ปวดเข่าเรื้อรังในผู้ป่วยรูมาตอยด์ ต้องประเมินให้ดีว่ากลายเป็น “ข้อเข่าเสื่อม” แล้วหรือยัง — และเมื่อใดควรพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์จำนวนมากรักษาอาการข้ออักเสบได้ดีในช่วงแรก แต่เมื่อผ่านไปหลายปี หลายคนเริ่มมีอาการ ปวดเข่าเรื้อรัง เดินลำบาก เข่าฝืด หรือรู้สึกเหมือนเข่าทรุด จนสงสัยว่าคืออาการอักเสบของรูมาตอยด์ หรือเป็น “ข้อเข่าเสื่อม” ร่วมด้วย

ความจริงคือ ผู้ป่วยรูมาตอยด์มีโอกาสเกิดข้อเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป เพราะข้ออักเสบเรื้อรังทำให้กระดูกอ่อนและโครงสร้างข้อเสียหาย แม้โรคจะสงบแล้วก็ตาม

หมอเขียนบทความนี้เพื่อให้ผู้ป่วยรูมาตอยด์และครอบครัวเข้าใจว่า:

  • ปวดเข่าเรื้อรังเกิดจากอะไร

  • แยกอย่างไรว่าเป็นการอักเสบหรือข้อเสื่อม

  • วิธีรักษาแบบไม่ผ่าตัดมีอะไรบ้าง

  • และเมื่อใดควรพิจารณา “ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม” อย่างเหมาะสม

เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว (เปลี่ยนชื่อ)

คุณศรีอายุ 58 ปี เป็นรูมาตอยด์มากว่า 12 ปี ควบคุมอาการด้วยยามาเรื่อย ๆ ในช่วงหลังอาการข้ออักเสบอื่นสงบดี แต่กลับเริ่มมีอาการปวดเข่ามากขึ้นโดยเฉพาะเวลาเดินขึ้น–ลงบันได หรือลุกจากเก้าอี้

เธอบอกว่า:

“หมอคะ หนูไม่แน่ใจแล้วว่าปวดเพราะรูมาตอยด์กำเริบ หรือเข่าเสื่อมค่ะ มันทรุด ๆ ฝืด ๆ เดินนานไม่ได้เลย”

หลังตรวจร่างกายและเอกซเรย์พบว่า ข้อเข่ามีการเสื่อมร่วมด้วย จากการอักเสบสะสมหลายปี ทำให้ผิวข้อบางลง เอ็นรอบ ๆ อ่อนแรง และกระดูกเริ่มเบียดใกล้ชิดกัน

หมอจึงวางแผนรักษาผ่านกายภาพ การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด และเสริมสร้างกล้ามเนื้อก่อน หากไม่ดีขึ้นจึงพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

เคสดังกล่าวสะท้อนว่า การปวดเข่าในผู้ป่วยรูมาตอยด์ไม่ใช่เรื่องเล็ก ต้องประเมินให้ถูกต้องตั้งแต่แรกครับ

ทำไมผู้ป่วยรูมาตอยด์ถึงเข่าเสื่อมได้ง่าย?

เพราะข้ออักเสบเรื้อรังทำให้เกิดความเสียหายสะสม ได้แก่:

  • กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลาย

  • เยื่อบุข้ออักเสบเรื้อรังจนทำให้ข้อบวมซ้ำ ๆ

  • เอ็นรอบข้อเข่าอ่อนแรง

  • โครงสร้างข้อเปลี่ยน ทำให้ลงน้ำหนักผิดตำแหน่ง

เมื่อเวลาผ่านไป ข้อเข่าจะเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป บางรายแม้คุมโรครูมาตอยด์ได้ดี แต่ความสึกหรอในข้อยังคงดำเนินต่อเนื่อง

สัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่า “ข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วย”

หากเป็นผู้ป่วยรูมาตอยด์และมีอาการเหล่านี้ ต้องระวังว่าเป็นข้อเสื่อม ไม่ใช่ข้ออักเสบอย่างเดียว:

  • ปวดลึก ๆ ในเข่าเวลาเดิน ยืน หรือลงบันได

  • เข่าฝืดตอนเช้า แต่ดีขึ้นเมื่อขยับ (ต่างจากรูมาตอยด์ที่ฝืดนาน)

  • มีเสียงลั่นกรอบแกรบในข้อ

  • เข่าโก่งหรือทรุดลง

  • เดินนาน ๆ แล้วปวดมากขึ้นตามแรงกด

  • ปวดแม้โรครูมาตอยด์สงบแล้ว

อาการลักษณะนี้มักบอกว่ากระดูกอ่อนผิวข้อเข่าถูกทำลายไปบางส่วนแล้ว

การตรวจเพื่อยืนยันว่าเข่าเสื่อมหรือไม่

1) ตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทาง

ดูการเคลื่อนไหว เสียงลั่น จุดกดเจ็บ ความมั่นคง และลักษณะการเดิน

2) เอกซเรย์เข่า

เป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด เห็นความแคบของช่องข้อ กระดูกงอก หรือข้อโก่งได้ชัด

3) อัลตราซาวด์ข้อเข่า

ดูน้ำในข้อและเยื่อบุข้ออักเสบ ว่าเป็นการอักเสบจากรูมาตอยด์หรือเป็นการสึกหรอของผิวข้อ

4) ประเมินโรครูมาตอยด์ร่วมด้วย

เพราะหากโรครูมาตอยด์ยังไม่สงบ ต้องควบคุมควบคู่กันไป

รักษาอย่างไรโดยไม่ต้องผ่าตัด?

ผู้ป่วยรูมาตอยด์ที่มีข้อเข่าเสื่อมส่วนใหญ่สามารถรักษาแบบประคับประคองได้ดีหากเริ่มเร็ว:

✔ กายภาพบำบัด

  • เสริมกล้ามเนื้อหน้าขา–สะโพก

  • ฝึกการลงน้ำหนักที่ถูกต้อง

  • ลดแรงกระแทกต่อข้อเข่า

✔ ปรับพฤติกรรม

  • เลี่ยงนั่งพับเพียบ นั่งยอง

  • หลีกเลี่ยงขึ้น–ลงบันไดบ่อย

  • ควบคุมน้ำหนักเพื่อลดแรงกดต่อข้อเข่า

✔ การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วยอัลตราซาวด์

เหมาะสำหรับผู้ที่ปวดมากหรือมีการอักเสบผสม

✔ แผ่นรองรองเท้า/รองเท้าพื้นนุ่ม

ช่วยลดแรงกระแทก และช่วยให้เดินสบายขึ้น

✔ ยาควบคุมรูมาตอยด์

ต้องทำควบคู่ หากโรครูมาตอยด์ยังไม่สงบ การรักษาเข่าเสื่อมจะไม่ค่อยได้ผล

เมื่อใดต้องพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม?

หมอจะพิจารณาในกรณีต่อไปนี้:

  • ปวดมากจนกระทบชีวิตประจำวัน แม้รักษาเต็มที่แล้ว 3–6 เดือน

  • เดินลำบาก เดินไกลไม่ได้ เพราะข้อทรุดหรือโก่งมาก

  • เอกซเรย์เห็นว่าข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ผิวข้อหายไปเกือบหมด

  • ข้อล็อกหรือยุบโดยมีโครงสร้างเสียหายมาก

  • มีอาการอักเสบแทรกเพิ่มจนใช้ชีวิตไม่ได้

การผ่าตัดข้อเข่าเทียมยุคใหม่ให้ผลดีมาก เดินได้คล่อง และคุณภาพชีวิตดีขึ้นชัดเจน แต่ต้องเลือกให้ถูกคนและถูกเวลา

หมออยากบอกว่า…

ผู้ป่วยรูมาตอยด์ที่ปวดเข่าเรื้อรัง ไม่ควรคิดว่าเป็น “ข้ออักเสบธรรมดา” เสมอไป เพราะในหลายรายอาจมีข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วยจากการอักเสบสะสมหลายปี

การตรวจให้ชัดตั้งแต่ต้นจะช่วยให้วางแผนรักษาได้ดีขึ้น ป้องกันข้อพัง และลดความจำเป็นในการผ่าตัด

ถ้าตรวจพบเร็วและรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับมาเดินได้ดีขึ้น ใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติครับ 😊

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#รูมาตอยด์ #ปวดเข่าเรื้อรัง #ข้อเข่าเสื่อม #ข้อพังจากรูมาตอยด์ #ผ่าตัดข้อเข่าเทียม #หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ