**ทำไมหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท จึงทำให้ปวด–ชาร้าวลงก้น ลงขา จนถึงปลายเท้า? **

หลายคนที่ปวดหลังเรื้อรังและเริ่มมีอาการ “ร้าวลงก้น–ลงขา” หรือ “ชาที่น่อง–ปลายเท้า” มักจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย และทำไมอาการปวดหลังจึงลามลงไปไกลถึงปลายเท้าได้

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท (Lumbar Disc Herniation) ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตในคนวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่นั่งนาน ยกของหนัก หรือใช้หลังผิดท่า

บทความนี้หมอจะเล่าให้เข้าใจว่าเหตุใดอาการปวดจึง “เดินตามแนวเส้นประสาท” และทำไมบางคนถึงมีอาการร้าวลงถึงปลายเท้า เพื่อให้สังเกตตัวเองได้ถูกต้องและรักษาทันเวลา

เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว

คุณนัท อายุ 39 ปี ทำงานออฟฟิศ นั่งหน้าคอมทั้งวัน เริ่มปวดหลังช่วงเอวมากขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงหลังมีอาการปวดร้าวลงก้นซ้ายและน่องเหมือนไฟช็อต บางครั้งปลายเท้าชา จนเดินนานไม่ได้

เขาบอกหมอว่า:

“หมอครับ ทำไมปวดหลังถึงร้าวลงขาซ้ายเหมือนไฟฟ้าวิ่งเลยครับ นึกว่ามีปัญหาที่ขา แต่หมอบอกว่าเป็นหมอนรองกระดูกหลัง?”

หลังตรวจร่างกายและทำ MRI พบว่าเป็นหมอนรองกระดูกสันหลังระดับ L4–L5 ปลิ้นกดทับเส้นประสาทที่วิ่งลงขา จึงเกิดอาการปวด–ชาร้าวตามแนวเส้นประสาทไซอาติก

อาการของเขาดีขึ้นมากหลังได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ทั้งกายภาพบำบัด ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด และปรับท่านั่ง

หมอนรองกระดูกคืออะไร ทำไมถึงปลิ้นได้?

หมอนรองกระดูกเป็นแผ่นคล้าย “เจลลี่ + ยาง” อยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทก

เมื่อใช้งานหนัก นั่งนาน ยกของผิดท่า หรือเมื่ออายุมากขึ้น เจลลี่ด้านในจะสูญเสียน้ำ ทำให้หมอนรองกระดูกแห้ง แตก หรือปลิ้นออกด้านหลังไปกดเส้นประสาท

ตำแหน่งที่ปลิ้นมักอยู่ใกล้ “รากเส้นประสาท” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการร้าวลงขาครับ

ทำไมถึงปวด–ชาร้าวลงก้นและขา?

เพราะเส้นประสาทที่ถูกกดเป็น เส้นที่วิ่งลงขาโดยตรง จึงมีอาการตามเส้นทางนั้น หมอขออธิบายแบบเห็นภาพง่าย ๆ ดังนี้:

🔹 เส้นประสาทจากหลัง L4–S1 → รวมตัวเป็น “เส้นประสาทไซอาติก (Sciatic nerve)”

ซึ่งไหลผ่าน:

  • ก้น

  • ต้นขาด้านหลัง

  • น่อง

  • หลังเท้า

  • ปลายเท้า

ดังนั้น เมื่อเส้นประสาทส่วนต้นถูกกด (บริเวณหลัง) อาการจะ “เดินตามแนวเส้นประสาทลงขา” ทันที

เหมือนบีบสายไฟที่ต้นทาง → เกิดปัญหายาวตลอดเส้นทางครับ

อาการร้าวตามตำแหน่งบอกระดับหมอนรองกระดูกที่ปลิ้น

หมอใช้ตำแหน่งปวด–ชาช่วยระบุระดับเส้นประสาทที่ถูกกด เช่น:

✔ L4 กดทับ

  • ปวดหน้าขา

  • เหยียดเข่าอ่อนแรง

✔ L5 กดทับ

  • ปวดก้น → ต้นขาด้านข้าง → หน้าแข้งด้านนอก

  • ชาบริเวณหลังเท้า

  • ยกนิ้วโป้งเท้าไม่ขึ้น

✔ S1 กดทับ

  • ปวดก้น → ต้นขาด้านหลัง → น่อง

  • ชาที่ขอบเท้าด้านนอก

  • เดินเขย่งไม่ขึ้น

ตำแหน่งอาการจึงช่วยบอกโรคได้อย่างมากครับ

ทำไมถึงมีทั้ง “ปวด” และ “ชา” พร้อมกัน?

🔹 เพราะมีทั้งการกดทับ + การอักเสบของเส้นประสาท

  • การกดทับทำให้เกิด ปวดแบบจี๊ด แปลบ เหมือนไฟฟ้าช็อต

  • การอักเสบของเส้นประสาททำให้เกิด ชา–เสียว–แสบร้อน

จึงเป็นเหตุให้บางคนปวดมากตอนขยับ แต่พออยู่นิ่ง ๆ จะ “ชา” แทน

จะวินิจฉัยอย่างไรว่าเป็นหมอนรองกระดูกปลิ้นจริง?

✔ 1) ตรวจร่างกายเฉพาะทาง

หมอจะทดสอบเส้นประสาท เช่น

  • Straight leg raise test (ยกขาแล้วปวดร้าว)

  • ตรวจแรงกล้ามเนื้อ (นิ้วโป้ง–ปลายเท้า)

  • ตรวจการรับความรู้สึก

✔ 2) อัลตราซาวด์กล้ามเนื้อและเส้นเอ็น

ช่วยดูความตึงของกล้ามเนื้อสะโพกและหลัง ส่วนที่อาจกดเส้นประสาทร่วม

✔ 3) เอกซเรย์หลัง

ไม่ได้เห็นหมอนรองปลิ้น แต่ช่วยตัดโรคอื่น เช่น กระดูกสันหลังเสื่อมหรือช่องตีบ

✔ 4) MRI (สำคัญที่สุด)

เห็นหมอนรองกระดูกปลิ้นกดเส้นประสาทได้ชัดเจน ใช้ยืนยันในผู้ที่อาการรุนแรง หรือรักษาเบื้องต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น

การรักษา

ส่วนใหญ่ผู้ป่วย “ไม่ต้องผ่าตัด” หากรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่แรก

🔹 1) ยาลดอักเสบ–ยาคลายกล้ามเนื้อ

ช่วยลดการระคายของเส้นประสาท

🔹 2) กายภาพบำบัดเฉพาะทาง

เสริมกล้ามเนื้อแกนกลาง สะโพก ยืดกล้ามเนื้อหลังและขา ทำให้อาการดีขึ้นชัดเจน

🔹 3) ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด (Ultrasound guided)

เหมาะกับผู้ที่ปวดมาก รักษาเองไม่ได้ผล

🔹 4) ปรับท่านั่ง–ยืน–เดิน

หลีกเลี่ยงนั่งก้มหลังนาน ยกของผิดท่า

🔹 5) ผ่าตัด (เฉพาะราย)

ใช้เมื่อมีอาการต่อไปนี้:

  • อ่อนแรงของเท้า

  • ปวดรุนแรงต่อเนื่อง > 6–12 สัปดาห์

  • MRI พบการกดทับเส้นประสาทรุนแรง

การผ่าตัดส่วนใหญ่เป็นแบบแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว

หมออยากบอกว่า…

อาการปวดหลังที่ “ร้าวลงก้น–ลงขา–ถึงปลายเท้า” เกือบทั้งหมดเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ ไม่ใช่อาการจากข้อเข่า หรือเส้นเอ็นที่ขา ดังนั้นการตรวจให้ถูกต้องตั้งแต่แรกช่วยให้รักษาได้ตรงจุดและลดโอกาสเรื้อรังได้มาก

ส่วนใหญ่รักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ผลดี แต่ต้องพบแพทย์เพื่อประเมินว่าเส้นประสาทถูกกดระดับไหน และต้องฟื้นฟูอย่างไรให้กลับมาใช้งานได้เต็มที่ครับ 😊

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666