
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยในครอบครัวที่มีลูกชายวัยกำลังซนและรักการเล่นกีฬาครับ มีเคสหนึ่งคุณแม่พาน้องเอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักฟุตบอลโรงเรียนมาหาหมอ "คุณหมอคะ น้องปกติเดินได้ไม่มีปัญหา แต่พอซ้อมบอลช่วงวิ่งสปีด หรือกระโดดโหม่งลูก น้องจะบ่นเจ็บจี๊ดที่ปุ่มกระดูกใต้หัวเข่ามาก บางวันบวมขึ้นมาเป็นลูกมะนาวเล็กๆ เลยค่ะ"
พอลองคลำดูที่ปุ่มกระดูกหน้าแข้ง น้องจะสะดุ้งทันที นี่คืออาการคลาสสิกของโรคที่ชื่อว่า "ออสกูด-ชแลตเตอร์" (Osgood-Schlatter Disease) ซึ่งฟังดูชื่อยากแต่ความจริงคือเรื่องของ "การเจริญเติบโตที่เร็วเกินกว่าเอ็นจะรับไหว" ครับ
อธิบายง่ายๆ คือ ในช่วงอายุ 10-14 ปี เด็กผู้ชายจะมีการกระโดดของส่วนสูงที่เร็วมาก (Growth Spurt) กระดูกหน้าแข้งจะยืดตัวออก แต่กล้ามเนื้อหน้าขา (Quad) และเอ็นยึดสะบ้ายังยืดตามไม่ทัน
พอน้องวิ่งสปีดหรือเตะบอล กล้ามเนื้อหน้าขาจะกระชาก "เอ็น" อย่างแรง และเอ็นนี้ดันไปเกาะอยู่ตรง "จุดงอกของกระดูก" พอโดนดึงบ่อยๆ เข้า จุดงอกนั้นก็เลยอักเสบ บวม และนูนขึ้นมาเป็นปุ่มครับ
เจ็บเฉพาะจุด: ปวดตรงปุ่มกระดูกแข็งๆ ใต้ลูกสะบ้าลงมาประมาณ 2-3 เซนติเมตร
เจ็บตามกิจกรรม: วิ่งสปีด, กระโดด, เตะบอลแรงๆ หรือคุกเข่าจะเจ็บมาก แต่พอนั่งพักจะหาย
ปุ่มนูนชัดเจน: คลำแล้วเจ็บ และอาจเห็นปุ่มกระดูกนูนเด่นกว่าเข่าอีกข้าง
ช่วงอายุ: วัยรุ่นที่กำลังสูงเร็ว (ชาย 12-14 ปี, หญิง 10-13 ปี)
ชนิดกีฬา: กีฬาที่ต้องใช้การวิ่งกระชาก หรือกระโดด เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล
ความยืดหยุ่น: กล้ามเนื้อหน้าขาตึงมากเกินไป
ตรวจร่างกาย: หมอจะกดดูตำแหน่งที่ปวด และทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่แค่ตรวจร่างกายก็วินิจฉัยได้แล้วครับ
เอกซเรย์ (X-ray): ในบางรายหมอจะส่งเอกซเรย์เพื่อดูว่ามีเศษกระดูกชิ้นเล็กๆ หลุดออกมาไหม หรือเพื่อแยกโรคอื่นที่อันตรายกว่าออกไป
การตรวจอื่นๆ: ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ MRI หรือการตรวจเลือด เว้นแต่มีอาการปวดตอนกลางคืนหรือมีไข้ร่วมด้วย
ข่าวดีคือ โรคนี้ "รักษาหายได้เอง" เมื่อเด็กหยุดสูงครับ แต่ระหว่างนี้เราต้องจัดการดังนี้:
การปรับพฤติกรรม: ไม่ต้องถึงกับเลิกเล่นบอลครับ แต่ต้อง "ลดความถี่" ลงบ้าง หากช่วงไหนเจ็บมากให้พักจนกว่าอาการจะทุเลา
ประคบเย็น: หลังซ้อมบอลเสร็จ ให้ประคบเย็นตรงปุ่มที่ปวด 15-20 นาที ช่วยลดอักเสบได้ดีที่สุด
ยา: ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอล หรือยาทาภายนอก ไม่แนะนำให้กินยาแก้อักเสบต่อเนื่องนานๆ ในเด็ก
สายรัดเข่า (Patellar Strap): ช่วยลดแรงดึงของเอ็นที่กระทำต่อปุ่มกระดูก ทำให้เจ็บน้อยลงขณะเล่นกีฬา
กายภาพบำบัด: สำคัญมากครับ! ต้องยืดกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps stretch) อย่างสม่ำเสมอ
โรคนี้พยากรณ์โรคดีมากครับ หายขาดเกือบ 100% เมื่อกระดูกหยุดเจริญเติบโต (อายุประมาณ 16-18 ปี) ปุ่มกระดูกที่นูนอาจจะยังอยู่บ้างแต่มักไม่ปวดแล้ว โอกาสกลับมาเป็นซ้ำมีได้ในช่วงที่น้องกลับไปเล่นกีฬาหนักๆ อีกครั้งก่อนกระดูกปิด
หากฝืนเล่นทั้งที่เจ็บรุนแรง อาจทำให้ปุ่มกระดูกแตกหลุดออกมา (Avulsion fracture) ซึ่งอาจต้องใช้การผ่าตัด แต่พบได้น้อยมากครับ ส่วนใหญ่คือ "ปวดรำคาญ" จนทำฟอร์มการเล่นตกไปบ้าง
ถ้าลูกชายวัย 12 ปีปวดเข่าตอนวิ่งสปีด อย่าเพิ่งตกใจว่าเอ็นไขว้หน้าขาดหรือกระดูกหักครับ ส่วนใหญ่คือ "โรคเด็กโตเร็ว" หรือ ออสกูด-ชแลตเตอร์ นี่เอง การยืดเหยียดที่ถูกต้อง การพักที่เพียงพอ และการใส่ใจของคุณพ่อคุณแม่ จะช่วยให้น้องกลับมาสปีดในสนามได้อย่างมั่นใจอีกครั้งครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดเข่าในเด็ก #OsgoodSchlatter #ปุ่มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ #ลูกเจ็บเข่า #ฟุตบอลเด็ก #หมอเก่งกระดูก #โรคเด็กโตเร็ว #บาดเจ็บจากการกีฬา
Gholve PA, Scher DM, Khakharia S, Widmann RF, Green DW. Osgood-Schlatter syndrome. Curr Opin Pediatr. 2007;19(1):44-50.
Vaughan ZD, Zafonte RD. Osgood-Schlatter Disease. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024.
Indiran V, Jagannathan D. Osgood-Schlatter Disease. N Engl J Med. 2018;379(16):e24.
Corbi F, Matas S, Aznar-Lain S, et al. Osgood-Schlatter Disease: From Etiology to Treatment. Int J Environ Res Public Health. 2022;19(16):10018.