

เคยไหมครับ? ตื่นนอนมาแล้ว "นิ้วก้อยกับนิ้วนางชาหนึบ" หรือเวลานั่งทำงาน เท้าคางเพลินๆ แล้วรู้สึกไฟช็อตแปล๊บๆ ที่ข้อศอกวิ่งไปที่นิ้วก้อย?
หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวสะบัดๆ ก็หาย... แต่หารู้ไม่ว่า... ถ้าปล่อยไว้นานๆ อาการชาเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่ฝันร้ายที่เรียกว่า "มืออุ้งตีนหมี" (Claw Hand) และ "กล้ามเนื้อมือลีบถาวร" ได้ครับ!
วันนี้หมอเก่งจะพามาทำความรู้จักกับภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ที่ "ข้อศอก" ของเราครับ
เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: คุณลุงสมชาย กับมือที่ผอมลง
คุณลุงสมชาย อายุ 60 ปี มาหาหมอเพราะลูกสาวทักว่า "ทำไมมือพ่อดูผอมๆ กระดูกปูดๆ ชอบกล?" คุณลุงบอกว่า "พ่อก็แค่ชาๆ นิ้วก้อยมาเป็นปีแล้วลูก ไม่เจ็บหรอก แต่มันหยิบเหรียญลำบาก ตัดเล็บมือขวาก็ยากขึ้น"
พอหมอตรวจดูมือคุณลุง... ใจหายเลยครับ
ร่องหลังมือลึกโบ๋ (Muscle Atrophy): กล้ามเนื้อระหว่างนิ้วหายไปจนเห็นกระดูกปูด
นิ้วนางกับนิ้วก้อยงอ (Claw Hand): เหยียดตรงไม่ได้
หนีบนิ้วไม่ได้: เอากระดาษสอดระหว่างนิ้ว ลุงหนีบไม่อยู่เลย
เคสนี้คือ "เส้นประสาทอัลนาร์ถูกกดทับที่ข้อศอกอย่างรุนแรงและเรื้อรัง" ครับ น่าเสียดายที่มาหาหมอช้าไปนิด เพราะกล้ามเนื้อที่ลีบไปแล้ว กู้คืนยากมากครับ
เส้นประสาทอัลนาร์ คือใคร?
ลองจับที่ปุ่มกระดูกด้านในของข้อศอกดูครับ ถ้าเคาะโดนจุดหนึ่งแล้วไฟช็อตจี๊ดลงนิ้วก้อย... นั่นแหละครับคือ "เส้นประสาทอัลนาร์" (Ulnar Nerve) หรือที่ฝรั่งเรียกขำๆ ว่า "Funny Bone"
หน้าที่ของมันคือ:
รับความรู้สึก: นิ้วก้อย และครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง
สั่งการกล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้อเล็กๆ ในมือ (Intrinsic muscles) ที่ใช้ "กางนิ้ว หุบนิ้ว และงอโคนนิ้ว" เพื่อความละเอียดอ่อนในการหยิบจับ
ทำไมถึงเกิด "มืออุ้งตีนหมี" (Ulnar Claw Hand)?
เมื่อเส้นประสาทนี้ถูกกดทับนานๆ (ส่วนใหญ่มักโดนที่ข้อศอก) สัญญาณไฟจะส่งไปไม่ถึงปลายทางครับ
ผลลัพธ์: กล้ามเนื้อเล็กๆ ในมือที่ทำหน้าที่ "เหยียดข้อนิ้ว" เป็นอัมพาต
แต่ทว่า: กล้ามเนื้อเส้นเอ็นใหญ่ที่ใช้ "งอนิ้ว" (ซึ่งเลี้ยงโดยเส้นประสาทอื่น) ยังทำงานดีอยู่
ภาพที่เห็น: นิ้วนางและนิ้วก้อยเลยถูกดึงให้ "งอพับเข้ามา" (Claw) ส่วนโคนนิ้วจะแอ่นไปข้างหลัง... ดูคล้ายๆ กรงเล็บสัตว์ครับ
โอกาสเจอมากน้อยแค่ไหน? (Rare or Common?)
โรคนี้ "พบบ่อยเป็นอันดับ 2" ของโรคเส้นประสาทกดทับที่แขนครับ (รองจากพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ หรือ Carpal Tunnel Syndrome)
ใครเสี่ยงบ้าง?
คนชอบคุยโทรศัพท์นานๆ: ท่างอศอก ทำให้เส้นประสาทตึงและถูกเบียด
คนชอบเท้าคาง/ท้าวแขน: กดทับเส้นประสาทโดยตรง
คนนอนหลับท่างอแขน: ตื่นมาจะชานิ้วก้อย
คนเคยกระดูกศอกหัก: ทำให้ร่องทางเดินประสาทผิดรูป
5 สัญญาณเตือนอันตราย! (Red Flags) ที่ต้องรีบมาหาหมอ
ถ้ามีอาการแค่ "ชาๆ หายๆ" อาจจะพอกายภาพเองได้ แต่ถ้ามี 5 ข้อนี้ "ห้ามรอ" ครับ ต้องรีบมาด่วน!
กล้ามเนื้อเริ่มลีบ: สังเกตที่ "ง่ามนิ้วโป้งกับนิ้วชี้" (First dorsal web) ถ้ามันบุ๋มลงไป หรือหลังมือเห็นร่องกระดูกชัดเจน แสดงว่าอาการหนักแล้ว
นิ้วเริ่มงอ (Clawing): นิ้วนางกับนิ้วก้อยเริ่มงอ เหยียดตรงไม่ได้เอง
นิ้วก้อยกางออก (Wartenberg's Sign): นิ้วก้อยกางหนีจากนิ้วนาง หุบเข้ามาชิดกันไม่ได้ (เวลาล้วงกระเป๋ากางเกง นิ้วก้อยจะไปเกี่ยวขอบกระเป๋าตลอด)
หนีบนิ้วไม่ได้: ลองเอากระดาษสอดระหว่างนิ้ว แล้วหนีบไว้ ถ้าคนอื่นดึงกระดาษหลุดง่ายๆ แปลว่ากล้ามเนื้ออ่อนแรงแล้ว
ชาตลอดเวลา: จากที่เคยเป็นๆ หายๆ กลายเป็นชาหนาๆ ไม่รู้รสสัมผัส
รักษาทัน... มือกลับมาสวยได้
ระยะเริ่มต้น (แค่ชา):
ระยะรุนแรง (กล้ามเนื้อลีบ/นิ้วงอ):
บทส่งท้ายจากใจหมอ
"กล้ามเนื้อที่ลีบไปแล้ว... ยากมากที่จะกลับมาเต็มเหมือนเดิมครับ" ดังนั้น "เวลา" คือสิ่งสำคัญที่สุด สำหรับโรคเส้นประสาทอัลนาร์
อย่ารอให้นิ้วงอ หรือมือลีบจนเห็นกระดูกนะครับ ถ้าเริ่มมีอาการ "ชานิ้วก้อย" บ่อยๆ ลองสังเกตพฤติกรรมการใช้ศอกของตัวเอง แล้วรีบแก้ไข ถ้าไม่ดีขึ้น แวะมาให้หมอตรวจการนำกระแสประสาท (EMG/NCV) แต่เนิ่นๆ ดีกว่าครับ รักษาตอนเพิ่งเริ่ม หายไว และมือยังสวยเหมือนเดิมแน่นอนครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng
#ชานิ้วก้อย #มือลีบ #UlnarNerve #ClawHand #เส้นประสาทกดทับที่ข้อศอก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #DoctorKeng