เก๊าท์ ไม่รักษา เสี่ยงข้ออักเสบเรื้อรัง

“หมอครับ ทำไมข้อเท้าผมบวมแดงอีกแล้ว ทั้งที่เพิ่งหายไปไม่นาน”

คุณวิชัย อายุ 55 ปี เดินเข้ามาหาหมอด้วยสีหน้ากังวล เพราะข้อเท้าซ้ายบวม ปวดมากจนแทบลงน้ำหนักไม่ได้ หมอตรวจแล้วพบว่าเป็น โรคเก๊าท์ ซึ่งเกิดจากการที่กรดยูริกในเลือดสูง และตกผลึกในข้อ

เขายอมรับว่ารู้ว่าเป็นเก๊าท์มาหลายปีแล้ว แต่ไม่ได้กินยาต่อเนื่อง เพราะคิดว่ากินยาบ่อยไม่ดี จนทำให้ข้ออักเสบบ่อยขึ้น

เก๊าท์ คืออะไร

เก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดจากการสะสมของ ผลึกกรดยูริก ในข้อ เมื่อผลึกเหล่านี้ไปกระตุ้นเยื่อบุข้อ จะทำให้ข้อบวม แดง ร้อน และปวดมาก

อาการมักเกิดทันทีภายในไม่กี่ชั่วโมง และรุนแรงจนเดินแทบไม่ได้ โดยมักเริ่มจากข้อเดียว เช่น ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือข้อเข่า

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • กรดยูริกในเลือดสูงจากพันธุกรรมหรือการกินอาหารบางชนิด

  • ดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์

  • กินอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด

  • โรคไตเรื้อรัง ทำให้ขับกรดยูริกได้น้อยลง

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดข้อรุนแรง มักเกิดตอนกลางคืน

  • ข้อบวม แดง ร้อน

  • เดินหรือขยับข้อได้ลำบาก

  • ถ้าเป็นนาน ๆ อาจเกิดก้อนโทฟัส (Tophi) ซึ่งเป็นผลึกกรดยูริกสะสมใต้ผิวหนัง

อันตรายหากไม่รักษา

หากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุมกรดยูริกในเลือด:

  • ข้ออักเสบเรื้อรัง ปวดบ่อยขึ้นและนานขึ้น

  • ข้อเข่า ข้อเท้า หรือข้ออื่น ๆ อาจเสียรูป

  • ไตวายจากการสะสมของผลึกกรดยูริกในไต

  • คุณภาพชีวิตลดลงจากการเคลื่อนไหวลำบาก

การวินิจฉัย

ซักประวัติและตรวจร่างกาย หมอจะดูตำแหน่งข้อที่อักเสบและลักษณะเฉพาะ

ตรวจเลือด วัดระดับกรดยูริกในเลือด

เจาะน้ำในข้อ (ถ้าจำเป็น) เพื่อตรวจหาผลึกกรดยูริก

ตรวจปัสสาวะ 24 ชั่วโมง เพื่อดูระดับกรดยูริกในปัสสาวะ แยกว่าเกิดจากการสร้างกรดยูริกมากเกินไป หรือจากการขับออกทางไตน้อยลง เพื่อใช้เลือกยาลดกรดยูริกได้เหมาะสม

แนวทางรักษา

การรักษาเก๊าท์มี 2 ระยะสำคัญ:

ระยะอักเสบเฉียบพลัน

  • พักข้อ งดลงน้ำหนัก

  • ประคบเย็นเพื่อลดบวม

  • ใช้ยาแก้อักเสบ หรือยาลดบวมของข้อ

ระยะควบคุมกรดยูริกในร่างกาย

  • ใช้ยาลดกรดยูริกอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาระดับให้อยู่ต่ำกว่า 6 มก./ดล.

  • ปรับพฤติกรรมการกิน ลดอาหารพิวรีนสูง

  • ดื่มน้ำมากพอเพื่อช่วยขับกรดยูริก

ป้องกันไม่ให้เก๊าท์กำเริบ

  • รักษาระดับกรดยูริกให้ต่ำกว่า 6 มก./ดล.

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่หลีกเลี่ยงการใช้ข้อหนักเกินไป

  • ควบคุมน้ำหนัก

  • ตรวจสุขภาพและระดับกรดยูริกอย่างสม่ำเสมอ

หมอสรุปว่า เก๊าท์เป็นโรคที่ควบคุมได้ ถ้ารักษาต่อเนื่องและปรับพฤติกรรมอย่างถูกต้อง การปล่อยไว้ไม่เพียงแต่ทำให้ปวดข้อซ้ำ ๆ แต่ยังเสี่ยงทำลายข้อถาวรและกระทบไตด้วย

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#เก๊าท์ #ข้ออักเสบ #ปวดข้อ #ข้อบวม #รักษาเก๊าท์ #หมอเก่งกระดูกและข้อ