
ปวดหลังแบบไหน? แยกให้ออกระหว่าง "หมอนรองกระดูกทับเส้น" VS "กระดูกสันหลังติดเชื้อ”
เคยสงสัยไหมครับ? อาการปวดหลังที่คุณหรือคนในบ้านเป็นอยู่ มันคือโรคยอดฮิตอย่าง "หมอนรองกระดูกทับเส้น" หรือว่าเป็นภัยเงียบที่ร้ายแรงกว่าอย่าง "กระดูกสันหลังติดเชื้อ"?
ทั้งสองโรคนี้ทำให้อาการปวดร้าวลงขา เดินไม่ได้เหมือนกัน แต่ "สัญญาณเตือน" นั้นต่างกันอย่างชัดเจน! ถ้าแยกไม่ออก อาจรักษาผิดทาง จนอาการลุกลามได้
วันนี้หมอเก่งจะมาสอนวิธีสังเกตง่ายๆ แบบไม่ต้องพึ่งตารางเปรียบเทียบ อ่านจบแล้วคุณจะรู้เลยว่า อาการปวดแบบไหนที่ "นอนพักก็หาย" และแบบไหนที่ "ยิ่งนอนยิ่งปวด" จนต้องรีบมาโรงพยาบาลด่วน!
ความแตกต่างอยู่ที่ไหน? หมอจะเล่าให้ฟังแบบเจาะลึกครับ
1. หมอนรองกระดูกทับเส้น: ปวดเพราะ "โครงสร้าง" มันเคลื่อน
โรคนี้ (Herniated Disc) เปรียบเหมือน "อะไหล่เครื่องจักรที่ชำรุด" ครับ ตัวหมอนรองกระดูกที่เป็นเจลลี่มันปลิ้นออกมาไปเบียดโดนสายไฟ (เส้นประสาท)
ลักษณะความปวด: จะเป็นแบบ Mechanical Pain คือ "ปวดเมื่อขยับ พักแล้วหาย"
อาการร่วม: มักจะมีอาการชา หรืออ่อนแรงที่ขาชัดเจนตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกดทับ
2. กระดูกสันหลังติดเชื้อ: ปวดเพราะ "เชื้อโรค" กำลังกัดกิน
โรคนี้ (Spondylodiscitis) คือภาวะที่มีเชื้อแบคทีเรียหรือวัณโรค หลุดเข้าไปในกระแสเลือดแล้วไปฝังตัวกัดกินกระดูกและหมอนรองกระดูกครับ มันเหมือนมี "ปลวก" กำลังกินเสาบ้านอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะขยับหรือนอนนิ่งๆ ปลวกก็ยังกินอยู่
ลักษณะความปวด: จะเป็นแบบ Inflammatory Pain หรืออาการปวดจากการอักเสบ ซึ่งมีความโหดร้ายกว่ามาก
อาการร่วม: นี่คือสิ่งที่หมอนรองกระดูกทับเส้น "ไม่มี" นั่นคืออาการทางระบบร่างกาย (Systemic Symptoms)
**สรุปจุดสังเกตง่ายๆ **
ถ้าคุณกำลังสับสน ลองถามตัวเองด้วย 3 คำถามนี้ครับ:
"นอนพักแล้วหายไหม?"
"มีไข้หรือผอมลงไหม?"
"สาเหตุเกิดจากอะไร?"
หมอตรวจยืนยันอย่างไร?
แม้เราจะสังเกตอาการเบื้องต้นได้ แต่การวินิจฉัยที่แน่นอนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ครับ
การตรวจเลือด: ถ้าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น ค่าเลือดมักปกติ แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อ ค่าเม็ดเลือดขาว และค่าการอักเสบ (ESR, CRP) จะสูงปรี๊ดขึ้นมาฟ้องเลยครับ
MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): นี่คือ "ตาทิพย์" ที่ดีที่สุด ภาพ MRI จะแยกได้ชัดเจนมาก ถ้าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น จะเห็นเจลลี่ปลิ้นออกมาทับเส้นประสาท แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อ จะเห็นลักษณะของหนอง การบวมน้ำในกระดูก หรือกระดูกที่ถูกกัดกร่อนทำลาย
บทส่งท้าย
อาการปวดหลัง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุครับ ถ้าท่านบ่นปวดหลังและมีอาการ "Night Pain" หรือปวดตอนกลางคืนร่วมกับมีไข้ อย่าชะล่าใจคิดว่าเป็นแค่เรื่องกระดูกเสื่อมตามวัย การพามาหาหมอช้าไปเพียงไม่กี่วัน เชื้อโรคอาจทำลายกระดูกสันหลังจนยุบตัว หรือลามเข้าเส้นประสาทจนเป็นอัมพาตได้
รู้ทัน สังเกตไว รักษาทัน... กระดูกสันหลังแข็งแรงครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng 📞 โทร: 081-5303666
#ปวดหลัง #แยกโรคปวดหลัง #Spondylodiscitis #HNP #หมอนรองกระดูกทับเส้น #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดหลังตอนดึก #วัณโรคกระดูก
Berbari EF, Kanj SS, Kowalski TJ, et al. 2015 Infectious Diseases Society of America (IDSA) Clinical Practice Guidelines for the Diagnosis and Treatment of Native Vertebral Osteomyelitis in Adults. Clin Infect Dis. 2015;61(6):e26-e46.
Deyo RA, Weinstein JN. Low Back Pain. N Engl J Med. 2001;344(5):363-370.
Gouliouris T, Aliyu SH, Brown NM. Spondylodiscitis: update on diagnosis and management. J Antimicrob Chemother. 2010;65 Suppl 3:iii11-24.
Lener S, Hartmann S, Barbagallo GMV, et al. Management of spinal infection: a review of the literature. Acta Neurochir (Wien). 2018;160(3):487-496.
Amin RM, Andrade NS, Neuman BJ. Lumbar Disc Herniation. Curr Rev Musculoskelet Med. 2017;10(4):507-516.