
พฤติกรรม "ก้มหน้าเล่นมือถือ" (Text Neck) ทำร้ายกระดูกคอเท่ากับแบกข้าวสาร 1 ถัง จริงเหรอ?
"แค่ก้มหน้าตอบไลน์... ทำไมปวดคอเหมือนไปแบกหินมา?"ชวนพิสูจน์ความจริง: ก้มหน้าเล่นมือถือ 1 ครั้ง = แบกข้าวสารไว้บนคอ 1 ถัง จริงเหรอ?
วันก่อนหมอได้ตรวจ "น้องวิน" (นามสมมติ) อายุแค่ 22 ปี เป็นโปรแกรมเมอร์และชอบเล่นเกมมือถือ น้องวินเดินเข้ามาด้วยอาการปวดต้นคอร้าวขึ้นขมับ กินยาพาราฯ ก็ไม่หาย พอหมอจับคอดู กล้ามเนื้อบ่าแข็งโป๊กเหมือนหิน พอส่งไป X-ray ผลออกมาน่าตกใจครับ... "กระดูกคอตรงแด่ว" (Loss of Lordosis) ปกติกระดูกคอคนเราต้องโค้งเป็นรูปตัว C เพื่อรับน้ำหนัก แต่น้องวินกระดูกยืดตรงเหมือนทหารยืนตรงเคารพธงชาติ ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ "กระดูกคอเสื่อม"
น้องวินถามหมอตาโตว่า "โหหมอ... ผมเพิ่ง 22 เองนะ กระดูกเสื่อมแล้วเหรอ? ผมก็แค่นั่งเล่นมือถือ ไม่ได้ไปแบกปูนที่ไหนสักหน่อย"
หมอเลยหยิบถุงทรายน้ำหนัก 20 กิโลฯ มาให้น้องวินลองถือ แล้วบอกว่า "เชื่อไหมครับ ว่าทุกครั้งที่คุณวินก้มหน้าเล่นเกม คอของคุณวินต้องรับน้ำหนักเท่ากับถุงทรายนี้... ตลอดเวลา!"
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่าขู่กันเล่นๆ นะครับ แต่เป็นหลักฟิสิกส์และชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) ที่มีการพิสูจน์แล้ว ศีรษะของคนเรา ปกติหนักประมาณ 5 กิโลกรัม (ประมาณลูกโบว์ลิ่ง 1 ลูก) เมื่อเราตั้งคอตรง กระดูกสันหลังจะรับน้ำหนักแค่ 5 กิโลฯ นี้สบายๆ
แต่ความน่ากลัวมันอยู่ที่ "แรงโน้มถ่วง + คานงัด" ครับ ยิ่งเราก้มหัวยื่นออกไปข้างหน้ามากเท่าไหร่ กล้ามเนื้อคอต้องออกแรง "ดึง" ไว้ไม่ให้หัวทิ่มลงพื้นมากเท่านั้น
สูตรคำนวณความเจ็บปวด (จากงานวิจัย):
ก้ม 0 องศา (หน้าตรง): คอแบกน้ำหนัก 5 กิโลกรัม (ชิลๆ)
ก้ม 15 องศา: น้ำหนักเพิ่มเป็น 12 กิโลกรัม
ก้ม 30 องศา: น้ำหนักเพิ่มเป็น 18 กิโลกรัม
ก้ม 60 องศา (ท่าเล่นมือถือปกติ): น้ำหนักพุ่งไปถึง 27 กิโลกรัม!!
27 กิโลกรัม หนักแค่ไหน? ลองนึกภาพ "ข้าวสารถุงใหญ่ 2 ถัง" (ถังละ 15 โล) หรือ "เด็ก 8 ขวบ" มาขี่คอคุณอยู่ตลอดเวลาที่คุณไถฟีด Facebook... นั่นแหละครับ คือสิ่งที่กระดูกคอคุณกำลังเผชิญ!
ภาวะนี้วงการแพทย์เรามีชื่อเรียกเฉพาะว่า "Text Neck Syndrome" ครับ
ร่างกายคนเราทนทานก็จริงครับ แต่ถ้าโดนกระทำซ้ำๆ ทุกวัน วันละหลายชั่วโมง มันก็จะพังทลายลงตามลำดับดังนี้:
กล้ามเนื้อคอและบ่า ต้องเกร็งตัวตลอดเวลาเพื่อดึงหัวหนัก 27 โลฯ เอาไว้
เมื่อก้มนานๆ ร่างกายจะปรับตัว เอ็นยึดกระดูกจะยืดออก หมอนรองกระดูกด้านหน้าถูกบีบอัด
นี่คือระยะสุดท้ายที่ไม่อยากให้ใครไปถึง เมื่อหมอนรองกระดูกรับแรงอัดไม่ไหว มันจะเริ่ม "ปลิ้น" หรือร่างกายสร้าง "หินปูน" (Bone Spur) ขึ้นมาช่วยพยุง
หมอเข้าใจครับว่าเราเลิกเล่นมือถือไม่ได้ (หมอเองก็ต้องใช้ทำงาน) แต่เรา "เปลี่ยนท่า" ได้ครับ
ห้าม: ก้มหัวลงไปหามือถือ
ให้ทำ: ยกมือถือขึ้นมาให้หน้าจออยู่ตรงกับระดับสายตา หรือต่ำกว่าเล็กน้อย แต่อย่าให้คอก้มเกิน 10-15 องศา
ถ้าเมื่อยแขน ให้ใช้มืออีกข้างมาช่วยประคองศอก หรือวางศอกบนโต๊ะ/หมอน
ท่านี้ทำง่ายและดีมากครับ ช่วยแก้คอยื่น
นั่งตัวตรง ตามองตรง
ใช้นิ้วชี้จิ้มที่คาง
ออกแรงดันคาง "ถอยหลัง" ในแนวระนาบ (ทำหน้าเหมือนเหม็นเบื่อ หรือทำคอสองชั้น)
จะรู้สึกตึงที่ท้ายทอย ค้างไว้ 5 วินาที ทำบ่อยๆ ทุกครั้งที่นึกได้
เล่นมือถือ 20 นาที
พักสายตาและคอ 20 วินาที
มองออกไปไกลๆ 20 ฟุต
การพักสั้นๆ ช่วยรีเซ็ตแรงดันในหมอนรองกระดูกได้มหาศาลครับ
กระดูกคอเป็นอวัยวะที่บอบบางและเปลี่ยนอะไหล่ยากนะครับ วันนี้... ลองสังเกตตัวเองดูสิครับ ว่าตอนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ "คุณกำลังก้มหน้าอยู่หรือเปล่า?" ถ้าใช่... "เงยหน้าขึ้น" แล้วยกมือถือขึ้นมาอ่านต่อในระดับสายตานะครับ แค่ขยับนิดเดียว... คอของคุณจะขอบคุณคุณไปอีกนานครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#TextNeck #สังคมก้มหน้า #ปวดคอ #กระดูกคอเสื่อม #ออฟฟิศซินโดรม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปรับบุคลิกภาพ #ท่ายืดคอ
Hansraj KK. Assessment of stresses in the cervical spine caused by posture and position of the head. Surg Technol Int. 2014;25:277-279.
Neupane S, et al. Text Neck Syndrome - Systemic review. Imperial Journal of Interdisciplinary Research. 2017.
Cuéllar JM, Lanman TH. "Text neck": an epidemic of the modern era of cell phones? Spine J. 2017.
Toh SH, et al. The associations of mobile touch screen device use with musculoskeletal symptoms and exposures: A systematic review. PLoS One. 2017.
Harvard Health Publishing. How to soothe a sore neck.