
"ปวดคอร้าวลงแขน" ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าต้อง "ผ่าตัด" เสมอไป
"คุณหมอครับ ผมปวดคอจนร้าวลงไปถึงปลายนิ้วเลย ผลตรวจเอ็มอาร์ไอ (MRI) บอกว่าหมอนรองกระดูกมันเคลื่อนมาทับเส้นประสาทนิดหน่อย แบบนี้ผมต้องผ่าไหมครับ? แล้วถ้าไม่ผ่า ผมต้องรักษานานแค่ไหนถึงจะกลับไปใช้ชีวิตปกติได้?"
นี่คือประโยคคำถามยอดฮิตจาก "คุณเอก" (นามสมมติ) หนุ่มวัยทำงานที่ใช้เวลาหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง จนเริ่มมีอาการปวดตึงที่คอ ลามไปที่สะบัก และสุดท้ายเริ่มมีอาการ "เสียวแปล๊บ" เหมือนไฟช็อตลงไปที่แขน
หลายคนพอได้ยินคำว่า "หมอนรองกระดูกทับเส้น" ก็มักจะตกใจกลัวไปก่อน คิดว่าชีวิตนี้ต้องจบลงที่ห้องผ่าตัดแน่ๆ แต่ความจริงแล้ว หากผลตรวจระบุว่าการกดทับนั้น "ไม่มาก" การรักษาด้วยวิธีประคับประคองนี่แหละครับ คือพระเอกตัวจริงที่ช่วยให้คนไข้ส่วนใหญ่กลับมายิ้มได้อีกครั้ง
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ผมอยากให้คุณนึกภาพหมอนรองกระดูกคอเหมือนกับ "โดนัทที่มีไส้เจลลี่อยู่ตรงกลาง" ครับ หน้าที่ของมันคือเป็นโช้คอัพคอยรับแรงกระแทกให้กระดูกคอของเรา
แต่พอเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานคอหนักๆ เช่น ก้มเล่นมือถือนานๆ ไส้เจลลี่ข้างในมันจะเริ่มแห้งหรือปลิ้นออกมาข้างนอก ถ้ามันปลิ้นไปสะกิดเอา "เส้นประสาท" ที่อยู่ใกล้ๆ กันเข้า เรื่องก็เกิดทันทีครับ! เส้นประสาทนี้เหมือนสายไฟที่ส่งสัญญาณไปที่แขน พอโดนทับ แขนเราเลยรู้สึกปวด ชา หรือไม่มีแรงตามไปด้วย
ปวดตึงบริเวณลำคอและสะบัก
มีอาการปวดร้าวเหมือนไฟฟ้าช็อตจากคอ วิ่งลงไปตามไหล่ แขน หรือถึงปลายนิ้ว
รู้สึกชาเหมือนเข็มเล็กๆ ทิ่ม หรือแขนดูอ่อนแรงลง หยิบจับของแล้วหลุดมือง่าย
อาการมักจะเป็นมากขึ้นเวลาเราก้มหรือเงยคอท่าเดิมนานๆ
เวลามาหาหมอ เราจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดครับ หมอจะทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการรับความรู้สึก ส่วนการตรวจพิเศษที่ช่วยยืนยันได้ดีที่สุดคือ:
เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกว่ามีกระดูกงอกหรือช่องว่างระหว่างกระดูกแคบลงไหม
เอ็มอาร์ไอ (MRI): อันนี้คือ "กล้องส่องความจริง" เลยครับ จะเห็นชัดเลยว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นไปทับเส้นประสาทตรงไหน มากน้อยเพียงใด ซึ่งในกรณีที่คุณเอกเป็น คือการกดทับ "เพียงเล็กน้อย" (Mild compression)
นี่คือคำถามสำคัญครับ หากเราเลือกทางเดิน "ประคับประคอง" (Conservative Treatment) ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ประสานหลักๆ ดังนี้:
1. ปรับพฤติกรรมและทานยา (ช่วง 1-4 สัปดาห์แรก) เราจะใช้ยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ และยาช่วยบำรุงเส้นประสาท ร่วมกับการพักการใช้งานคอที่ผิดท่า ช่วงนี้อาการปวดแหลมๆ มักจะค่อยๆ ทุเลาลง
2. การฉีดยาโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง (Ultrasound Guided Cervical Nerve Injection) วิธีนี้ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราแม่นยำขึ้นมากครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องดูตำแหน่งเส้นประสาทที่ถูกทับ แล้วส่งยา (ยาลดอักเสบ) ไปวางไว้ตรงตำแหน่งนั้นเป๊ะๆ เหมือนการ "ดับไฟที่ต้นตอ"
ข้อดี: ลดการอักเสบได้รวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัยกว่าการฉีดแบบกะระยะเอง
ผลลัพธ์: คนไข้ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 1-2 สัปดาห์หลังฉีด
3. กายภาพบำบัด เมื่อความปวดลดลง การบริหารกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรงคือ "เกราะป้องกัน" ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำครับ
สรุปกรอบเวลาการรักษา: สำหรับเคสที่กดทับไม่มาก ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 6 ถึง 12 สัปดาห์ ในการฟื้นฟูร่างกายจนเกือบปกติครับ โดยอาการปวดมักจะหายไปก่อน ส่วนอาการชาอาจจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวของเส้นประสาทนานกว่านั้นเล็กน้อยครับ
ข่าวดีคือ กว่า 80-90% ของคนไข้ที่มีอาการหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาทไม่มาก สามารถดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ อย่างไรก็ตาม โรคนี้คือความเสื่อมตามวัยและการใช้งาน หากเราหายปวดแล้วแต่กลับไปก้มหน้าเล่นมือถือวันละหลายชั่วโมงเหมือนเดิม โรคนี้ก็พร้อมจะกลับมาทักทายได้เสมอ ดังนั้นการหมั่นยืดเหยียดและจัดท่าทางในการทำงานจึงสำคัญที่สุดครับ
แม้เราจะรักษาแบบประคับประคอง แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ ต้องรีบกลับมาพบหมอทันทีนะครับ:
แขนขาอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว
เดินเซ ทรงตัวไม่อยู่
กะพริบตาหรือขยับนิ้วมือลำบาก (ทำของตกบ่อยมาก)
มีปัญหาเรื่องการกลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะ
การรักษาโรคกระดูกไม่ใช่งานรีบร้อนครับ แต่ต้องอาศัย "ความเข้าใจ" และ "วินัย" ในการดูแลตัวเอง หากเราให้เวลาร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองควบคู่ไปกับการรักษาที่ถูกจุด คุณจะแปลกใจว่าร่างกายเราเก่งกว่าที่คิดครับ
สรุป การรักษาหมอนรองกระดูกคอเสื่อมในระยะแรกที่กดทับไม่มาก มักใช้เวลาประมาณ 1.5 - 3 เดือน โดยใช้การทานยา ร่วมกับการฉีดยาเฉพาะจุดด้วยอัลตราซาวด์เพื่อลดการอักเสบ ซึ่งได้ผลดีและปลอดภัยสูง หากปรับพฤติกรรมได้ อาการก็มักจะไม่กลับมาเป็นซ้ำครับ
หากมีข้อสงสัยหรือความกังวลใจเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลทางการแพทย์ในบทความนี้ ท่านสามารถสอบถามหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ครับ เพราะการรักษาในแต่ละบุคคลอาจมีความแตกต่างกันตามสภาพร่างกายและปัจจัยแวดล้อม การได้รับข้อมูลรอบด้านจะช่วยให้การตัดสินใจรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุดครับ
"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท #ปวดร้าวลงแขน #หมอนรองกระดูกเสื่อม #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #ฉีดยาใต้อัลตราซาวด์ #ออฟฟิศซินโดรม #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ดูแลสุขภาพ
Bier JD, et al. (2018). Clinical Practice Guideline for Physical Therapy Assessment and Treatment in Patients with Nonspecific Neck Pain. Physical Therapy. (แนวทางการรักษาภาวะปวดคอด้วยกายภาพบำบัดและการจัดการอาการปวดอย่างเป็นระบบ)
Bogduk N. (2011). On the definitions and physiology of back pain, referred pain, and radicular pain. Pain. (อธิบายกลไกการเกิดอาการปวดร้าวลงแขนและความแตกต่างของลักษณะอาการปวดเส้นประสาท)
Conger A, et al. (2020). The Effectiveness of Cervical Transforaminal Epidural Steroid Injections for the Treatment of Cervical Radicular Pain. Pain Medicine. (งานวิจัยสรุปประสิทธิภาพของการฉีดยาลดอักเสบเข้าโพรงประสาทคอเพื่อรักษาอาการปวดร้าวลงแขน)
Isaac Z. (2023). Cervical spondylotic radiculopathy: Prognosis and treatment. UpToDate. (ข้อมูลการพยากรณ์โรคและการรักษาภาวะรากประสาทคอถูกกดทับที่อัปเดตล่าสุด)
Rhee JM, et al. (2007). Nonoperative management of cervical radiculopathy. Journal of the American Academy of Orthopaedic Surgeons. (สรุปการรักษาโดยไม่ผ่าตัดที่ได้ผลดีในคนไข้หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท)