
คุณลุงสมบัติ อายุ 70 ปี เดินเข้ามาหาหมอด้วยสีหน้ากังวลพลางชี้ไปที่ต้นแขนข้างซ้าย “หมอครับ ดูสิครับ ลูกหนูมันปูดออกมาเป็นก้อนเลย เมื่อก่อนไม่เคยเป็นนะ สงสัยผมจะออกกำลังกายผิดท่า” หมอยิ้มให้คุณลุงและบอกว่า “ลุงครับ นี่ไม่ใช่กล้ามโตนะครับ แต่เป็นสัญญาณว่าเส้นเอ็นตรงไหล่มันขาด” คุณลุงทำหน้างง ๆ เพราะไม่คิดว่าอาการ “ลูกหนู” ที่ปูดออกมานี้ จะเป็นเรื่องที่ต้องกังวล
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือคนที่ใช้งานแขนหนัก ๆ เส้นเอ็นที่พูดถึงนี้คือ "เส้นเอ็นไบเซ็ปส์" หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "เส้นเอ็นลูกหนู" ซึ่งเป็นเส้นเอ็นสำคัญที่ช่วยให้เรางอข้อศอกและหมุนปลายแขนได้ เมื่อเส้นเอ็นนี้ขาด กล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ที่เคยถูกดึงรั้งไว้ ก็จะหดตัวเป็นก้อนปูดขึ้นมา ทำให้เห็นเป็น “ลูกหนู” ที่แขนอย่างที่คุณลุงสมบัติเป็น
เส้นเอ็นไบเซ็ปส์เป็นเหมือนสายเคเบิลที่ยึดกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ (กล้ามเนื้อหน้าแขน) เข้ากับกระดูกที่หัวไหล่และข้อศอก การขาดของเส้นเอ็นนี้สามารถเกิดได้ที่บริเวณใกล้หัวไหล่ (ส่วนใหญ่) หรือที่บริเวณข้อศอกก็ได้
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เส้นเอ็นไบเซ็ปส์ขาด:
ความเสื่อมตามวัย: เมื่ออายุมากขึ้น เส้นเอ็นก็เหมือนยางที่เสื่อมสภาพ ขาดความยืดหยุ่น ทำให้ขาดง่ายขึ้น
การใช้งานหนักซ้ำๆ: การยกของหนักๆ การเล่นกีฬาที่ต้องใช้แรงแขนมาก เช่น ยกน้ำหนัก หรือกีฬาที่ต้องขว้างบ่อยๆ ก็ทำให้เส้นเอ็นอ่อนแอลงได้
อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บเฉียบพลัน: เช่น หกล้มเอาแขนยันพื้น หรือถูกกระแทกอย่างแรงที่ไหล่
อาการที่สังเกตได้เมื่อเส้นเอ็นไบเซ็ปส์ขาด:
มีเสียง "ป๊อป" หรือ "ฉีก" ดังขึ้น: ขณะที่เกิดการบาดเจ็บ
ปวดเฉียบพลันและรุนแรง: บริเวณไหล่หรือต้นแขน
มีรอยช้ำ: บริเวณต้นแขนและข้อศอก
กล้ามเนื้อ "ลูกหนู" ปูดเป็นก้อน: หรือ "แขนป๊อปอาย" เหมือนตัวการ์ตูน
อ่อนแรง: โดยเฉพาะเวลาที่งอข้อศอก หรือหมุนปลายแขน
เคลื่อนไหวไม่ถนัด: อาจจะยกแขนหรือหมุนแขนได้ไม่เต็มที่
การวินิจฉัยเส้นเอ็นไบเซ็ปส์ขาดนั้น หมอจะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย โดยดูว่ามีก้อนปูดที่แขนหรือไม่ และทดสอบกำลังกล้ามเนื้อ หากสงสัยว่าเส้นเอ็นขาด ก็จะมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น:
การเอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีปัญหาที่กระดูก หรือมีหินปูนเกาะที่เส้นเอ็นหรือไม่ แต่เอกซเรย์จะมองไม่เห็นเส้นเอ็นโดยตรง
อัลตราซาวนด์ (Ultrasound): เป็นการตรวจที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ทำให้เห็นเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่ออ่อนได้ค่อนข้างชัดเจน สามารถมองเห็นตำแหน่งที่เส้นเอ็นขาดได้
เอ็มอาร์ไอ (MRI): เป็นการตรวจที่ละเอียดที่สุด โดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสร้างภาพอวัยวะภายใน ทำให้เห็นเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และความเสียหายต่างๆ ได้อย่างชัดเจน รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างอื่นๆ บริเวณไหล่ด้วย
ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดเส้นเอ็นไบเซ็ปส์ขาด:
อายุที่มากขึ้น: เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด
การใช้งานแขนหนักๆ ซ้ำๆ: โดยเฉพาะงานที่ต้องยกของเหนือศีรษะ
ประวัติการบาดเจ็บที่ไหล่: เช่น เส้นเอ็นไหล่อักเสบเรื้อรัง
การสูบบุหรี่: ทำให้เส้นเอ็นเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
การใช้ยาสเตียรอยด์: อาจทำให้เส้นเอ็นอ่อนแอลงได้
การรักษาเส้นเอ็นไบเซ็ปส์ขาดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของผู้ป่วย ระดับความรุนแรงของการขาด ตำแหน่งที่ขาด และความต้องการในการใช้งานแขน
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด:
การรักษาด้วยการผ่าตัด:
พยากรณ์โรค:
เส้นเอ็นไบเซ็ปส์ที่ขาดไปแล้วนั้น ไม่สามารถกลับมาเชื่อมต่อกันได้เองตามธรรมชาติ แต่การรักษาแบบไม่ผ่าตัดสามารถช่วยบรรเทาอาการและฟื้นฟูการใช้งานแขนได้ดีในหลายราย โดยที่ยังคงมีก้อน “ลูกหนู” ปูดให้เห็นอยู่ แต่อาจมีอาการอ่อนแรงในการงอข้อศอกและหมุนปลายแขนเล็กน้อย หากอาการไม่รุนแรง หรือผู้ป่วยไม่ได้ใช้งานแขนหนักมาก ก็อาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม การดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายที่เหมาะสม และการระมัดระวังการใช้งานแขน จะช่วยป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ และช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng
#เส้นเอ็นไบเซ็ปส์ขาด #ปวดไหล่ #กล้ามเนื้อปูด #ป๊อปอายอาร์ม #หมอเก่งกระดูกและข้อ