

ปวดแสบ ชาอุ้งเท้า 2 ข้าง จนนอนไม่ได้… อาการนี้ไม่ธรรมดา
“หมอคะ หนูปวดแสบ ๆ ร้อน ๆ แล้วก็ชาอุ้งเท้าทั้งสองข้าง เป็นมา 3 เดือนแล้ว บางคืนปวดจนต้องลุกเดินกลางดึก หนูงงมากว่าเกิดอะไรขึ้น?”
คำถามจากคุณศรี อายุ 55 ปี ที่เริ่มจากแค่ปวดเมื่อยขา กลายเป็นอาการปวดแสบปวดร้อน ชาลึก ๆ ใต้ฝ่าเท้า จนกระทบชีวิตประจำวัน
หมออยากบอกว่า… อาการแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ
เมื่อปวดแสบ และชาอุ้งเท้าเกิดขึ้นพร้อมกัน
อาการแบบนี้มักเกี่ยวข้องกับ “ระบบประสาท” ครับ
โดยเฉพาะถ้าเป็นทั้ง 2 ข้าง และค่อย ๆ แย่ลงในช่วงหลายเดือน บางครั้งปวดมากตอนกลางคืน หรือรู้สึกเหมือนไฟช็อตจี๊ด ๆ ที่ฝ่าเท้า อาจเกิดจากเส้นประสาทที่หลังส่วนเอวถูกกดทับ
คนไข้บางคนเข้าใจว่า “เดินเยอะ” หรือ “แค่ปวดเมื่อย” แต่จริง ๆ แล้วอาจมีปัญหาจากกระดูกสันหลังส่วนล่างโดยไม่รู้ตัว
โรคที่เป็นไปได้
ในคนวัย 50 ปีขึ้นไป อาการปวดแสบปวดร้อนและชาอาจเกี่ยวข้องกับ:
หมอนรองกระดูกเสื่อมกดทับเส้นประสาท
ภาวะโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Lumbar spinal stenosis)
เบาหวานที่ทำให้เส้นประสาทเสื่อม
หรือในบางรายอาจมีหลายสาเหตุร่วมกัน
ถ้าเป็นทั้งสองข้างแบบค่อยเป็นค่อยไป และปวดมากตอนนอน มักเกี่ยวข้องกับภาวะตีบแคบของโพรงเส้นประสาทที่หลังส่วนล่าง
ตรวจอย่างไร?
หมอจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายดูการรับรู้สัมผัสที่เท้า การทรงตัว และกำลังของกล้ามเนื้อขา
หากสงสัยว่ามีการกดทับของเส้นประสาท อาจแนะนำ:
เอกซเรย์กระดูกสันหลัง เพื่อดูโครงสร้างเบื้องต้น
MRI หลังส่วนล่าง เพื่อตรวจดูเส้นประสาทโดยตรง
บางครั้งหมออาจตรวจน้ำตาลในเลือด เพื่อดูว่ามีเบาหวานแฝงหรือไม่ด้วยครับ
แนวทางรักษาและดูแลตัวเอง
เบื้องต้นหมออาจแนะนำ:
ปรับพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งนาน หรือลุกนั่งผิดท่า
กายภาพบำบัด เพื่อยืดกล้ามเนื้อหลังและสะโพก
ยาลดการอักเสบหรือยาช่วยบรรเทาอาการชา
ฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด โดยใช้ ultrasound ช่วยระบุตำแหน่ง
ในกรณีที่อาการรุนแรงมากหรือ MRI พบว่ามีการกดทับชัดเจน อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดเพื่อคลายเส้นประสาท
หายขาดไหม? ต้องรักษาตลอดชีวิตหรือเปล่า?
ถ้ารู้ตัวเร็ว รักษาถูกทาง หลายคนดีขึ้นจนใช้ชีวิตปกติได้
แต่อาการชาบางจุดอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว เพราะเส้นประสาทฟื้นช้ากว่ากล้ามเนื้อ
สิ่งสำคัญคือ ต้องไม่ปล่อยไว้จนปวดจนนอนไม่ได้ หรือเริ่มเดินลำบาก เพราะนั่นคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังขอความช่วยเหลือครับ
หมอสรุปให้นะครับว่า…
อาการปวดแสบปวดร้อน ชาอุ้งเท้า 2 ข้าง ไม่ใช่แค่เรื่องเดินเยอะหรือเมื่อยล้าเสมอไป
โดยเฉพาะในคนวัย 50 ปีขึ้นไป ควรตรวจดูว่ามีปัญหาจากหมอนรองกระดูกหรือเส้นประสาทกดทับหรือไม่
ถ้ารู้เร็ว ดูแลเร็ว ก็ป้องกันไม่ให้ลุกลามได้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng