ปวดคอเรื้อรัง…สัญญาณเตือนกระดูกคอเสื่อมที่คุณต้องรู้!

“หมอคะ/ครับ…ทำไมปวดคอมาเป็นเดือนแล้วไม่หายสักที หมอนรองกระดูกทับเส้นหรือเปล่าคะ/ครับ?” นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อย ๆ จากคนไข้หลายท่าน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ อย่างคุณลุงสมชาย อายุ 55 ปี ที่มาปรึกษาด้วยอาการปวดคอมานานเป็นเดือน

คุณลุงสมชายปกติเป็นคนแข็งแรงดี แต่ช่วงหลังๆ มานี้เริ่มมีอาการปวดคอมากขึ้นเรื่อยๆ บางทีก็ร้าวไปที่บ่าและสะบัก ทำให้ทำงานไม่ถนัด เวลานอนก็พลิกตัวลำบาก บางครั้งรู้สึกชาๆ ที่มือจนตกใจว่าจะเป็นอะไรกันแน่ พอมาตรวจดูก็พบว่าอาการปวดคอของคุณลุงเกิดจาก “กระดูกคอเสื่อม” นั่นเองครับ

ความจริงง่ายๆ เกี่ยวกับอาการปวดคอ

หลายคนพอปวดคอ มักจะคิดไปก่อนว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งก็เป็นไปได้ครับ แต่จริงๆ แล้วอาการปวดคอนั้นมีได้หลายสาเหตุมาก หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อย โดยเฉพาะในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป คือ “กระดูกคอเสื่อม” ครับ

กระดูกคอของเรามีลักษณะเป็นข้อๆ วางเรียงต่อกันเหมือนเสา เมื่อเวลาผ่านไป กระดูกและหมอนรองกระดูกคอที่ทำหน้าที่เหมือนเบาะรองรับแรงกระแทก ก็เริ่มเสื่อมสภาพลงตามวัย เหมือนยางรถยนต์ที่ใช้ไปนานๆ ก็ต้องมีการสึกหรอเป็นธรรมดาครับ การเสื่อมนี้เองที่อาจทำให้เกิดอาการปวด หรือบางครั้งก็ไปกดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการอื่น ๆ ตามมาได้

มาทำความรู้จัก “กระดูกคอเสื่อม” กัน

กระดูกคอเสื่อมคืออะไร? คือภาวะที่ความเสื่อมตามธรรมชาติเกิดขึ้นกับกระดูกสันหลังส่วนคอ รวมถึงหมอนรองกระดูกและข้อต่อต่างๆ ที่อยู่รอบๆ บริเวณคอ ทำให้โครงสร้างเหล่านี้ทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนเดิม

สาเหตุหลักๆ คืออะไร?

  • อายุที่เพิ่มขึ้น: เป็นสาเหตุหลักเลยครับ เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น การสึกหรอก็เป็นเรื่องปกติของร่างกาย

  • ท่าทางที่ไม่เหมาะสม: การก้มหน้าเล่นมือถือเป็นเวลานานๆ, การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ด้วยท่าที่ไม่ถูกต้อง, การนอนหนุนหมอนสูงเกินไป หรือท่าทางอื่นๆ ที่ทำให้คอต้องรับภาระมากเกินไปบ่อยๆ ก็เร่งให้กระดูกคอเสื่อมเร็วขึ้นได้

  • การบาดเจ็บ: เช่น เคยประสบอุบัติเหตุคอเคล็ด หรือได้รับการกระแทกที่คอมาก่อน

  • พันธุกรรม: บางคนอาจมีปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้มีโอกาสกระดูกคอเสื่อมได้ง่ายกว่าคนอื่น

อาการเป็นอย่างไร? อาการของกระดูกคอเสื่อมมีได้หลากหลายครับ ขึ้นอยู่กับว่าการเสื่อมนั้นไปกระทบกับอะไรบ้าง

  • ปวดคอ: เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด อาจปวดตื้อๆ ปวดล้าๆ หรือปวดแปลบๆ

  • ปวดร้าว: อาการปวดอาจร้าวไปที่บ่า สะบัก หรือแขนได้

  • ชา หรืออ่อนแรง: หากกระดูกที่เสื่อมไปกดทับเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขนและมือ อาจมีอาการชาที่มือ แขน หรือมีอาการอ่อนแรง ยกแขนไม่ขึ้น กำมือไม่มีแรง

  • ปวดศีรษะ: บางครั้งอาจปวดศีรษะบริเวณท้ายทอย ร้าวขึ้นไปบนศีรษะได้

  • เวียนศีรษะ/เดินเซ: หากมีการกดทับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง หรือไขสันหลัง อาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเดินเซได้ (แต่มักเป็นในรายที่เป็นมาก)

การตรวจและการวินิจฉัย

คุณหมอจะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติอย่างละเอียด ถามถึงลักษณะอาการ ระยะเวลาการปวด และปัจจัยที่ทำให้อาการดีขึ้นหรือแย่ลง จากนั้นจะมีการตรวจร่างกาย โดยคุณหมอจะดูการเคลื่อนไหวของคอ คลำดูบริเวณคอและบ่า ตรวจกำลังกล้ามเนื้อและปฏิกิริยาตอบสนองของเส้นประสาทที่แขนและมือ เพื่อดูว่ามีส่วนไหนผิดปกติบ้าง

หลังจากนั้น อาจมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและดูความรุนแรงของโรค:

  • เอกซเรย์ (X-ray): เป็นการตรวจเบื้องต้นที่ใช้บ่อยที่สุด ช่วยให้เห็นโครงสร้างกระดูกคอ ว่ามีการเสื่อม มีกระดูกงอก หรือมีกระดูกคอเคลื่อนผิดรูปไปจากเดิมหรือไม่

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): อาจนำมาใช้ประเมินกล้ามเนื้อบริเวณคอ เส้นเอ็น หรือเส้นประสาทบางตำแหน่งได้

  • เอ็มอาร์ไอ (MRI): ถ้าสงสัยว่ามีการกดทับเส้นประสาท หรือไขสันหลัง คุณหมออาจจะแนะนำให้ทำ MRI ซึ่งเป็นการตรวจที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้เห็นภาพเนื้อเยื่ออ่อน เช่น หมอนรองกระดูก เส้นประสาท และไขสันหลังได้อย่างชัดเจน ละเอียดกว่าการเอกซเรย์มากครับ

แนวทางการรักษาและการดูแลตนเอง

ข่าวดีคือ กระดูกคอเสื่อมส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดครับ การรักษาเริ่มต้นมักจะเน้นที่การบรรเทาอาการและปรับพฤติกรรม:

  • ปรับพฤติกรรม: นี่คือหัวใจสำคัญเลยครับ!

  • การใช้ยา: คุณหมออาจให้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาแก้อักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อช่วยลดอาการปวดและอักเสบ

  • กายภาพบำบัด: นักกายภาพบำบัดจะช่วยแนะนำการออกกำลังกายที่เหมาะสม การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัดเพื่อลดปวด

  • การฉีดยาเฉพาะจุด (ภายใต้การอัลตราซาวด์นำทาง): ในบางรายที่มีอาการปวดมาก และยาเม็ดไม่ได้ผล คุณหมออาจพิจารณาฉีดยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบเข้าที่ข้อต่อกระดูกคอ หรือรอบเส้นประสาทที่ถูกกดทับ โดยจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยนำทาง เพื่อให้มั่นใจว่าฉีดเข้าตำแหน่งที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

  • การผ่าตัด: เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมาก เช่น ปวดมากจนทนไม่ไหว มีอาการอ่อนแรงของแขนขา หรือมีการกดทับไขสันหลังอย่างรุนแรง ซึ่งการผ่าตัดจะช่วยลดการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง และทำให้คอมีความมั่นคงขึ้น

หายขาดไหม ต้องดูแลตลอดชีวิตหรือไม่?

กระดูกคอเสื่อมเป็นภาวะที่เกิดขึ้นตามวัยครับ เหมือนความเสื่อมของร่างกายส่วนอื่นๆ ถามว่าหายขาดไหม ก็คงต้องบอกว่าภาวะ "เสื่อม" นั้นไม่หายขาดไปได้ทั้งหมดครับ แต่เราสามารถ "ควบคุมอาการ" และ "ชะลอความเสื่อม" ไม่ให้เป็นมากขึ้น หรือทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้

สิ่งสำคัญคือการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง หมั่นสังเกตอาการ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับคำแนะนำที่ถูกต้องครับ

หมออยากบอกว่า…อาการปวดคอไม่ใช่อาการที่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของกระดูกคอเสื่อมได้ครับ การดูแลสุขภาพคอตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี และใช้คอได้อย่างมีความสุขไปอีกนานครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดคอ #กระดูกคอเสื่อม #คอเสื่อม #หมอนรองกระดูกคอ #ปวดเรื้อรัง #ดูแลสุขภาพคอ #หมอเก่งกระดูกและข้อ