
ปวดส้นเท้าในเด็ก
“หมอครับ ลูกผมอายุ 8 ขวบ บ่นปวดส้นเท้าทุกทีเวลาวิ่งนาน ๆ หรือเล่นกีฬานาน ๆ พอให้หยุดพักก็เหมือนไม่เป็นไร… แบบนี้ผิดปกติมั้ยครับ?”
หมอได้ยินคำถามแบบนี้บ่อยมากจากคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกอยู่ในช่วงวัยประถมปลาย
หลายคนเข้าใจว่าอาจเป็นอาการเมื่อยธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นภาวะเฉพาะของวัยนี้ที่ต้องระวัง
แผ่นกระดูกส้นเท้าอักเสบในเด็ก (Sever’s Disease) คืออะไร?
เป็นภาวะที่เกิดจากการอักเสบของ “จุดเกาะเอ็นร้อยหวาย” บริเวณกระดูกส้นเท้า
มักพบในเด็กช่วงอายุ 8–12 ปี โดยเฉพาะเด็กที่
วิ่งหรือกระโดดมาก เช่น เล่นฟุตบอล บาสเกตบอล หรือกีฬาอื่น
อยู่ในช่วง “โตเร็ว” ทำให้กระดูกยืดไวกว่าเอ็น กล้ามเนื้อดึงรั้งมากขึ้น
ใส่รองเท้าที่รองรับส้นเท้าไม่ดี หรือพื้นแข็งเกินไป
สังเกตยังไงว่าใช่โรคนี้?
ปวดเฉพาะบริเวณ “ส้นเท้า” โดยเฉพาะด้านหลังหรือล่าง
ปวดมากเวลา “วิ่ง” หรือ “ลงน้ำหนัก”
หายปวดเมื่อพัก หรือไม่เล่นกีฬา
เดินกะเผลก หรือเดินลงส้นไม่ได้ในบางช่วง
ไม่มีอุบัติเหตุหรือการกระแทกมาก่อน
ตรวจยังไง? ต้องเอกซเรย์ไหม?
ในเด็กส่วนใหญ่ หมอมักวินิจฉัยจาก อาการ + การตรวจร่างกาย ก็เพียงพอ
แต่บางรายอาจใช้ เอ็กซเรย์ เพื่อดูว่าไม่มีโรคกระดูกอื่นซ่อนอยู่ หรือหักล้าซ้อนเรื้อรัง (ภาพที่คุณส่งมาคล้ายลักษณะกระดูกส้นเท้ากำลังเจริญเติบโต และอาจมีจุดการอักเสบเล็กน้อย)
รักษายังไง?
ข่าวดีคือ… โรคนี้ ไม่ใช่โรคอันตราย และมักหายได้เอง ถ้าดูแลถูกวิธี
แนวทางเบื้องต้นที่แนะนำ:
หยุดพักการวิ่งหรือกระโดด ชั่วคราว 2–4 สัปดาห์
ประคบเย็น วันละ 2–3 ครั้ง ช่วงมีอาการ
ยืดกล้ามเนื้อน่อง วันละ 2 รอบ (ท่ายืนพิงกำแพง เหยียดเข่าตรง)
หากปวดมาก หมออาจพิจารณาให้ ยาทา / ยากินลดอักเสบ
ใส่ รองเท้าที่มีพื้นนุ่ม และรองส้นเท้า (Heel cup) ลดแรงกระแทก
บางกรณีที่มีการเจ็บเรื้อรังหรือปวดมากเฉพาะจุด หมออาจใช้เครื่อง ultrasound เพื่อประเมินเพิ่มเติมก่อนพิจารณาฉีดยา (พบได้น้อยในเด็ก)
หายขาดไหม? จะเป็นเรื้อรังไหม?
ส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 1–3 เดือน
ไม่ใช่โรคเรื้อรัง ไม่ทำให้กระดูกผิดรูปในระยะยาว
แต่ถ้าไม่ปรับพฤติกรรมหรือฝืนเล่นต่อ อาจทำให้ปวดเรื้อรัง และกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย
หมอสรุปว่า…
เด็กที่ปวดส้นเท้าซ้ำ ๆ เวลาเล่นกีฬา อย่ามองข้ามว่าเป็นแค่ปวดเมื่อย
อาจเป็นสัญญาณของโรคแผ่นกระดูกส้นเท้าอักเสบ ซึ่งดูแลได้ไม่ยาก และหายได้เองถ้าดูแลอย่างเหมาะสม
แต่หากปวดมากขึ้น เดินไม่ได้ หรือบวมแดงร่วมด้วย — ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ