
ยกของหนักครั้งเดียว แล้วปวดหลังหนักมาก — หลายคนคิดว่าต้องนอนพักอยู่กับบ้านหลายวัน แต่หมอกระดูกและข้อบอกว่า นั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้หายช้าที่สุด
ลุงวัย 52 ปี ทำงานโกดังสินค้ามาตลอด 20 ปี ทุกวันยกกล่องหนักเป็นกิจวัตร ร่างกายแข็งแรง ไม่เคยมีปัญหาใหญ่
จนวันหนึ่ง เขาโน้มตัวยกกล่องที่มุมไม่สะดวก แล้วได้ยินเสียง "ป๊อก" เบา ๆ ที่หลัง ปวดทันทีจนยืนตรงแทบไม่ได้ ต้องให้เพื่อนพยุงออกไป
สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือ "หมอจะบอกให้ผ่าตัด" เลยเลือกนอนพักอยู่บ้าน กินยาแก้ปวดจากร้านขายยา รอให้หายเอง
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป อาการไม่ดีขึ้น และเริ่มมีอาการชาร้าวลงขา จนวันที่ตัดสินใจมาพบผม เขาบอกว่า "อดทนมานานแล้ว ไม่ไหวแล้ว"
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ความกลัวการผ่าตัดทำให้คนจำนวนมากรักษาช้ากว่าที่ควร ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเลย
ในกระดูกสันหลังของเรามีหมอนรองกระดูก ทำหน้าที่เหมือน "เบาะรองแรง" ระหว่างกระดูกแต่ละชิ้น ข้างในเต็มไปด้วยสารคล้ายเจลอ่อนนุ่ม ห่อหุ้มด้วยชั้นเส้นใยรอบนอกที่แข็งแกร่ง
เวลาที่เราโน้มตัวยกของหนัก โดยเฉพาะเมื่อหลังงอและบิดพร้อมกัน แรงกดมหาศาลจะถูกส่งมาที่หมอนรองกระดูกชิ้นนั้น ทำให้สารเจลด้านในถูกดันไปด้านหลัง ถ้าชั้นเส้นใยรอบนอกยืดรับแรงไม่ไหว จะเกิดรอยฉีกขาด หรือที่เรียกว่า "หมอนรองกระดูกปลิ้น"
บริเวณด้านหลังของกระดูกสันหลัง มีเส้นประสาทวิ่งผ่านอยู่พอดี หากหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาท จะทำให้ปวดร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรงที่ขาได้
ที่สำคัญคือ ไม่ใช่ทุกคนที่ยกของแล้วปวดหลังจะมีหมอนรองกระดูกปลิ้น บางรายอาจเป็นเพียงกล้ามเนื้อหลังอักเสบหรือเอ็นยึดข้อยืดเกิน ซึ่งหายได้เองภายใน 2-6 สัปดาห์โดยไม่ต้องผ่าตัด
อาการปวดหลังจากการยกของหนักเกิดได้จากหลายสาเหตุ
ที่พบบ่อยที่สุดคือกล้ามเนื้อหลังอักเสบหรือเอ็นยืดเกิน ซึ่งมักหายได้เองใน 2-6 สัปดาห์ รองลงมาคือหมอนรองกระดูกปลิ้น ที่มักมีอาการปวดร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรงที่ขาร่วมด้วย และในบางรายอาจเป็นโรคข้อเสื่อมที่กระดูกสันหลัง ซึ่งสะสมมาระยะหนึ่งแล้วมีอาการชัดขึ้นจากการยกของหนัก
สัญญาณที่ต้องพบแพทย์โดยเร็ว ได้แก่ ปวดร้าวลงขา ชาที่ขาหรือเท้า ขาอ่อนแรง หรือมีปัญหาเรื่องการกลั้นปัสสาวะ
• ยกของหนักซ้ำ ๆ เป็นประจำในท่าที่ไม่ถูกต้อง เช่น โน้มตัวยกโดยไม่ย่อเข่า
• อาชีพที่ต้องยกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของหนักเป็นประจำ เช่น พนักงานโกดัง งานก่อสร้าง เกษตรกร
• อายุ 30-50 ปี ช่วงที่หมอนรองกระดูกเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นแต่ยังต้องทำงานหนัก
• น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน เพิ่มแรงกดบนกระดูกสันหลังในทุกท่าทาง
• กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอ่อนแอ ไม่สามารถรองรับแรงกดแทนกระดูกสันหลังได้เต็มที่
แพทย์เริ่มจากการซักประวัติ ถามว่าปวดเมื่อไหร่ อะไรทำให้ปวดมากขึ้นหรือน้อยลง และที่สำคัญคือมีอาการชาหรืออ่อนแรงที่ขาหรือไม่
จากนั้นตรวจร่างกาย ดูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา รีเฟล็กซ์ และทดสอบท่า "ยกขาตรง" เพื่อประเมินว่ามีการกดทับเส้นประสาทหรือไม่ เอกซเรย์ช่วยดูโครงสร้างกระดูก ส่วนเอ็มอาร์ไอ (MRI) ให้ภาพชัดเจนในกรณีสงสัยหมอนรองกระดูกปลิ้น หรือเมื่ออาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาตามปกติ 4-6 สัปดาห์ อัลตราซาวด์ใช้ประเมินกล้ามเนื้อและเอ็น รวมถึงช่วยนำทางการฉีดยาให้แม่นยำขึ้น
สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่อยากทำเมื่อปวดหลังคือ "นอนพักนิ่ง ๆ" แต่การพักนานเกินไปทำให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรงลง และทำให้หายช้ากว่าปกติ
สิ่งที่ทำได้เองในช่วงแรก ได้แก่ ขยับตัวเบา ๆ ตามสะดวก ไม่จำเป็นต้องนอนนิ่ง ประคบเย็นในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรก แล้วเปลี่ยนเป็นประคบร้อนหลังจากนั้น และยาแก้ปวดลดการอักเสบตามคำแนะนำของแพทย์ หลายรายอาการดีขึ้นใน 2-6 สัปดาห์
ถ้าอาการยังอยู่หรือมีปวดร้าวลงขา กายภาพบำบัดช่วยได้มาก โดยเฉพาะการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวให้แข็งแรงเพื่อรองรับแรงกดแทนหมอนรองกระดูก ในกรณีที่มีการกดทับเส้นประสาทและปวดมาก การฉีดยาเข้าโพรงประสาทไขสันหลัง (เอพิดูรัล) อาจช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการได้
หากมีอาการอ่อนแรงที่ขาอย่างรวดเร็ว กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรืออาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาอนุรักษ์ภายใน 3-6 เดือน การผ่าตัดเพื่อลดการกดทับเส้นประสาทเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและให้ผลดี การวินิจฉัยที่แม่นยำช่วยให้รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องผ่า และเมื่อไหร่รอดูได้
ข่าวดีคือคนส่วนใหญ่ที่ปวดหลังจากการยกของโดยไม่มีอาการทางประสาท มักดีขึ้นเองภายใน 2-6 สัปดาห์ แม้แต่ในกรณีที่มีหมอนรองกระดูกปลิ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการดีขึ้นได้โดยไม่ผ่าตัด และหมอนรองกระดูกบางส่วนสามารถยุบตัวลงได้เองตามธรรมชาติ
อาการอาจกลับมาเป็นซ้ำได้หากกล้ามเนื้อแกนกลางยังอ่อนแอ และยังคงยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นการฟื้นฟูหลังอาการดีขึ้นจึงสำคัญไม่แพ้การรักษาในช่วงเฉียบพลัน
หากมีการกดทับเส้นประสาทแล้วปล่อยทิ้งไว้นาน เส้นประสาทอาจเสียหายถาวร ทำให้มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่ขาแบบถาวรได้ อาการปวดเรื้อรังยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการทำงานในระยะยาว
ภาวะที่ต้องพบแพทย์ฉุกเฉิน คือ กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ซึ่งเป็นสัญญาณของการกดทับเส้นประสาทหางม้า ต้องได้รับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด อย่ารอ
• ย่อเข่าแทนการโน้มหลัง — ยืนให้กว้างพอ ย่อเข่า หยิบของชิดตัว แล้วใช้กำลังขาดันตัวขึ้น ไม่ใช่ดันด้วยหลัง
• หลีกเลี่ยงการบิดลำตัวขณะถือของหนัก — หันตัวทั้งตัวแทน
• เสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อแกนกลาง เช่น Plank และ Bridge ช่วยให้กระดูกสันหลังมีตัวรองรับแรงกด
• รู้จักขีดจำกัดของตัวเอง — ถ้าหนักเกินไป ขอคนช่วยหรือใช้อุปกรณ์
• ยืดกล้ามเนื้อหลังและขาเป็นประจำ เพื่อรักษาความยืดหยุ่นของร่างกาย
ถาม: ยกของแล้วปวดหลังทันที ต้องไปโรงพยาบาลเลยไหม? ตอบ: ถ้าเพียงแต่ปวดหลังและยังเดินได้ ไม่มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่ขา อาจดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ 1-2 วัน แต่ถ้ามีอาการปวดร้าวลงขา ขาอ่อนแรง หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ควรพบแพทย์โดยเร็วโดยไม่รอ
ถาม: กลัวว่าหมอนรองกระดูกปลิ้น จะต้องผ่าตัดไหม? ตอบ: ไม่เสมอไป ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีหมอนรองกระดูกปลิ้นอาการดีขึ้นได้โดยไม่ผ่าตัด การผ่าตัดพิจารณาเฉพาะเมื่ออาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาอนุรักษ์ หรือมีอาการอ่อนแรงที่ขาอย่างชัดเจน
ถาม: ปวดหลังจากยกของ ต้องทำ MRI ทันทีไหม? ตอบ: ในหลายกรณีไม่จำเป็นในทันที แพทย์มักเริ่มจากการตรวจร่างกายและรักษาเบื้องต้นก่อน หาก 4-6 สัปดาห์อาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการประสาท จึงพิจารณาทำ MRI เพิ่มเติม
ถาม: กลับไปยกของหนักได้เมื่อไหร่หลังปวดหลัง? ตอบ: ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง โดยทั่วไปเมื่ออาการดีขึ้น แพทย์จะแนะนำให้ค่อย ๆ กลับมาทำกิจกรรม พร้อมเรียนรู้เทคนิคการยกของที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
ถาม: ประคบร้อนหรือเย็นดีกว่ากันเวลาปวดหลัง? ตอบ: ใน 48-72 ชั่วโมงแรกหลังเกิดอาการใหม่ ประคบเย็นช่วยลดการอักเสบได้ดี หลังจากนั้นประคบร้อนช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกร็ง ทั้งสองแบบช่วยบรรเทาอาการได้ ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของแต่ละคน
แล้วคุณล่ะ เคยปวดหลังจากการยกของหนักบ้างไหม — เล่าให้ฟังในคอมเมนต์ได้เลยครับ
• ปวดหลังจากยกของหนักมีหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่ไม่ใช่หมอนรองกระดูกปลิ้นเสมอไป
• การนอนพักนาน ๆ มักไม่ใช่คำตอบ — การขยับตัวเบา ๆ ตามสะดวกช่วยได้ดีกว่า
• อาการปวดร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรงที่ขา คือสัญญาณที่ต้องพบแพทย์
• ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นได้โดยไม่ผ่าตัด เมื่อได้รับการวินิจฉัยและดูแลที่ถูกต้อง
• การเสริมกล้ามเนื้อแกนกลางและเรียนรู้การยกของที่ถูกต้องช่วยป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการปวดหลังนี้ ผู้คนจำนวนมากผ่านช่วงเวลาแบบเดียวกันและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ปล่อยให้ความกลัวทำให้คุณไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ดูแลตัวเองให้แข็งแรง เพื่อคนที่คุณรักด้วยครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการปวดหลังจากการยกของหนัก ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666