คุณตาสุข อายุ 75 ปี เดินเข้ามาหาหมอที่คลินิกด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย พร้อมกับยกแขนข้างซ้ายไม่ค่อยขึ้น “หมอครับ ผมปวดไหล่ข้างซ้ายมา 3 ปีแล้วครับ ยิ่งตอนกลางคืนนี่ปวดจนนอนไม่หลับเลย จะเอื้อมหยิบของก็เจ็บไปหมด สงสัยผมจะเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”

ปวดไหล่เรื้อรัง... ปัญหาที่หลายคนมองข้าม

อาการปวดไหล่ที่คุณตาสุขเล่ามา ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ ยิ่งอายุมากขึ้น ข้อต่อต่างๆ ในร่างกายก็เริ่มเสื่อมตามกาลเวลา ไหล่เองก็เป็นข้อต่อที่ต้องใช้งานหนักแทบทุกวัน ทั้งยก แบก หิ้ว หรือแม้แต่แค่การเคลื่อนไหวทั่วไปในชีวิตประจำวัน เมื่อมีการใช้งานสะสมมานานๆ ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ ก็ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังได้

หลายคนคิดว่า “ปวดไหล่ตามอายุ เป็นเรื่องธรรมดา” หรือ “เดี๋ยวก็หายเอง” ซึ่งในบางกรณีก็อาจจะจริงครับ แต่ถ้าอาการปวดนั้นเป็นๆ หายๆ มานานหลายเดือน หรือปวดจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน นอนไม่หลับ ทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ได้เหมือนเดิม แบบนี้ไม่ควรละเลยนะครับ เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องการการดูแลที่ถูกต้อง

สาเหตุและอาการปวดไหล่เรื้อรังในผู้สูงอายุ

ปวดไหล่เรื้อรังในผู้สูงอายุมีหลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อยๆ มักเกิดจาก “เส้นเอ็นรอบข้อไหล่อักเสบหรือฉีกขาด” ครับ

ไหล่ของเราประกอบด้วยกระดูก 3 ชิ้นใหญ่ๆ คือ กระดูกต้นแขน กระดูกสะบัก และกระดูกไหปลาร้า โดยมีกลุ่มเส้นเอ็นเล็กๆ 4 เส้น (ที่เรียกว่า “เอ็นหมุนข้อไหล่” หรือ Rotator Cuff) คอยช่วยในการยกแขน หมุนแขน และทำให้ข้อไหล่มั่นคง

  • สาเหตุ: เมื่ออายุมากขึ้น เส้นเอ็นเหล่านี้จะเริ่มเสื่อมสภาพลง ความยืดหยุ่นลดลง ทำให้เปราะบางและฉีกขาดได้ง่ายขึ้น บางครั้งอาจเกิดจาก การใช้งานไหล่ซ้ำๆ เช่น ยกของหนัก ออกกำลังกายที่ใช้ไหล่มากเกินไป หรือแม้แต่ การสะสมของหินปูนในเส้นเอ็น ก็ทำให้เกิดการอักเสบและปวดได้

  • อาการ:

ตรวจวินิจฉัย… เพื่อหาต้นตอที่แท้จริง

เมื่อคุณหมอเจอกับผู้ป่วยปวดไหล่เรื้อรัง ก็จะเริ่มจากการ ซักประวัติ อย่างละเอียด ถามถึงลักษณะอาการปวด กิจวัตรประจำวัน โรคประจำตัว และยาที่ใช้ จากนั้นจะ ตรวจร่างกาย โดยให้ผู้ป่วยขยับแขนในท่าต่างๆ เพื่อประเมินว่าข้อไหล่เคลื่อนไหวได้แค่ไหน ปวดตรงไหน มีกำลังแขนเป็นอย่างไร

ในบางกรณี คุณหมออาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • เอกซเรย์ (X-ray): ใช้ดูภาพโครงสร้างกระดูก เพื่อดูว่ามีกระดูกงอก หินปูนเกาะ หรือกระดูกหักหรือไม่ ซึ่งมักจะมองไม่เห็นเส้นเอ็นโดยตรง

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เป็นการตรวจที่ละเอียดขึ้น สามารถมองเห็นเนื้อเยื่ออ่อน เช่น เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ได้ค่อนข้างดี ทำให้บอกได้ว่าเส้นเอ็นมีการอักเสบ บวม หรือฉีกขาดหรือไม่ และฉีกขาดมากน้อยแค่ไหน ข้อดีคือ ไม่เจ็บ และไม่ใช้รังสี

  • MRI (Magnetic Resonance Imaging): เป็นการตรวจที่ให้ภาพละเอียดที่สุด โดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้เห็นโครงสร้างภายในข้อไหล่ได้ทั้งหมด ทั้งกระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และกระดูกอ่อน บอกได้ชัดเจนว่าเส้นเอ็นฉีกขาดหรือไม่ ฉีกขาดตำแหน่งไหน ขนาดเท่าไหร่ และมีภาวะอื่นแทรกซ้อนหรือไม่ แต่จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการตรวจแบบอื่น

การตรวจเหล่านี้จะช่วยให้คุณหมอสามารถวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ และวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด

แนวทางการรักษา… ทางเลือกที่หลากหลาย

เมื่อรู้สาเหตุแล้ว การรักษาก็มีหลายแนวทาง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ สาเหตุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

ปรับพฤติกรรม: เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้ปวด งดการยกของหนัก หรือการใช้งานไหล่ซ้ำๆ พักการใช้งานไหล่ในช่วงที่ปวดมาก อาจใช้การประคบเย็นในช่วงที่มีการอักเสบเฉียบพลัน และประคบอุ่นเมื่ออาการปวดดีขึ้นแล้ว

ยาแก้อักเสบและยาแก้ปวด: คุณหมออาจพิจารณาให้ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาแก้ปวด เพื่อลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด

กายภาพบำบัด: เป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟู ผู้ป่วยจะได้เรียนรู้ท่าบริหารที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ เพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหว และลดอาการปวด ควรทำภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

การฉีดยา:

การผ่าตัด: การผ่าตัดจะเป็นทางเลือกสุดท้าย เมื่อการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล หรือในกรณีที่เส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรงมากจนไม่สามารถยกแขนได้เลย การผ่าตัดส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง (arthroscopic surgery) ซึ่งเป็นแผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว

ปวดไหล่เรื้อรัง… รักษาได้ หายขาดได้ แต่ต้องดูแลต่อเนื่อง

สำหรับคุณตาสุข หลังจากที่ตรวจอย่างละเอียดแล้ว พบว่ามีเส้นเอ็นฉีกขาดไม่มาก คุณหมอได้แนะนำให้รักษาด้วยการพักการใช้งาน ร่วมกับการฉีดยาและทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ หลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน คุณตาสุขก็กลับมาใช้งานไหล่ได้ดีขึ้น อาการปวดลดลงมาก ยิ้มแย้มสดใสขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ

การปวดไหล่เรื้อรัง แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากปล่อยไว้นานๆ โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดข้อไหล่ติด หรือข้อไหล่เสื่อมตามมาได้ ซึ่งจะยิ่งรักษายากขึ้นไปอีก

สิ่งสำคัญคือ เมื่อมีอาการปวดไหล่เรื้อรัง อย่ารอช้า หรือคิดไปเองว่าต้องผ่าตัดเสมอไปนะครับ เพราะการรักษาส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แค่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและดูแลอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เหมือนเดิมครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดไหล่ #ปวดไหล่เรื้อรัง #เส้นเอ็นไหล่ฉีก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ข้อไหล่เสื่อม