
ปวดหลังอีกแล้ว...แต่โชคดีที่ไม่ร้าวลงขา" หลายคนคงเคยถอนหายใจแบบนี้ แล้วคิดว่าคงเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา พักสักหน่อยเดี๋ยวก็หาย แต่บางครั้งอาการปวดตื้อๆ ที่เอว ที่เป็นๆ หายๆ ก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาอื่นที่เราไม่ควรมองข้ามได้เช่นกันครับ
"ปวดแต่หลัง ไม่ลงขา ไม่น่าเป็นอะไรเยอะใช่ไหมคะหมอ?"
"พี่จิ๊บ (นามสมมติ)" พนักงานออฟฟิศวัย 45 ปี ถามผมด้วยความสงสัย เธอเล่าว่ามีอาการปวดเมื่อยที่หลังส่วนล่างมาหลายเดือนแล้ว โดยเฉพาะเวลาที่ต้องนั่งทำงานนานๆ หรือช่วงบ่ายๆ ของวัน "มันปวดตื้อๆ ค่ะหมอ เหมือนโดนทุบเบาๆ ตลอดเวลา พอลุกเดินหรือไปนวดก็ดีขึ้นแป๊บเดียว แต่ไม่เคยปวดร้าวลงขาเลยนะคะแบบนี้มันคืออะไรกันแน่"
หมออยากบอกว่า การที่ไม่มีอาการร้าวลงขาถือเป็นข่าวดีอย่างหนึ่งครับ เพราะมันทำให้โอกาสที่จะเป็นภาวะหมอนรองกระดูก "ปลิ้น" ออกมากดทับเส้นประสาทรุนแรงนั้นลดน้อยลงไปมาก แต่อาการปวดหลังเฉพาะที่ ก็มีสาเหตุได้หลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากโครงสร้างภายในหลังของเราเองนี่แหละครับ
สาเหตุยอดฮิตของอาการปวดหลัง (เฉพาะที่)
ลองจินตนาการว่าหลังของเราเป็นเหมือนเสาบ้านที่มีกล้ามเนื้อและเอ็นต่างๆ เป็นเหมือนเชือกขึงยึดไว้รอบๆ เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งทำงานผิดปกติไป ก็ย่อมส่งผลให้เกิดอาการปวดได้ครับ
1. กล้ามเนื้อและเอ็นอักเสบ (Muscle and Ligament Strain)
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดครับ เหมือน "พี่จิ๊บ" เลย เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อหลังหนักเกินไป หรือผิดท่าทาง ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการบาดเจ็บ อักเสบ หรือเกร็งค้างจนเกิดเป็น "ปม" หรือจุดกดเจ็บ (Trigger Point)
สาเหตุ: ก้มยกของหนัก, นั่งทำงานหลังค่อม, ออกกำลังกายผิดท่า, การบิดตัวเร็วๆ
ลักษณะอาการ: ปวดตื้อๆ เมื่อยๆ ในบริเวณกว้างๆ ของหลังส่วนล่าง กดลงไปแล้วรู้สึกระบม หรือเจอบริเวณที่แข็งเป็นก้อน กดแล้วเจ็บจี๊ด
2. ข้อต่อกระดูกสันหลังอักเสบ (Facet Joint Syndrome)
กระดูกสันหลังของเราไม่ได้มีแค่หมอนรองกระดูก แต่ยังมี "ข้อต่อเล็กๆ" ด้านหลังที่เรียกว่า ข้อต่อฟาเซ็ท (Facet Joint) ทำหน้าที่ช่วยในการแอ่นหลังและบิดตัว เมื่อข้อต่อนี้เกิดความเสื่อมหรืออักเสบขึ้น ก็เป็นสาเหตุของอาการปวดหลังที่พบบ่อยมากเช่นกัน
สาเหตุ: ความเสื่อมตามวัย, การแอ่นหลังบ่อยๆ, น้ำหนักตัวมาก
ลักษณะอาการ: ปวดลึกๆ ที่บริเวณข้างกระดูกสันหลัง อาจเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ อาการมักจะแย่ลงเวลาแอ่นหลัง ยืนนานๆ หรือเดินไกลๆ และจะดีขึ้นเมื่อก้มตัวไปข้างหน้าหรือได้นั่งพัก
3. หมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative Disc Disease)
ภาวะนี้แตกต่างจาก "หมอนรองกระดูกปลิ้น" นะครับ "ความเสื่อม" คือการที่หมอนรองกระดูกซึ่งเปรียบเสมือนโช้คอัพ ค่อยๆ สูญเสียน้ำและบางลงตามกาลเวลา ทำให้ความสามารถในการรับแรงกระแทกลดลง กระดูกสันหลังจึงมาชิดกันมากขึ้น
สาเหตุ: เป็นความเปลี่ยนแปลงตามวัยเป็นหลัก แต่การสูบบุหรี่และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมสามารถเร่งให้เสื่อมเร็วขึ้นได้
ลักษณะอาการ: มักจะปวดตื้อๆ กลางหลังส่วนล่าง เป็นอาการปวดเรื้อรัง ที่มักจะแย่ลงช่วงท้ายของวัน หรือหลังจากทำกิจกรรมที่ต้องรับน้ำหนักนานๆ
4. สาเหตุอื่นๆ ที่อาจพบได้ (แต่ไม่บ่อย)
กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis): คือภาวะที่กระดูกสันหลังข้อหนึ่งมีการเลื่อนตัวไปข้างหน้ามากกว่าปกติ ทำให้โครงสร้างไม่มั่นคงและเกิดอาการปวดหลังได้
การติดเชื้อ หรือ เนื้องอก: พบน้อยมากๆ ครับ แต่อาจเป็นสาเหตุได้ โดยมักจะมีสัญญาณอันตรายอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ หนาวสั่น น้ำหนักลดฮวบฮาบโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปวดรุนแรงตลอดเวลาแม้แต่ตอนนอนพัก
เมื่อไหร่ที่ปวดหลังแบบนี้...ควรรีบมาพบแพทย์?
แม้ส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่หากคุณมีอาการปวดหลังร่วมกับ "สัญญาณอันตราย" เหล่านี้ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดครับ
ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พักแล้วไม่ดีขึ้น
ปวดมากตอนกลางคืนจนนอนไม่หลับ
มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่ขา
มีไข้ หรือน้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ
เคยมีประวัติเป็นมะเร็ง หรือเพิ่งมีการติดเชื้อในร่างกาย
ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ (ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที)
สรุปแล้ว อาการปวดหลังที่ไม่ร้าวลงขา แม้ส่วนใหญ่จะเกิดจากกล้ามเนื้อ แต่ก็อย่าชะล่าใจนะครับ การสังเกตลักษณะอาการของตัวเองและรู้ว่าเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ จะช่วยให้เราได้รับการรักษาที่ตรงจุด และป้องกันไม่ให้อาการเล็กน้อยกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคตได้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng
#ปวดหลัง #ปวดเอว #กล้ามเนื้อหลังอักเสบ #ออฟฟิศซินโดรม #กระดูกสันหลังเสื่อม #ข้อต่อฟาเซ็ท #หมอเก่งกระดูกและข้อ