ถ้าหมอถามคุณก่อนผ่าตัดสะโพกว่า อยากดมยาสลบหรืออยากบล็อกหลัง — คุณจะตอบว่าอย่างไร?

หลายคนที่มาพบผมบอกว่า "ไม่รู้จะเลือกอะไร ขอให้หมอเลือกเลยดีกว่า"

แต่ถ้าคุณเข้าใจว่าแต่ละวิธีต่างกันอย่างไร คุณจะกังวลน้อยลงมาก และพูดคุยกับทีมแพทย์ได้อย่างมั่นใจขึ้น


คำตอบที่คุณควรรู้ก่อนเข้าห้องผ่าตัดข้อสะโพก


ป้าวัย 68 ปี โทรมาถามผมก่อนวันผ่าตัดสะโพกเพียงสองวัน

"หมอคะ ได้ยินว่าต้องฉีดเข็มที่หลัง กลัวมากเลยค่ะ ถ้าเป็นไปได้อยากดมยาสลบดีกว่า จะได้ไม่รู้สึกอะไรเลย"

ผมรับฟัง แล้วบอกป้าว่า ความกลัวของป้าเป็นเรื่องที่ได้ยินบ่อยมาก ไม่มีอะไรผิดเลย วิสัญญีแพทย์จะพูดคุยกับป้าอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่อยากให้ป้ารู้คือ ทั้งสองวิธีมีที่ใช้ของมัน และทีมวิสัญญีจะเลือกสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดให้ป้าโดยเฉพาะ

การระงับความรู้สึกในห้องผ่าตัด คือการทำให้ร่างกายไม่รู้สึกเจ็บปวดขณะที่หมอทำผ่าตัด เปรียบเหมือนการ "ปิดสัญญาณเตือน" ชั่วคราว

มีสองวิธีหลัก วิธีแรกคือ "การบล็อกหลัง" หรือการให้ยาชาทางไขสันหลัง ฉีดยาชาเข้าน้ำไขสันหลังบริเวณเอว ทำให้ขาชาและไม่รู้สึกเจ็บตลอดการผ่าตัด คุณยังมีสติอยู่ แต่ไม่รู้สึกอะไรในบริเวณที่ผ่าตัด และมักได้ยาผ่อนคลายเพิ่มเพื่อให้สบาย

วิธีที่สองคือ "การดมยาสลบ" ยาจะทำให้คุณหลับลึกสนิท ไม่รู้สึก ไม่รู้เรื่องตลอดการผ่าตัด

การเลือกวิธีไม่ใช่การโยนหัวก้อย แต่เป็นการประเมินจากโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติการแพ้ยา และระยะเวลาการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจร่วมกับคุณ

การบล็อกหลัง นิยมใช้มากในการผ่าตัดข้อสะโพกเทียม เพราะ

• ตื่นเร็วกว่า ไม่ง่วงซึมนาน • คลื่นไส้ อาเจียนน้อยกว่า • เสียเลือดน้อยกว่า ต้องการเลือดถ่ายน้อยกว่า • เริ่มลุกเดินได้เร็วกว่า

การดมยาสลบ เหมาะสมกว่าเมื่อ

• มีปัญหากระดูกสันหลังที่ฉีดยาที่หลังไม่ได้ เช่น เคยผ่าตัดหลัง หรือกระดูกสันหลังคดมาก • กินยาละลายลิ่มเลือดบางชนิดที่ยังออกฤทธิ์อยู่ • การผ่าตัดที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน • คนไข้ไม่ยอมรับการบล็อกหลัง

ปัจจัยที่อาจทำให้การบล็อกหลังไม่เหมาะ

• ยาต้านการแข็งตัวของเลือดบางชนิดที่ยังหยุดไม่นานพอ • ติดเชื้อบริเวณที่จะฉีดยา • กระดูกสันหลังที่เคยผ่าตัดและมีโลหะยึดตรึง

ปัจจัยที่อาจทำให้การดมยาสลบซับซ้อนขึ้น

• ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (สลีปแอปเนีย) • โรคปอดหรือโรคหัวใจที่ยังควบคุมไม่ดี • น้ำหนักเกินมากซึ่งทำให้ใส่ท่อช่วยหายใจยาก

วิสัญญีแพทย์จะพบคุณก่อนวันผ่าตัด เพื่อซักประวัติโรคประจำตัว ยาที่กินอยู่ การแพ้ยา และประสบการณ์ดมยาครั้งก่อน จากนั้นตรวจร่างกายและดูผลตรวจเลือด ความดัน การทำงานของหัวใจและปอด เพื่อวางแผนว่าวิธีไหนปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณโดยเฉพาะ

สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน ทีมแพทย์จะใช้ "ยาหลายชนิดร่วมกัน" เพื่อควบคุมความเจ็บปวดหลังผ่าตัด แทนที่จะพึ่งยาแก้ปวดมอร์ฟีนเพียงอย่างเดียว

แนวคิดนี้เรียกว่าการระงับปวดแบบผสมผสาน ซึ่งประกอบด้วย

• ยาพาราเซตามอล และยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เป็นฐาน • ยาฉีดชาบริเวณรอบข้อสะโพก โดยหมอออร์โธขณะทำผ่าตัด • ยาบล็อกเส้นประสาทเพิ่มเติมถ้าจำเป็น • มอร์ฟีนในปริมาณน้อยที่สุด เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น

ผลลัพธ์คือคุณจะสบายหลังผ่าตัด คลื่นไส้น้อยลง และลุกเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมงแรก

ผู้ที่ได้รับการระงับความรู้สึกที่เหมาะสมและการจัดการปวดที่ดี มักสามารถลุกนั่งได้ในวันเดียวกับวันผ่าตัด และเริ่มเดินได้ภายในวันแรกหลังผ่าตัด ความรู้สึกชาหลังบล็อกหลังจะหายไปภายใน 4-8 ชั่วโมงเอง

เมื่อความเจ็บปวดหลังผ่าตัดไม่ถูกควบคุมดีพอ จะส่งผลต่อเนื่อง

• ลุกเดินช้า เสี่ยงเลือดแข็งตัวอุดเส้นเลือดที่ขา • หายใจตื้นเพราะเจ็บ เสี่ยงปอดอักเสบ • นอนติดเตียงนาน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ฟื้นตัวช้า

นั่นคือเหตุผลที่ทีมแพทย์ให้ความสำคัญกับการวางแผนควบคุมปวดตั้งแต่ก่อนเริ่มผ่าตัด

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนวันผ่าตัด

• แจ้งวิสัญญีแพทย์ทุกอย่าง ทั้งยาที่กินอยู่ ประวัติแพ้ยา และโรคประจำตัว • ถ้ากังวลเรื่องบล็อกหลัง บอกตรงๆ ได้เลย วิสัญญีแพทย์จะอธิบายและหาทางที่ดีที่สุดให้ • งดอาหารและน้ำตามที่ทีมแพทย์แนะนำ มักงด 6-8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด • ถามได้ว่า "แผนคุมปวดหลังผ่าตัดวางไว้อย่างไร?" • พักผ่อนให้เพียงพอคืนก่อนผ่าตัด และแจ้งหากมีไข้หรืออาการผิดปกติ

ถาม: บล็อกหลังเจ็บไหม? ตอบ: วิสัญญีแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนเสมอ ทำให้รู้สึกแค่แสบเล็กน้อยตอนฉีดยาชา หลังจากนั้นการบล็อกหลังจริงมักไม่เจ็บมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่บอกว่าน้อยกว่าที่คิดไว้มาก

ถาม: ถ้าบล็อกหลังแล้วจะได้ยินเสียงในห้องผ่าตัดไหม? ตอบ: ได้ยินครับ แต่มักได้รับยาผ่อนคลายเพิ่มให้รู้สึกสบาย บางคนเกือบหลับ บางคนฟังเพลงผ่านหูฟัง แต่ไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ ทั้งสิ้น

ถาม: ดมยาสลบแล้วตื่นช้าไหม? ตอบ: ยาสลบสมัยใหม่ออกฤทธิ์สั้นและหมดฤทธิ์เร็ว ส่วนใหญ่ตื่นได้ภายใน 15-30 นาทีหลังผ่าตัดเสร็จ อาจง่วงหรือสับสนเล็กน้อยช่วงแรก ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง

ถาม: ปวดมากไหมหลังผ่าตัด? ตอบ: ปัจจุบันมีการวางแผนควบคุมปวดอย่างละเอียดก่อนผ่าตัด ทั้งยาหลายชนิดร่วมกันและการฉีดยาชาบริเวณข้อสะโพก ในหลายกรณีความเจ็บปวดอยู่ในระดับที่จัดการได้ดี จนสามารถลุกเดินได้ภายในวันแรก

ถาม: วิสัญญีแพทย์อยู่ตลอดการผ่าตัดไหม? ตอบ: อยู่ครับ วิสัญญีแพทย์จะดูแลและติดตามสัญญาณชีพ ความดัน การหายใจ และระดับยาตลอดทั้งการผ่าตัด

ถ้ามีคนในครอบครัวที่กำลังเตรียมผ่าตัดข้อสะโพก ลองส่งบทความนี้ให้เขาอ่านก่อนวันผ่าตัดได้เลยครับ ความเข้าใจที่ดีทำให้กังวลน้อยลงได้มาก

สรุปสิ่งสำคัญที่อยากให้จำ

• การบล็อกหลัง (ยาชาทางไขสันหลัง) เป็นวิธีที่นิยมในผ่าตัดสะโพก เพราะตื่นเร็ว คลื่นไส้น้อย และเสียเลือดน้อยกว่า • การดมยาสลบมีที่ใช้ในกรณีที่บล็อกหลังไม่เหมาะสม และมีความปลอดภัยในมือของวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ • ทุกวันนี้ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน จะมีการวางแผนควบคุมปวดด้วยยาหลายชนิดร่วมกัน ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น • การตัดสินใจเลือกวิธีไม่ใช่หน้าที่คุณคนเดียว วิสัญญีแพทย์จะประเมินและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ • บอกทีมแพทย์ทุกสิ่งที่คุณกังวล ข้อมูลทุกอย่างช่วยให้วางแผนได้แม่นยำขึ้น

คุณไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับการระงับความรู้สึก แต่รู้ว่าทีมดูแลคุณรู้ดี และเขาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณเสมอ


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการระงับความรู้สึกและการจัดการความเจ็บปวดในการผ่าตัดข้อสะโพกเทียม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666


คำถามที่พบบ่อย

💬Line หมอเก่ง