

หมอเก่งเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "นิ้วล็อก" หรือบางท่านอาจกำลังประสบกับอาการนี้อยู่ก็ได้ครับ อาการนิ้วล็อกไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวเลย เพราะเกิดจากการใช้งานมือและนิ้วมือในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละครับ บางคนอาจคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ปล่อยไว้เดี๋ยวก็หายเอง แต่จริงๆ แล้ว ถ้ารักษาไม่ถูกวิธีหรือไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่น้อยเลยครับ
นิ้วล็อก (Trigger Finger) หรือทางการแพทย์เรียกว่า ปลอกหุ้มเอ็นนิ้วมืออักเสบ (Stenosing Tenosynovitis) เป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของ เส้นเอ็น (Tendon) และ ปลอกหุ้มเอ็น (Tendon Sheath) บริเวณโคนนิ้วมือครับ
ลองนึกภาพง่ายๆ นะครับว่า เส้นเอ็นของเราก็เหมือนเชือกที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนไหวของนิ้ว ส่วนปลอกหุ้มเอ็นก็เหมือนปลอกที่สวมทับเชือกเส้นนั้นไว้ เพื่อให้เชือกเคลื่อนที่ได้สะดวก พอเรางอนิ้ว เส้นเอ็นก็จะเลื่อนผ่านปลอกหุ้มเอ็นไปมา
แต่เมื่อมีการใช้งานนิ้วมือมากเกินไป ซ้ำๆ หรืออยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานๆ เช่น การกำมือแน่นๆ การบิดผ้า การใช้กรรไกรตัดของแข็งๆ บ่อยๆ หรือการใช้เมาส์คอมพิวเตอร์นานๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้:
เส้นเอ็นเกิดการอักเสบและบวมหนาขึ้น: ทำให้ขนาดของเส้นเอ็นใหญ่ขึ้นกว่าปกติ
ปลอกหุ้มเอ็นเกิดการอักเสบและตีบแคบลง: เหมือนปลอกที่รัดแน่นขึ้น
เมื่อเส้นเอ็นที่หนาขึ้นพยายามที่จะเลื่อนผ่านปลอกหุ้มเอ็นที่ตีบแคบลง ก็จะเกิดการติดขัด สะดุด หรือล็อกค้าง ทำให้งอนิ้วแล้วเหยียดออกยาก บางครั้งต้องใช้มืออีกข้างช่วยง้างออก หรือมีเสียง "คลิก" ตอนที่นิ้วเหยียดออกครับ
นิ้วล็อกสามารถเกิดได้กับทุกคนครับ แต่จะพบได้บ่อยในกลุ่มคนเหล่านี้:
ผู้ที่ใช้งานมือและนิ้วซ้ำๆ บ่อยๆ: เช่น แม่บ้าน, ช่างฝีมือ, คนทำงานออฟฟิศที่ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ, เกษตรกร
เพศหญิง: พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป: โดยเฉพาะในวัยกลางคนถึงผู้สูงอายุ
ผู้ป่วยโรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคเบาหวาน, โรครูมาตอยด์, หรือ โรคไทรอยด์ มีความเสี่ยงที่จะเป็นนิ้วล็อกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
อาการของนิ้วล็อกแบ่งตามความรุนแรงได้เป็น 4 ระยะหลักๆ ครับ:
ระยะที่ 1 (เริ่มมีอาการ): รู้สึกเจ็บโคนนิ้วมือ โดยเฉพาะเวลากดหรือกำมือแน่นๆ อาจมีอาการป้าง่วงๆ ตอนเช้า
ระยะที่ 2 (นิ้วสะดุด): มีอาการสะดุดเวลางอหรือเหยียดนิ้ว อาจรู้สึกว่านิ้วติดๆ ขัดๆ เหมือนมีอะไรขวางอยู่ แต่ยังพอเหยียดออกได้เอง
ระยะที่ 3 (นิ้วล็อก): นิ้วล็อกค้างในท่างอ ไม่สามารถเหยียดออกได้เอง ต้องใช้มืออีกข้างช่วยง้างนิ้วออก บางครั้งจะเจ็บมากตอนง้าง
ระยะที่ 4 (นิ้วยึดติด): นิ้วล็อกค้างในท่างออย่างถาวร ไม่สามารถเหยียดออกได้เลย แม้จะใช้มืออีกข้างช่วยง้างแล้วก็ตาม
การวินิจฉัยนิ้วล็อกทำได้ไม่ยากครับ คุณหมอจะ:
ซักประวัติ: สอบถามเกี่ยวกับอาการปวด ระยะเวลาที่เป็น และกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน
ตรวจร่างกาย: คุณหมอจะคลำดูบริเวณโคนนิ้วที่ปวด เพื่อหาส่วนที่บวมหรือกดเจ็บ และจะให้ลองงอและเหยียดนิ้ว เพื่อดูอาการสะดุดหรือล็อก
โดยทั่วไปแล้ว นิ้วล็อกไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ หรือตรวจพิเศษอย่างอื่นครับ การซักประวัติและตรวจร่างกายก็เพียงพอแล้ว
แนวทางการรักษานิ้วล็อกมีตั้งแต่การปรับพฤติกรรมไปจนถึงการใช้เทคนิคพิเศษทางการแพทย์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการครับ
1. การพักการใช้งานและปรับพฤติกรรม (สำหรับระยะเริ่มต้น):
2. การใช้ยา:
3. การฉีดยาและการเลาะพังผืดโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound Guided Injection and Release Fascia) (สำหรับระยะที่ 2-3):
การป้องกันนิ้วล็อกที่ดีที่สุดคือ การปรับพฤติกรรมการใช้งานมือ ครับ:
หลีกเลี่ยงการกำมือแน่นๆ หรือเกร็งนิ้วมือเป็นเวลานาน
หยุดพักเป็นระยะ: หากต้องทำงานที่ใช้มือซ้ำๆ ควรหยุดพักและยืดเหยียดนิ้วมือเป็นระยะ
ใช้อุปกรณ์ช่วย: เช่น เลือกใช้เครื่องมือที่กระชับมือ, ใช้แป้นพิมพ์และเมาส์ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์
บริหารนิ้วมือ: ทำท่าบริหารง่ายๆ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของนิ้วและข้อมือ
หมออยากบอกว่า... นิ้วล็อกเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ครับ ด้วยเทคโนโลยีการรักษาในปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงนำทางในการฉีดยาและเลาะพังผืด ก็ช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากหลีกเลี่ยงการรักษาที่ซับซ้อนได้ หากมีอาการสงสัย หรือเป็นมานานแล้วยังไม่ดีขึ้น อย่าลังเลที่จะเข้ามาปรึกษาคุณหมอนะครับ การรักษาที่รวดเร็วและเหมาะสม จะช่วยให้กลับไปใช้งานมือได้อย่างปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng
#นิ้วล็อก #TriggerFinger #ปวดนิ้ว #เอ็นนิ้วอักเสบ #มืออักเสบ #อัลตราซาวนด์รักษา #ลดการผ่าตัด