงแรก ถ้ายังปวดอยู่หลังจาก 1–2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์อีกครั้งเพื่อขอตรวจด้วยเอ็มอาร์ไอหรือซีทีสแกน

ถาม: กระดูกสแคฟฟอยด์หักต้องผ่าตัดเสมอไหม?

ตอบ: ไม่เสมอไปครับ กระดูกหักเล็กน้อยที่ไม่เคลื่อนอาจรักษาด้วยเฝือกได้ แต่ถ้ากระดูกเคลื่อน ไม่ติด หรือมีปัญหาขาดเลือด การผ่าตัดเป็นสิ่งจำเป็นและถูกต้องในทางการแพทย์

ถาม: ใส่เฝือกนานแค่ไหน?

ตอบ: โดยทั่วไปประมาณ 10–12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของรอยหัก และต้องติดตามผลด้วยการถ่ายภาพเป็นระยะ

ถาม: ถ้าปล่อยทิ้งไว้แล้วกระดูกไม่ติด ยังรักษาได้ไหม?

ตอบ: รักษาได้ครับ แต่ยากและซับซ้อนกว่ามาก อาจต้องใช้กระดูกปลูกถ่ายร่วมกับสกรู หรือในกรณีที่กระดูกขาดเลือดด้วยต้องใช้เทคนิคการนำเส้นเลือดมาเลี้ยงกระดูก ผลลัพธ์ดีกว่าไม่รักษา แต่อาจไม่สมบูรณ์เท่ากับที่ตรวจพบตั้งแต่ต้น

ถาม: กลับไปเล่นกีฬาได้เมื่อไหร่?

ตอบ: ขึ้นอยู่กับวิธีรักษาครับ ถ้าใส่สกรู บางคนกลับไปได้ภายใน 6–8 สัปดาห์ ถ้าใส่เฝือกอาจนานถึง 3 เดือน ต้องรอให้แพทย์ยืนยันว่ากระดูกติดดีก่อน

แล้วคุณล่ะครับ เคยล้มแล้วปวดข้อมืออยู่นานโดยที่เอ็กซ์เรย์ปกติไหม? คอมเมนต์เล่าให้ฟังได้เลย

สรุปสิ่งที่ควรจำ

• กระดูกสแคฟฟอยด์หักพบบ่อยในคนอายุน้อยที่ล้มแล้วมือยันพื้น

• เอ็กซ์เรย์ปกติไม่ได้แปลว่าไม่มีกระดูกหัก — อาจต้องใช้เอ็มอาร์ไอหรือซีทีสแกน

• อาการสำคัญคือปวดลึก ๆ ตรงร่องข้างหัวแม่มือ หลังล้มมือยันพื้น

• ยิ่งวินิจฉัยเร็ว โอกาสรักษาหายโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ก็มากขึ้น

• ถ้ามีข้อบ่งชี้ผ่าตัด — ผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกระดูกสแคฟฟอยด์หัก ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666


💬Line หมอเก่ง