
“โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์” ชื่อฟังดูน่ากลัว แต่ “หมอเก่ง” อยากเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ นะครับ โรคนี้ไม่ได้เกิดเพียงแค่ข้อเจ็บปวดทั่วไป แต่เป็นโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ จู่โจมข้อตัวเองจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง
คุณยายหนึ่งเล่าว่า “ตอนแรกก็คิดว่าเป็นแค่ข้อเข่าร่วงธรรมดา แต่พอนานไป ข้อมือ ปลายนิ้วก็บวม เจ็บหนักจนทำอะไรไม่ได้” นี่แหละครับสัญญาณที่เราต้องให้ความสำคัญ
โรคนี้สังเกตง่าย ๆ จากอาการข้อบวม แดง ร้อน เจ็บบริเวณข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเท้า ที่มักมีอาการตึงและเจ็บมากในตอนเช้า จนทำให้ยากต่อการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกเหนื่อย เพลียหรือมีไข้ต่ำ ๆ ด้วย
การตรวจวินิจฉัยไม่ซับซ้อนเกินไปครับ หมอจะดูอาการ ตรวจข้อต่าง ๆ และอาจส่งตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีการอักเสบมากแค่ไหน บางครั้งอาจใช้การเอกซเรย์หรืออัลตราซาวด์ช่วยตรวจดูความเสียหายของข้อและเนื้อเยื่อรอบ ๆ อย่างชัดเจน
การรักษาสมัยใหม่นั้นไม่ได้ใช้แค่ยาแก้ปวดเท่านั้น แต่เน้นลดการอักเสบและปรับการทำงานของภูมิคุ้มกันให้เหมาะสม เช่น
-การให้ยาใหม่ที่ใช้ในการรักษา เช่น JAK Inhibitors (tsDMARDs กลุ่มใหม่), IL‑6 Inhibitors
กำลังใจสำคัญมาก “หมอเก่ง” อยากบอกว่า หากเรารู้ทันอาการและรีบรักษาอย่างถูกต้อง จะช่วยชะลอการลุกลามของโรคและทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
มาเรียนรู้ดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ก่อนที่จะสายไปครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
อบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
📞 โทร: 081-530-3666
#ข้ออักเสบรูมาตอยด์ #โรคข้ออักเสบ #ดูแลข้อ #รักษาข้ออักเสบ #หมอกระดูก #ปวดข้อ #กายภาพบำบัดข้อ #สุขภาพข้อ #กระดูกและข้อ