
แค่ก้มเก็บของ...ทำไมปวดหลังเหมือนใจจะขาด?" ระวัง! นี่อาจไม่ใช่ปวดหลังธรรมดา แต่อาจเป็น "กระดูกหลังยุบ"
แม่แค่ก้มเก็บไม้กวาดเองนะหมอ ทำไมจู่ๆ ถึงปวดหลังจนลุกไม่ได้เลย?"
เสียงสั่นเครือของคุณป้าท่านหนึ่งที่ถูกหามใส่เปลมาหาผมที่คลินิก เป็นคำถามที่สะท้อนความจริงอันน่าตกใจของโรคกระดูกพรุนครับ หลายคนเข้าใจว่าต้องเกิดอุบัติเหตุรุนแรงกระดูกถึงจะหักหรือยุบได้ แต่ในความเป็นจริง สำหรับคนที่มีกระดูกบางมากๆ แค่การไอจามแรงๆ หรือแค่การนั่งกระแทกเบาๆ ก็ทำให้ "กระดูกสันหลังยุบ" ได้แล้วครับ
ลองจินตนาการว่ากระดูกสันหลังของเราเหมือนกับ "ก้อนขนมปัง" ที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ครับ ถ้ากระดูกเราแข็งแรงดี ขนมปังนั้นก็จะแน่นและรับน้ำหนักได้มาก แต่พอเราอายุมากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ร่างกายจะดึงแคลเซียมออกจากกระดูกเร็วกว่าการสร้างใหม่ ทำให้ข้างในก้อนขนมปังนั้นกลายเป็น "โพรง" หรือฟองอากาศขนาดใหญ่จนเนื้อขนมปังเหลือเพียงบางๆ
เมื่อเนื้อกระดูกบางลงจนถึงจุดหนึ่ง (โรคกระดูกพรุน) กระดูกสันหลังที่เคยเป็นทรงสี่เหลี่ยมแข็งแรง ก็จะทนรับน้ำหนักตัวเราเองไม่ไหว จนเกิดอาการ "ทรุด" หรือ "ยุบ" ลงมาเหมือนเราเอามือบีบขนมปังให้แบนลงนั่นเองครับ
ปวดหลังแบบฉับพลัน: มักเกิดขึ้นหลังจากกิจกรรมธรรมดาๆ เช่น ก้มหยิบของ ยกถังน้ำ หรือแค่ตกหลุมขณะนั่งรถ
ปวดมากเวลาเปลี่ยนท่า: จะลุกจากเตียงก็ปวด จะนั่งลงก็โอย แต่พอเอนตัวนอนนิ่งๆ อาการจะทุเลาลง
ความสูงลดลง: สังเกตว่าทำไมตัวเตี้ยลงกว่าสมัยก่อนเกิน 3-4 เซนติเมตร
หลังเริ่มโก่งค่อม: พอกระดูกสันหลังส่วนหน้ายุบลง ตัวเราจะเริ่มงุ้มไปข้างหน้าเรื่อยๆ
ปวดร้าวไปตามชายโครง: บางคนไม่ได้ปวดแค่ที่หลัง แต่ปวดเสียวร้าวมาที่ท้องหรือหน้าอก จนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคหัวใจหรือโรคกระเพาะ
เมื่อมาพบหมอ เรามีขั้นตอนการตรวจที่เข้าใจง่ายและไม่เจ็บตัวครับ:
การซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะกดดูตำแหน่งที่ปวด และเช็คกำลังขาและการรับรู้ความรู้สึก
การเอกซเรย์ (X-ray): เป็นด่านแรกเพื่อดูว่ากระดูกสันหลังข้อไหนที่เปลี่ยนรูปหรือยุบลง
การตรวจ MRI: อันนี้สำคัญมากครับ หมอจะใช้ดูว่ากระดูกที่ยุบนั้น "ยุบใหม่" หรือ "ยุบมานานแล้ว" เพราะการรักษานั้นต่างกันสิ้นเชิง รวมถึงดูว่ามีเศษกระดูกไปกดทับเส้นประสาทหรือไม่
การตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก (Bone Density Scan - DXA): เพื่อยืนยันว่าคุณมีสภาวะกระดูกพรุนระดับไหน จะได้วางแผนการรักษาในระยะยาวได้ถูกต้อง
สมัยก่อนคนกระดูกหลังยุบต้องนอนนิ่งๆ บนเตียงเป็นเดือนๆ จนกล้ามเนื้อฝ่อ แต่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้คนไข้กลับมาเดินได้เร็วขึ้นครับ
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด: * การใช้ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบ
การรักษาโดยการฉีดซีเมนต์ (Vertebroplasty/Kyphoplasty):
การผ่าตัดใส่สกรู: จะทำต่อเมื่อกระดูกที่ยุบไปกดทับเส้นประสาทอย่างรุนแรงจนขาอ่อนแรงหรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้เท่านั้นครับ
กระดูกข้อที่ยุบไปแล้วและรักษาด้วยซีเมนต์มักจะมั่นคงดีครับ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ "ข้อข้างเคียง" เพราะถ้าต้นเหตุอย่างโรคกระดูกพรุนยังไม่ถูกรักษา กระดูกข้ออื่นๆ ก็มีโอกาสยุบตามมาได้เหมือนโดมิโน่ครับ ดังนั้นการกินยาเพิ่มมวลกระดูกตามที่หมอนัดอย่างเคร่งครัดคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราไม่ต้องกลับมาเจ็บซ้ำอีก
การปวดหลังในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ต้อง "ทน" ครับ โดยเฉพาะถ้าปวดมากจนใช้ชีวิตไม่ได้ เพราะการนอนติดเตียงนานๆ จะนำมาซึ่งโรคแทรกซ้อนที่อันตรายกว่า เช่น ปอดบวม แผลกดทับ หรือติดเชื้อในกระแสเลือด การตรวจเจอเร็วและรักษาให้ตรงจุด จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่กลับมายิ้มและเดินไปกับลูกหลานได้อีกครั้งครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #กระดูกสันหลังยุบ #กระดูกพรุน #อันตรายในผู้สูงอายุ #ฉีดซีเมนต์กระดูกสันหลัง #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ดูแลผู้สูงอายุ #ปวดหลังร้าวลงขา #สุขภาพกระดูก
Sözen T, et al. (2017). An overview and management of osteoporosis. สรุปเรื่องระบาดวิทยาและแนวทางการจัดการโรคกระดูกพรุนเบื้องต้น เพื่อความเข้าใจภาพรวมของการสูญเสียมวลกระดูกในผู้สูงอายุ
Alexandru D & So W. (2012). Evaluation and management of vertebral compression fractures. อธิบายถึงวิธีการวินิจฉัยและการแยกประเภทของกระดูกสันหลังยุบ รวมถึงเกณฑ์การตัดสินใจเลือกระหว่างการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด
Buchbinder R, et al. (2018). Percutaneous vertebroplasty for osteoporotic vertebral compression fracture. รายงานการวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการฉีดซีเมนต์ในกระดูกสันหลังเพื่อลดอาการปวดในคนไข้โรคกระดูกพรุน
Compston JE, et al. (2019). Osteoporosis. ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรค (Pathogenesis) และการใช้ยาในกลุ่ม Antiresorptive เพื่อป้องกันกระดูกหักซ้ำซ้อน
National Osteoporosis Foundation (2023). *Clinician's Guide to Prevention and Treatment of Osteoporosis.*แนวทางเวชปฏิบัติล่าสุดในการดูแลคนไข้กระดูกพรุนและการประเมินความเสี่ยงด้วย FRAX score