การรักษาแบบ PRP (Platelet-Rich Plasma) คืออะไร?

โดย ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

**PRP หรือ Platelet-Rich Plasma **คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ ด้วยการนำเอาเลือดของคนไข้เองมารักษา การรักษาแบบ PRP นี้ มีใช้อยู่แล้วในทางทันตกรรมและศัลยกรรมกระดูก ซึ่งเลือดจะประกอบด้วยเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และส่วนของเหลว ที่เรียกกันว่า “พลาสมา” ส่วนสำคัญของกระบวนการรักษา โดย PRP นั้น คือเกล็ดเลือด เพราะในเกล็ดเลือดมีสารที่เรียกว่า Growth Factor ซึ่งเป็นสาร กระตุ้นการเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

กระบวนการทำงานเมื่อฉีด PRP เข้าไปในบริเวณที่ต้องการรักษา Growth Factor ในเกล็ดเลือด PRP เป็นสารสำคัญที่ไปกระตุ้นให้เซลล์เกิดการเติบโตเร็วขึ้น เพื่อรักษาโรคและช่วยให้มีการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ ได้แก่ โรคข้อเข่าเสื่อม โรคปวดไหล่จากเส้นเอ็นฉีกขาด โรคปวดข้อศอก เป็นต้น

กระบวนการของ PRP (Platelet-Rich Plasma)

1.ดูดเลือดจากร่างกายของผู้ที่รับการรักษา

2.นำเลือดมาปั่นแยกเกล็กเลือด และสารช่วยสร้างเนื้อเยื่อ (Growth Factors)

3.นำมากระตุ้นเพื่อให้เกิดการทำงานของเกล็ดเลือด

4.นำเกล็ดเลือดเข้มข้นไปฉีดในส่วนที่มีปัญหา

เทคนิคการฉีดด้วยความแม่นยำถูกตำแหน่งรอยโรคที่แน่นอน

เราจะใช้เครื่อง UltraSound มาช่วยเป็นเครื่องชี้นำ บ่งบอกถึงบริเวณตำแหน่งที่จะฉีด PRP ทำให้การฉีด PRP มีความแม่นยำมากขึ้น (ตามภาพตัวอย่างด้านล่าง)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดสูง

  • หลังจากฉีด PRP ผู้ป่วยอาจมีอาการชา บริเวณที่ฉีดหรือบริเวณใกล้เคียงได้ ประมาณ 1-2 ชั่วโมงแรก และอาจมีอาการปวดหลัง จากฉีด PRP ประมาณ 1-2 วัน หลังจากนั้นอาการปวดจะค่อยๆ ดีขึ้น
  • ถ้ามีอาการปวดควรประคบเย็นบริเวณที่ฉีด PRP 2-3 วัน หรือ ทานยาแก้ปวด ตามแพทย์สั่ง ถ้ายังมีอาการปวดมาก หลังจาก 4-5 วัน ควรปรึกษาแพทย์
  • อาจมีอาการบวมได้หลังฉีดยา ซึ่งเกิดจากการฉีด PRP และอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงเอง
  • ถ้ามีอาการปวดบวมแดงร้อน บริเวณที่ฉีด PRP หรือ มีไข้ 2-3 วัน หลังฉีด ควรรีบปรึกษาแพทย์
  • กรุณางดใช้ยากลุ่มต้านการอักเสบ เช่น Ibuprofen หรือ Aspirin เป็นเวลา 3 วันหลังฉีด PRP
  • รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

ข้อควรพิจารณาหลังฉีด PRP

หลังการฉีดแล้วจำเป็นต้องสังเกตดูอาการของผู้ป่วยเป็นเวลา 15 นาที ก่อนให้กลับบ้านได้ หากมีอาการแดงช้ำบริเวณรอยเข็มฉีด ให้ประคบเย็นไว้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาการเลือดออก รอยช้ำใหม่ หรือบวมผิดปกติในบริเวณที่ฉีด
  • อาการติดเชื้อ เช่น มีรอยแดง มีน้ำเหลืองออก หรือมีไข้ขึ้น ข้อห้ามฉีด ร่างกายมีการติดเชื้อ เกร็ดเลือดต่ำ เป็นมะเร็ง คนท้อง หรือให้นมลูก
  • แจ้งแพทย์ทุกครั้ง ถ้าท่านแพ้ยาชา ผู้ซึ่งมีการทานยาในกลุ่มแก้อักเสบ(NSAID's) เช่น Brufen,Voltaren,Arcoxia ,Celebrex เป็นต้น ควรแนะนำให้หยุดยากลุ่มนี้ก่อน 7 วัน

**สอบถามปัญหาสุขภาพกระดูกและข้อได้ที่

**Line OA: https://lin.ee/swOi91Q หรือ Line ID search @DoctorKeng **Website: **www.doctorkeng.com YouTube: https://www.youtube.com/results?search_query=taninnit+leerapun Facebook: หมอเก่งไขปัญหาปวดกระดูกและข้อ Blockdit: https://www.blockdit.com/doctorkeng