
ผ่าตัดสะโพกเสร็จแล้วรู้สึกขายาวไม่เท่ากัน หลายคนคิดทันทีว่า — นี่ต้องมีอะไรผิดพลาด แต่ความจริงที่น่าแปลกใจคือ บางครั้งนี่คือสิ่งที่หมอทำโดยตั้งใจ เพื่อให้ข้อสะโพกมั่นคงและไม่หลุด
สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้เกี่ยวกับการผ่าตัดสะโพก ก็คือ หมอมักจะตั้งใจทำให้ขาข้างที่ผ่าตัดยาวขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบสะโพกตึงพอดี และป้องกันไม่ให้ข้อสะโพกเทียมหลุดออก
นั่นคือเหตุผลที่หลายคนออกจากโรงพยาบาลมาแล้วรู้สึกว่าขายาวไม่เท่า แต่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเสมอไป สิ่งสำคัญคือต้องแยกให้ออกว่าเป็นแค่ความรู้สึก หรือต่างกันจริง
ก่อนผ่าตัด ป้าเดินไม่ไหว ปวดสะโพกจนนอนไม่หลับมาเกือบปี
จนวันหนึ่งหมอบอกว่าถึงเวลาต้องผ่าตัด ป้าตัดสินใจยากอยู่นาน แต่ก็ยอมทำในที่สุด
หลังผ่าตัดไม่นาน ป้าเริ่มรู้สึกว่าขาข้างที่ผ่าตัดยาวกว่าอีกข้าง เดินแล้วรู้สึกเอียง นอนไม่หลับเพราะกังวล
อธิบายง่ายๆ ว่าขายาวไม่เท่าหลังผ่าตัดเกิดขึ้นได้อย่างไร
ข้อสะโพกเทียมคือการเปลี่ยนส่วนที่เสียหายของข้อสะโพกด้วยวัสดุเทียม เหมือนการเปลี่ยนลูกบอลและถ้วยรองรับใหม่เข้าไปในกระดูกเชิงกราน
เวลาหมอใส่ข้อสะโพกเทียม สิ่งที่ต้องทำให้สมดุลคือความยาวขาทั้งสองข้าง แต่ความยาวขาไม่ใช่แค่เรื่องความยาวกระดูก มันยังขึ้นอยู่กับกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และท่าทางของเชิงกรานด้วย
เหมือนเก้าอี้ที่ขาทั้งสี่ยาวเท่ากัน แต่ถ้าพื้นไม่เรียบ เก้าอี้ก็เอียง ร่างกายคนเราก็คล้ายกัน ถ้ากล้ามเนื้อสะโพกยังตึงหรือเชิงกรานยังไม่ได้ระดับ ก็จะรู้สึกขายาวไม่เท่าแม้กระดูกจะเท่ากันจริงๆ ก็ตาม
บางครั้งหมอต้องเจตนาทำให้ขาข้างผ่าตัดยาวขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบสะโพกตึงพอดี ช่วยยึดข้อสะโพกเทียมให้อยู่ในตำแหน่ง ป้องกันการหลุดออก ซึ่งเป็นสิ่งที่หมอต้องการหลีกเลี่ยงมากที่สุด
ขายาวไม่เท่าแบ่งได้เป็น 2 แบบ
แบบแรก คือ "ต่างจริง" วัดด้วยไม้บรรทัดและภาพเอกซเรย์แล้วขาสองข้างยาวต่างกันจริง ส่วนใหญ่ต่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร ซึ่งร่างกายมักปรับตัวได้เอง
แบบที่สอง คือ "รู้สึกว่าต่าง" วัดแล้วขาเท่ากัน แต่กล้ามเนื้อรอบสะโพกและเชิงกรานยังตึงหรือเอียงอยู่ ทำให้เดินแล้วรู้สึกเหมือนขาไม่เท่า แบบนี้มักค่อยๆ ดีขึ้นเองเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว
จากการศึกษาพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของคนที่ผ่าตัดสะโพกรู้สึกขายาวไม่เท่าในช่วงแรก และส่วนใหญ่กว่า 73% อาการนี้จะดีขึ้นภายใน 1 ปีหลังผ่าตัด
• ขาสองข้างไม่เท่ากันก่อนผ่าตัด ไม่ว่าจะจากข้อเสื่อม กระดูกหัก หรือเป็นมาแต่กำเนิด
• กล้ามเนื้อสะโพกและเชิงกรานอ่อนแรงก่อนผ่าตัด ทำให้ร่างกายปรับตัวได้ช้าลง
• น้ำหนักตัวมาก เพราะทำให้แรงกดบนข้อสะโพกเทียมไม่สม่ำเสมอ
• เคยมีการผ่าตัดสะโพกหรืออุบัติเหตุทางกระดูกก่อนหน้านี้
• ทำกายภาพบำบัดไม่เพียงพอหรือหยุดเร็วเกินไปในช่วงฟื้นตัว
การประเมินต้องผ่านขั้นตอนนี้ตามลำดับ
เริ่มจากการซักประวัติ หมอจะถามว่ารู้สึกอย่างไร เดินลำบากแค่ไหน มีอาการปวดหลังหรือชาที่ขาร่วมด้วยไหม
จากนั้นตรวจร่างกาย วัดความยาวขาจากกระดูกสะโพกถึงข้อเท้าทั้งสองข้าง และดูท่าทางเชิงกรานว่าเอียงหรือไม่
ถัดไปคือภาพเอกซเรย์เชิงกรานแบบยืน เพื่อวัดความยาวขาจริงๆ จากภาพ โดยทั่วไปควรรอถ่ายเอกซเรย์หลังผ่าตัดอย่างน้อย 6 สัปดาห์ เพราะในช่วงแรกกล้ามเนื้อยังบวมและเชิงกรานยังเอียงอยู่ ทำให้วัดไม่แม่นยำ
สำหรับคนที่ขาต่างกันน้อย (ไม่เกิน 1 เซนติเมตร) ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำอะไรพิเศษ รอให้กล้ามเนื้อและเชิงกรานปรับตัวเองไปตามธรรมชาติ ซึ่งมักใช้เวลา 3–6 เดือน ระหว่างนี้การกายภาพบำบัดช่วยได้มาก โดยเฉพาะการยืดกล้ามเนื้อสะโพกและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเชิงกราน
ถ้ายังรู้สึกเดินไม่สมดุลระหว่างรอ ใช้แผ่นเสริมส้นรองเท้า (heel lift) บางๆ ใส่ใต้รองเท้าข้างที่สั้นกว่าได้ วิธีนี้ช่วยลดความรู้สึกเอียงและลดแรงกดที่หลังส่วนล่างได้ดี
สำหรับกรณีที่ขาต่างกันมาก (มากกว่า 2 เซนติเมตรขึ้นไป) และมีอาการที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต เช่น ปวดหลังมาก เดินผิดปกติชัดเจน หรือชาที่ขา แพทย์อาจพิจารณาแนวทางเพิ่มเติม ซึ่งพบได้น้อยมากในทางปฏิบัติ
ข่าวดีคือส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เอง จากการติดตามผู้ป่วย พบว่าอาการรู้สึกขายาวไม่เท่าดีขึ้นในกว่า 73% ของผู้ป่วยภายใน 1 ปีหลังผ่าตัด โดยไม่ต้องแก้ไขผ่าตัดเพิ่ม
สำหรับคนที่ขาต่างกันจริงน้อยกว่า 1 เซนติเมตร ร่างกายสามารถปรับตัวรับน้ำหนักได้ตามปกติ โดยเฉพาะเมื่อทำกายภาพบำบัดควบคู่กัน
ความสำเร็จของการผ่าตัดสะโพกโดยรวมอยู่ในระดับสูง และขายาวไม่เท่าในระดับน้อยไม่ใช่ตัวบ่งชี้ว่าการผ่าตัดล้มเหลว
• ปวดหลังส่วนล่างจากการทรงตัวที่ไม่สมดุลสะสมนานหลายเดือน
• กล้ามเนื้อสะโพกข้างใดข้างหนึ่งทำงานมากเกินไป อาจเมื่อยล้าและเรื้อรัง
• ในกรณีที่ขาต่างกันมาก เส้นประสาทบริเวณขาอาจถูกยืดมากขึ้น ทำให้ชาหรือเสียวปลายนิ้ว
ภาวะเหล่านี้มักพบเฉพาะเมื่อขาต่างกันมากและปล่อยทิ้งไว้นาน ไม่ใช่ทุกคนที่รู้สึกขาไม่เท่าจะพบปัญหาเหล่านี้
• ทำกายภาพบำบัดตามที่หมอและนักกายภาพแนะนำ อย่าหยุดกลางคันแม้จะรู้สึกดีขึ้นแล้ว
• ไม่ใส่รองเท้าที่ทำให้ทรงตัวลำบากในช่วงฟื้นตัว เช่น รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าแตะที่ไม่กระชับ
• นอนราบหงาย ไม่ขวางขา เพื่อให้เชิงกรานอยู่ในแนวตรง
• ถ้ารู้สึกขาไม่เท่า แจ้งหมอตรงๆ อย่ารอนาน เพราะการวัดและประเมินทำได้ไม่ยาก
• ติดตามผลกับหมอตามนัดทุกครั้ง ไม่ข้ามนัด
ถาม: ขาที่ยาวขึ้นหลังผ่าตัดสะโพก แปลว่าหมอทำผิดพลาดหรือเปล่า?
ตอบ: ไม่เสมอไปครับ บางครั้งหมอตั้งใจทำให้ขาข้างผ่าตัดยาวขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบสะโพกตึงพอดีและป้องกันข้อสะโพกเทียมหลุด สิ่งสำคัญคือต้องให้หมอตรวจวัดก่อนสรุป
ตอบ: ทั้งคู่อาจพูดถูกครับ ความรู้สึกขายาวไม่เท่าในช่วงแรกหลังผ่าตัดอาจเกิดจากกล้ามเนื้อสะโพกยังตึงหรือเชิงกรานยังเอียงอยู่ ไม่ใช่กระดูกต่างกัน ซึ่งมักดีขึ้นเองในเวลา 3–6 เดือน
ตอบ: ส่วนใหญ่ไม่ต้องครับ แผ่นเสริมส้นใช้ชั่วคราวระหว่างที่ร่างกายกำลังปรับตัว เมื่อกล้ามเนื้อและเชิงกรานปรับตัวได้แล้ว ความรู้สึกขาไม่เท่าก็มักจะหายไปเอง
ตอบ: ถ้ารู้สึกปวดหลังมากขึ้น ชาหรือเสียวที่ขา หรือรู้สึกว่าขาไม่เท่ากันมากจนเดินลำบาก ควรนัดพบหมอก่อนกำหนดครับ ไม่ต้องรอถึงวันนัดปกติ
ตอบ: พบได้น้อยมากครับ ส่วนใหญ่รักษาได้ด้วยการรอ กายภาพบำบัด และแผ่นเสริมส้น การผ่าตัดแก้ไขเพิ่มเติมจะพิจารณาเฉพาะกรณีที่ขาต่างกันมากและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจนเท่านั้น
แล้วคุณหรือคนในครอบครัวที่ผ่าตัดสะโพก เคยรู้สึกแบบนี้บ้างไหมครับ คอมเมนต์บอกผมได้เลย
• ขาไม่เท่าหลังผ่าตัดสะโพกไม่ได้แปลว่าผิดพลาดเสมอ บางครั้งเป็นสิ่งที่หมอทำโดยตั้งใจเพื่อให้ข้อสะโพกมั่นคง
• ส่วนใหญ่เป็นแค่ความรู้สึก เพราะกล้ามเนื้อยังตึงอยู่ มักดีขึ้นเองใน 3–6 เดือน
• ถ้าขาต่างกันจริงน้อยกว่า 1 เซนติเมตร ร่างกายปรับตัวได้เอง แผ่นเสริมส้นช่วยได้ระหว่างรอ
• หมอจะวัดและยืนยันด้วยเอกซเรย์ก่อนสรุปว่าต่างจริงหรือแค่ความรู้สึก
• การผ่าตัดแก้ไขพบน้อยมาก และพิจารณาเฉพาะกรณีที่จำเป็นจริงๆ
คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับความกังวลนี้ครับ ผู้ป่วยผ่าตัดสะโพกหลายคนผ่านความรู้สึกเดียวกันนี้มา และส่วนใหญ่ก็ดีขึ้นได้ การสื่อสารกับทีมหมออย่างตรงไปตรงมาคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับขาไม่เท่าหลังผ่าตัดข้อสะโพกเทียม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666