“คุณหมอครับ ผมก็ไม่ได้ทำงานหนักนะ ของก็ไม่ได้หิ้ว แต่ทำไมปีนี้ผมเป็นนิ้วล็อคไปแล้ว 3 นิ้ว รักษาปลายนิ้วนี้เสร็จ อีกนิ้วก็ล็อคตามมาติดๆ เลยครับ”
นี่คือเสียงสะท้อนจากคนไข้หลายคนที่มาพบผมพร้อมกับสมุดประจำตัวผู้ป่วยเบาหวานครับ หลายคนสงสัยว่า "โรคเบาหวาน" กับ "นิ้วล็อค" มันมาเกี่ยวกันได้อย่างไร? ในเมื่อนิ้วล็อคดูเหมือนจะเป็นเรื่องของการใช้แรงงาน แต่ความจริงแล้ว สำหรับคนเป็นเบาหวาน ต้นตอมันลึกซึ้งกว่านั้นครับ
ในคนปกติ นิ้วล็อคเกิดจากการใช้งานหนักจนอักเสบ แต่ในคนที่เป็นเบาหวาน แม้จะไม่ได้ใช้งานหนักมาก ก็มีโอกาสเกิดนิ้วล็อคได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 5-10 เท่า เลยทีเดียวครับ สาเหตุหลักมาจากสิ่งที่เรียกว่า "น้ำตาลเกินในกระแสเลือด"
คอลลาเจนเสื่อมสภาพ: เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ มันจะไปจับกับโปรตีนคอลลาเจนในเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็น ทำให้เส้นเอ็นแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น และหนาตัวขึ้นโดยธรรมชาติ
การอักเสบเรื้อรัง: สภาวะเบาหวานทำให้ร่างกายมีสารอักเสบหมุนเวียนอยู่มากกว่าปกติ ส่งผลให้ปลอกหุ้มเอ็นที่มืออักเสบและบวมได้ง่ายขึ้น แม้จะขยับเพียงเล็กน้อย
การไหลเวียนเลือดลดลง: เบาหวานมักมาคู่กับปัญหาเส้นเลือดฝอยตีบ ทำให้การซ่อมแซมเส้นเอ็นที่อักเสบทำได้ช้าลง จนกลายเป็นปมถาวร
อาการนิ้วล็อคในคนเป็นเบาหวานมักจะมีความพิเศษ (และน่ารำคาญ) กว่าคนทั่วไปเล็กน้อยครับ:
มักเป็นพร้อมกันหลายนิ้ว: หรือเป็นนิ้วนี้แล้ว หายไม่นานก็ไปเป็นอีกนิ้วหนึ่ง (Multiple Trigger Fingers)
เจ็บแบบตื้อๆ: บางครั้งไม่ได้ล็อคทันที แต่จะรู้สึกขัดๆ เจ็บโคนนิ้วแบบเรื้อรัง
มักมีอาการมือชาร่วมด้วย: เพราะพังผืดที่หนาขึ้นจากเบาหวาน มักจะไปกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) ร่วมด้วยเสมอ
นอกจากที่หมอจะคลำดู "ปม" ที่โคนนิ้วและทดสอบการขยับแล้ว สิ่งสำคัญที่หมอจะขอดูคือ "สมุดเบาหวาน" ครับ
เช็กค่า HbA1c: ค่าระดับน้ำตาลสะสมในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จะบอกหมอได้เลยว่าความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำของคุณสูงแค่ไหน
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): หมอจะใช้ส่องดูความหนาของปลอกหุ้มเอ็น ซึ่งในคนเบาหวานมักจะเห็นภาพการหนาตัวที่กระจายตัวไปหลายจุด ไม่ได้เป็นเพียงจุดเดียวเหมือนคนทั่วไป
การรักษานิ้วล็อคในคนเบาหวานมีความท้าทายกว่าปกติเล็กน้อยครับ:
การคุมเบาหวานคือหัวใจ: หากระดับน้ำตาลยังสูงอยู่ การรักษาที่มือจะหายช้ามาก และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูงเกือบ 100%
การฉีดยาลดการอักเสบ ร่วมกับการตัดพังผืด (ultrasound guided percutaneous release)
คนเบาหวานมีโอกาสที่นิ้วเดิมจะกลับมาล็อคซ้ำ หรือนิ้วข้างๆ เริ่มล็อคตามมาได้บ่อยกว่าคนทั่วไป การรักษาในคนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่แค่รักษาที่ "นิ้ว" แต่ต้องดูแลที่ "ระบบเลือด" ไปพร้อมกันครับ
ภาวะแทรกซ้อน: หากปล่อยไว้นาน คนเบาหวานเสี่ยงต่อการเกิด "ข้อนิ้วยึดติด" ได้ง่ายกว่าปกติ เพราะพังผืดจะก่อตัวหนามากจนนิ้วแข็งไปเลย
ถ้าคุณเป็นเบาหวานแล้วเริ่มรู้สึกว่านิ้วติดขัด อย่าชะล่าใจคิดว่าเป็นแค่เรื่องอายุหรือการทำงานนะครับ มันคือสัญญาณว่าระดับน้ำตาลของคุณอาจจะกำลังทำงานหนักเกินไปจนส่งผลต่อเส้นเอ็น การคุมน้ำตาลให้คงที่คือยาแก้ปวดนิ้วที่ดีที่สุดสำหรับคุณครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เบาหวานกับนิ้วล็อค #นิ้วล็อค #เบาหวาน #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ปวดนิ้ว #คุมน้ำตาล #เช็กเบาหวาน #โรคแทรกซ้อนเบาหวาน
Kim J, et al. Association between Diabetes Mellitus and Trigger Finger. J Hand Surg. 2018. (ศึกษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างระดับน้ำตาลในเลือดกับการเกิดโรคนิ้วล็อค)
Brozovich N, et al. Management of Trigger Finger in Patients with Diabetes. J Am Acad Orthop Surg. 2019. (แนวทางการรักษาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและการจัดการระดับน้ำตาล)
Grandizio LC, et al. The effect of diabetes on trigger finger injection outcomes. J Hand Surg Am. 2014. (วิเคราะห์ผลการฉีดยาในคนเบาหวานว่ามีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูงกว่าปกติ)
Sato S, et al. Pathogenesis of trigger finger in diabetic patients. J Bone Joint Surg. 2022. (อธิบายการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนในเส้นเอ็นเมื่อเจอน้ำตาลสูง)
Ishii S, et al. Glycation of collagen in diabetic hand complications. Journal of Orthopaedic Science. 2020. (เน้นเรื่องกระบวนการ Glycation หรือน้ำตาลจับโปรตีนในมือ)
