"ก้มหน้าเล่นมือถือจนปวดคอ... นี่เราอายุแค่ 20 กว่าๆ หมอนรองกระดูกคอจะเสื่อมแล้วจริงหรือ?"

ถ้าคุณคิดว่า "โรคกระดูกคอเสื่อม" เป็นเรื่องของคนวัยเกษียณเท่านั้น ผมบอกเลยครับว่าคุณกำลังเข้าใจผิดอย่างมาก ปัจจุบันในห้องตรวจของหมอเก่ง เราเจอคนไข้ที่เริ่มมีอาการตั้งแต่วัยเรียนหรือเริ่มทำงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจครับ


"หมอครับ ผมพึ่งจะ 25 เอง ทำไมเอ็กซเรย์ออกมาแล้วหมอท่านอื่นบอกว่าคอเสื่อมเหมือนคนอายุ 50?"

ผมมีคนไข้ท่านหนึ่ง ชื่อ "น้องเก่ง" (นามสมมติ) อายุเพียง 26 ปี ทำงานเป็น Graphic Designer วันๆ หนึ่งต้องอยู่หน้าจอกราฟิกและก้มดูไอแพดไม่ต่ำกว่า 10-12 ชั่วโมง น้องมาหาผมด้วยอาการปวดสะบักร้าวขึ้นไปถึงท้ายทอย และบางครั้งมีอาการมือชา

พอน้องเห็นภาพเอ็กซเรย์คอของตัวเอง น้องถึงกับช็อกครับ เพราะกระดูกคอเริ่มมี "หินปูน" เกาะ และหมอนรองกระดูกคอก็เริ่มบางลงจนผิดปกติ น้องถามผมด้วยความกังวลว่า "ผมจะพิการไหม? แล้วทำไมผมถึงเสื่อมเร็วขนาดนี้?"


อายุเท่าไรถึงเริ่มเสื่อมได้? (อธิบายความจริง)

ตามธรรมชาติแล้ว กระดูกและหมอนรองกระดูกของมนุษย์เราจะเริ่ม "เปลี่ยนไปตามวัย" ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ครับ แต่นั่นคือการเสื่อมตามธรรมชาติที่ค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบันที่เรามี "สังคมก้มหน้า" เราพบว่า:

  • อายุ 20-30 ปี: เริ่มพบสัญญาณการเสื่อมของหมอนรองกระดูกจากการใช้งานผิดท่า (Text Neck Syndrome)

  • อายุ 40 ปีขึ้นไป: มากกว่า 60% ของประชากรจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในภาพเอ็กซเรย์ แม้จะยังไม่มีอาการปวดก็ตาม

  • อายุ 60 ปีขึ้นไป: เกือบ 80-90% มีภาวะกระดูกคอเสื่อมตามวัย

สรุปคือ: ความเสื่อมเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 20 ปี หากเราใช้งานคอหนักเกินไปและผิดวิธีครับ


ทำไมถึงเสื่อม? (ความรู้เบื้องต้น)

หมอนรองกระดูกคอ (Cervical Disc) ทำหน้าที่เหมือน "โช้คอัพ" คอยรับน้ำหนักศีรษะของเรา

  • สาเหตุหลัก: เมื่อเราก้มหน้า น้ำหนักที่กดลงบนกระดูกคอจะเพิ่มขึ้นมหาศาลครับ ปกติศีรษะเราหนักประมาณ 5 กิโลกรัม แต่ถ้าเราก้ม 60 องศาเพื่อดูมือถือ น้ำหนักจะกลายเป็น 27 กิโลกรัมทันที!

  • กลไกการเกิดโรค: เมื่อมีแรงกดทับนานๆ น้ำในหมอนรองกระดูกจะค่อยๆ ลดลง ทำให้หมอนรองกระดูกแฟบและขาดความยืดหยุ่น จนสุดท้ายอาจปลิ้นไปทับเส้นประสาท หรือทำให้กระดูกสันหลังเสียดสีกันจนเกิดหินปูนงอกออกมา


สัญญาณเตือนและอาการ

  1. ปวดคอเรื้อรัง: ปวดๆ หายๆ นานเกิน 2 สัปดาห์

  2. ปวดร้าว: ปวดจากคอลงไปที่สะบัก หรือร้าวลงไปตามแขน

  3. อาการชา: รู้สึกยิบๆ เหมือนไฟช็อตที่ปลายนิ้วมือ

  4. กล้ามเนื้ออ่อนแรง: หยิบจับของหล่นบ่อย หรือติดกระดุมเสื้อลำบาก


การตรวจวินิจฉัย (Investigation)

  • เอ็กซเรย์ (X-ray): ดูช่องว่างระหว่างกระดูกว่าแคบลงไหม และดูหินปูนที่งอกออกมา

  • MRI: เป็นการตรวจที่ละเอียดที่สุด เห็นทั้งหมอนรองกระดูกที่ปลิ้น เส้นประสาท และไขสันหลัง ช่วยให้หมอวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

  • การตรวจความนำไฟฟ้าของเส้นประสาท (EMG): ทำในรายที่ชาหรืออ่อนแรงมาก เพื่อดูว่าเส้นประสาทถูกกดทับรุนแรงแค่ไหน


แนวทางการรักษาและป้องกัน

  1. ปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด): ยกมือถือขึ้นมาให้อยู่ระดับสายตา พักสายตาและเปลี่ยนท่าทางทุก 30-45 นาที

  2. การใช้ยา: ยาลดอักเสบ หรือยาช่วยฟื้นฟูเส้นประสาทตามความเหมาะสม

  3. ฉีดยาระบุตำแหน่งด้วยอัลตราซาวด์: หากปวดมาก หมอจะใช้อัลตราซาวด์ช่วยนำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบไปที่ข้อต่อหรือรากเส้นประสาทได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องผ่าตัด

  4. กายภาพบำบัด: เพื่อยืดเหยียดและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อคอ

  5. ผ่าตัดส่องกล้อง: จะทำต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล หรือมีการกดทับเส้นประสาทจนเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์เท่านั้น


พยากรณ์โรคและการดูแลตลอดชีวิต

โรคกระดูกคอเสื่อม "ไม่สามารถย้อนกลับให้เหมือนเด็กได้ 100%" แต่เราสามารถ "หยุดการเสื่อม" ไม่ให้พังไปมากกว่านี้ได้ครับ หากดูแลตัวเองดีๆ บริหารคอเป็นประจำ คุณจะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่าตัดเลย


สรุป

อายุไม่ใช่ตัวกำหนดความเสื่อมเพียงอย่างเดียว แต่ "พฤติกรรมการก้ม" คือตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญที่สุด อย่ารอจนอายุ 50 เพื่อจะเริ่มดูแลคอ เพราะความเสื่อมอาจเริ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้ที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกคอเสื่อม #ปวดคอบ่าไหล่ #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ออฟฟิศซินโดรม #สังคมก้มหน้า #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ดูแลสุขภาพ #ชาปลายนิ้ว #รักษาโดยไม่ผ่าตัด


References

  1. Woods BI, Hilibrand AS. Cervical Radiculopathy: Epidemiology, Etiology, Diagnosis, and Treatment. Instructional Course Lectures. 2021. (สรุป: ข้อมูลสถิติและความเสื่อมตามช่วงอายุของกระดูกคอในประชากรโลก)

  2. Hansraj KK. Assessment of Stresses in the Cervical Spine Caused by Posture and Position of the Head. Surgical Technology International. 2022. (สรุป: การวิจัยเรื่องแรงกดทับที่คอเพิ่มขึ้นตามองศาการก้มหน้าเล่นมือถือ)

  3. Kim R, et al. Prevalence and Risk Factors of Cervical Spondylosis in Young Adults. Spine Journal. 2024. (สรุป: งานวิจัยล่าสุดที่พบอุบัติการณ์กระดูกคอเสื่อมเพิ่มสูงขึ้นในคนอายุต่ำกว่า 30 ปี)

  4. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Cervical Spondylosis (Arthritis of the Neck). Clinical Guideline 2023. (สรุป: แนวทางการรักษาภาวะกระดูกคอเสื่อมตามมาตรฐานสากล)

  5. Nagata K, et al. The prevalence of cervical cord compression and its association with physical performance in a population-based cohort. Journal of Orthopaedic Science. 2021. (สรุป: ความสัมพันธ์ระหว่างความเสื่อมของคอกับสมรรถภาพทางกายในระยะยาว)