
"ปวดหลังร้าวลงขา (Sciatica) แค่ไหนถึงต้องผ่าตัด? เช็คลิสต์ 3 สัญญาณเตือน"
"หมอครับ...ผมกลัวผ่าตัด ถ้าไม่ผ่า ผมจะเดินไม่ได้ไหม?" นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอเจอแทบทุกวันที่คลินิกครับ
ความเชื่อที่ว่า "เป็นกระดูกทับเส้นต้องผ่าตัดทุกคน" หรือ "ผ่าแล้วจะเดินไม่ได้" เป็นความเข้าใจที่ทำให้หลายคนทนปวด กินยาชุด นวดตอกเส้น จนอาการแย่ลงกว่าเดิม วันนี้หมอเก่งจะพามาเช็คกันให้ชัวร์ครับว่า อาการปวดหลังร้าวลงขาแบบไหนที่รักษาเองได้ และแบบไหนที่เป็น "สัญญาณอันตราย" ที่ต้องรีบให้หมอช่วย ก่อนที่เส้นประสาทจะเสียหายถาวร
ขอเล่าเรื่อง "ลุงสมชาย" (นามสมมติ) วัย 55 ปี แกเป็นคนขยัน ทำสวนผลไม้ แกรู้สึกปวดหลังร้าวลงขาซ้ายเหมือนไฟช็อตมา 2 เดือน แต่แกทนเอา ซื้อยากินเอง เพราะเพื่อนบ้านบอกว่า "อย่าไปหาหมอนะ เดี๋ยวโดนจับผ่าหลัง"
จนคืนหนึ่ง แกตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วพบว่า "ปัสสาวะไม่ออก" พยายามเบ่งก็ไม่ออก แถมขาซ้ายเริ่มชาจนแตะพื้นไม่รู้สึก ลูกสาวรีบพามาส่งโรงพยาบาล สรุปเคสนี้ต้องผ่าตัดฉุกเฉินครับ เพราะเส้นประสาทถูกกดทับรุนแรงจนระบบขับถ่ายล้มเหลว
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า... การกลัวผ่าตัดจนไม่มาตรวจ อาจน่ากลัวกว่าการผ่าตัดเสียอีกครับ
ข่าวดีที่สุดของวันนี้คือ "คนไข้โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท 80-90% ไม่ต้องผ่าตัด" ครับ!
ร่างกายเราเก่งมากครับ หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมา (Heriniated Disc) สามารถฝ่อและยุบลงไปได้เองตามธรรมชาติ หรือร่างกายสามารถปรับตัวให้อยู่กับมันได้ ถ้าเราลดการใช้งานและทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี การผ่าตัดจึงเป็น "ทางเลือกสุดท้าย" ไม่ใช่ทางเลือกแรกเสมอไป
ลองจินตนาการว่ากระดูกสันหลังเราเหมือน "ขนมปังที่มีไส้ครีม" (หมอนรองกระดูก) วางซ้อนกัน โดยมี "สายไฟ" (เส้นประสาท) วิ่งอยู่ด้านหลัง
สาเหตุการเกิดโรค (Pathogenesis): เมื่อเราก้มยกของหนัก หรืออายุมากขึ้น "แป้งขนมปัง" เริ่มกรอบแตก ทำให้ "ไส้ครีม" ทะลักออกมา ไปกดทับ "สายไฟ" ที่ขา
ถ้ากดเบาๆ: จะรู้สึกปวดเมื่อยที่เอว
ถ้ากดโดนสายไฟ: จะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร คือ อาการปวดแปล๊บเหมือนไฟช็อต วิ่งจี๊ดจากก้น ย้อยลงต้นขา น่อง ไปจนถึงปลายเท้า
อาการทั่วไป:
ปวดเจ็บลึกๆ ที่แก้มก้น
ปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง (หรือสองข้าง)
อาการจะเป็นมากเวลา ไอ จาม หรือเบ่งถ่าย (เพราะแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น ดันให้หมอนรองกระดูกโป่งไปชนเส้นประสาท)
ถ้าคุณเดินเข้ามาหาหมอ หมอจะทำสิ่งเหล่านี้ครับ:
การตรวจร่างกาย: หมอจะให้คุณนอนหงายแล้วยกขาเหยียดตรง (Straight Leg Raising Test) ถ้ามีเส้นประสาทถูกกดทับ คุณจะยกขาได้ไม่สูง จะรู้สึกปวดตึงร้าวเหมือนไฟช็อตที่ขา
เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูก ดูความเสื่อม หรือดูกระดูกเคลื่อน (แต่จะไม่เห็นเส้นประสาทหรือหมอนรองกระดูก)
เอ็มอาร์ไอ (MRI): (พระเอกของงาน) เป็นการสแกนคลื่นแม่เหล็กที่เห็นชัดเหมือนผ่าแตงโมดูข้างใน จะเห็นเลยว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นตรงไหน ทับเส้นประสาทมากน้อยเพียงใด การตรวจนี้แม่นยำที่สุดในการวางแผนรักษา
ถ้าคุณมีอาการทั่วไป ปวดๆ หายๆ หมอจะให้กินยาและกายภาพก่อน แต่ถ้าคุณมี 3 ข้อนี้ ข้อใดข้อหนึ่ง หมอขอแนะนำให้พิจารณาการผ่าตัด เพื่อกู้คืนการทำงานของเส้นประสาทครับ
1. ขาอ่อนแรงชัดเจน (Motor Weakness)
อาการ: เดินแล้วขาพับ, กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น (Foot drop) เดินแล้วปลายเท้าตบพื้น, หรือขึ้นบันไดไม่ไหว
ทำไมต้องรีบ: ถ้าปล่อยไว้นาน กล้ามเนื้อจะลีบและเส้นประสาทอาจตายถาวร ต่อให้มาผ่าทีหลัง อาการอ่อนแรงอาจไม่ฟื้นกลับมา 100%
2. ระบบขับถ่ายล้มเหลว (Cauda Equina Syndrome)
อาการ: ปัสสาวะไม่ออก (ต้องสวน), ปัสสาวะราดโดยไม่รู้ตัว, หรืออุจจาระราด, ร่วมกับอาการชาที่บริเวณรอบทวารหนักและอวัยวะเพศ (Saddle Anesthesia)
ทำไมต้องรีบ: นี่คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์! ต้องผ่าตัดด่วนที่สุดภายใน 24-48 ชั่วโมง ถ้าช้ากว่านี้อาจต้องใส่สายสวนปัสสาวะตลอดชีวิต
3. รักษาเต็มที่แล้ว 6-8 สัปดาห์ แต่อาการ "ไม่ดีขึ้น" หรือ "แย่ลง" (Intractable Pain)
อาการ: กินยาแก้ปวดตัวแรงก็ไม่หาย, ทำกายภาพบำบัดก็แล้ว, ฉีดยาเข้าโพรงประสาทก็แล้ว แต่ยังปวดจนนอนไม่ได้ ปวดจนใช้ชีวิตไม่ได้
ทำไมต้องรีบ: การทนปวดนานเกินไป จะเกิดภาวะ "Pain Memory" หรือความจำความปวด ระบบประสาทจะไวต่อความรู้สึกเกินเหตุ และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง
ถ้าเช็คแล้ว "ไม่มี" 3 สัญญาณข้างบน หมอแนะนำให้เริ่มจาก:
ปรับพฤติกรรม: เลี่ยงการก้มยกของหนัก เลี่ยงการนั่งพื้น หรือนั่งรถนานๆ
ยา: ยาแก้ปวดปลายประสาทอักเสบ, ยาลดการอักเสบ (ไม่ใช่แค่พาราเซตามอลธรรมดา)
กายภาพบำบัด: การดึงหลัง (Traction) ช่วยเปิดช่องว่างกระดูก ลดแรงกดทับได้ดีมาก
การฉีดยาเข้าโพรงประสาท (Selective Nerve Root Block): เป็นการฉีดยาลดบวมไปที่จุดกดทับโดยตรง ช่วยลดปวดได้ดีและช่วยยืนยันตำแหน่งรอยโรค
แต่ถ้าต้องผ่าตัดจริงๆ...น่ากลัวไหม? ปัจจุบันเทคโนโลยีไปไกลมากครับ มีการผ่าตัดผ่านกล้อง (Endoscopic Spine Surgery) แผลเล็กเท่าปลายนิ้วก้อย (8 มิลลิเมตร) ไม่ต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อ เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว เดินได้ทันทีหลังผ่า หรือนอนโรงพยาบาลแค่ 1 คืน ก็กลับบ้านได้แล้วครับ
กลุ่มไม่ผ่าตัด: ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นใน 4-6 สัปดาห์ แต่อาจมีอาการกำเริบได้ถ้ากลับไปยกของหนัก
กลุ่มผ่าตัด: อาการปวดร้าวลงขาจะหายไปทันทีหลังผ่าตัด ส่วนอาการชาหรืออ่อนแรงต้องใช้เวลาฟื้นฟูเส้นประสาทอีกระยะหนึ่ง
อาการปวดหลังร้าวลงขา (Sciatica) ส่วนใหญ่ "หายเองได้" แต่คุณต้องหมั่นสังเกตตัวเอง จำง่ายๆ ครับ: "ขาไม่มีแรง... เยี่ยวไม่ออก... บอกลาความปวดไม่ได้ (รักษาไม่หาย)" ถ้าเจอ 3 อย่างนี้ ให้รีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางทันที อย่ากลัวการผ่าตัด เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ปลอดภัยและช่วยคืนชีวิตปกติให้คุณได้ครับ
ดูแลหลังของคุณวันนี้ เพื่อให้ขาทั้งสองข้างพาคุณเดินไปข้างหน้าได้ตลอดชีวิตครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้น #Sciatica #ผ่าตัดกระดูกสันหลัง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดเอว #กระดูกเสื่อม #ผ่าตัดส่องกล้อง
Kreiner DS, et al. North American Spine Society (NASS) Clinical Guidelines for Diagnosis and Treatment of Lumbar Disc Herniation with Radiculopathy. Spine J. 2014.
Peul WC, et al. Surgery versus prolonged conservative treatment for sciatica. N Engl J Med. 2007.
Bailey CS, et al. Persistent Sciatica: Surgery vs. Non-Operative Care. N Engl J Med. 2020.
Deyo RA, Mirza SK. Herniated Lumbar Intervertebral Disk. N Engl J Med. 2016.
Jacobs WC, et al. Surgical techniques for sciatica due to herniated disc: a systematic review. Eur Spine J. 2011.