ปวดข้อนิ้วมือ ปลายข้อโป่งแข็ง OA ข้อนิ้วมือ (DIP)

เคยสังเกตไหม… ปลายนิ้วมือโป่ง แข็ง เจ็บตอนขยับ

คุณนิด อายุ 58 ปี ทำกับข้าวทุกวัน วันหนึ่งมาหาหมอพร้อมยื่นมือให้ดู บอกว่า

“หมอคะ ทำไมข้อนิ้วมือปลาย ๆ ของหนู มันโป่ง ๆ แข็ง ๆ เจ็บตอนหยิบของเล็ก ๆ บางครั้งจับช้อนก็ปวด”

นี่คืออาการที่หมอพบได้บ่อยในคนวัย 50 ขึ้นไป โดยเฉพาะผู้หญิง ซึ่งมักเป็นโรคที่เรียกว่า ข้อเสื่อมปลายนิ้วมือ หรือ OA ข้อ DIP

โรคนี้คืออะไร?

ข้อเสื่อมปลายนิ้วมือ (OA DIP) คือ ภาวะที่ข้อต่อเล็ก ๆ บริเวณปลายนิ้วมือค่อย ๆ เสื่อมลงตามอายุหรือการใช้งาน ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อบางลง สึกกร่อน และกระดูกงอกเพิ่ม ทำให้ข้อโป่งแข็ง บางคนมีปุ่มกระดูกนูนที่เรียกว่า “ปุ่มเฮเบอร์เดน (Heberden’s node)”

สาเหตุและการเกิดโรค (แบบเข้าใจง่าย)

ลองนึกถึงบานพับประตูที่เปิด-ปิดทุกวัน ถ้าไม่ได้หยอดน้ำมันนาน ๆ ผิวโลหะก็สึก ขอบก็เริ่มโป่ง ขยับแล้วฝืด เสียงดัง

ข้อต่อปลายนิ้วมือก็คล้ายกัน เมื่อใช้งานทุกวัน กระดูกอ่อนซึ่งเป็นเหมือนฟองน้ำรองกระดูกจะบางลง น้ำหล่อลื่นในข้อมีน้อยลง ผิวกระดูกเสียดสีกัน กระดูกจึงพยายามซ่อมตัวเองโดยสร้างกระดูกงอก ทำให้ข้อบวมและเคลื่อนไหวติดขัด

ปัจจัยเสี่ยง

  • อายุเกิน 50 ปี โดยเฉพาะเพศหญิงหลังหมดประจำเดือน

  • การใช้มือซ้ำ ๆ เช่น ทำครัว งานเย็บผ้า พิมพ์งาน หรืองานช่างฝีมือ

  • พันธุกรรม — ถ้าพ่อแม่เคยมีปุ่มกระดูกปลายนิ้ว มีโอกาสสูงที่ลูกจะเป็น

  • การบาดเจ็บเก่าในข้อนั้น

อาการที่พบ

  • ปวดและตึงบริเวณปลายนิ้วมือ โดยเฉพาะเวลาใช้แรงหยิบ จับ บิด

  • ข้อบวมและมีปุ่มแข็ง (ปุ่มเฮเบอร์เดน)

  • ขยับข้อแล้วรู้สึกติดหรือฝืด โดยเฉพาะตอนเช้า

  • ในบางรายอาจมีข้อเอียงหรือรูปนิ้วเปลี่ยนไป

การตรวจวินิจฉัย

  1. ตรวจร่างกาย หมอจะคลำข้อดูว่ามีปุ่มแข็ง ข้อบวม เจ็บ หรือมีการเคลื่อนไหวน้อยลงหรือไม่

  2. เอกซเรย์มือ เห็นช่องว่างข้อแคบลง กระดูกงอก และรูปร่างข้อเปลี่ยน

  3. ในบางกรณีอาจใช้ อัลตราซาวนด์ เพื่อดูเยื่อบุข้อและการอักเสบ

การรักษา

เนื่องจากข้อเสื่อมไม่สามารถทำให้กระดูกอ่อนกลับมาเหมือนเดิมได้ การรักษาจึงเน้นที่การลดปวด ลดอักเสบ และชะลอการเสื่อม

วิธีดูแลและรักษา

  • พักมือ หลีกเลี่ยงการใช้แรงบีบหรือบิดมากเกินไป

  • ประคบอุ่นวันละ 1–2 ครั้ง เพื่อลดตึงและเพิ่มการไหลเวียน

  • ใช้ยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบตามแพทย์สั่ง

  • ในบางกรณี หมออาจฉีดยาลดอักเสบเฉพาะข้อ โดยใช้เครื่อง ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งให้แม่นยำ

  • อุปกรณ์พยุงข้อ (splint) เพื่อประคองข้อให้อยู่นิ่ง ลดการเสียดสี

กรณีรุนแรงมาก ที่ข้อปวดตลอดเวลาและผิดรูปจนใช้งานไม่ได้ อาจพิจารณาผ่าตัดเชื่อมข้อให้คงที่

พยากรณ์โรค

  • โรคนี้เป็นเรื้อรัง แต่สามารถควบคุมอาการได้ถ้าดูแลถูกวิธี

  • ปุ่มกระดูกที่ขึ้นแล้วมักไม่หายไป แต่ปวดน้อยลงเมื่ออักเสบสงบ

  • ถ้าดูแลดี โอกาสที่ข้ออื่น ๆ จะเสื่อมเร็วจะลดลง

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

  • ข้อเอียงหรือผิดรูป ทำให้ใช้งานมือไม่สะดวก

  • ปวดเรื้อรังจนกระทบการทำงานและคุณภาพชีวิต

  • อักเสบซ้ำ ๆ จนข้อแข็งถาวร

การป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงการบีบ บิด จับของหนักซ้ำ ๆ

  • พักมือเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ระหว่างทำงาน

  • บริหารกล้ามเนื้อมือและนิ้วเบา ๆ เช่น กำลูกบอลนุ่ม ๆ

  • รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม และดูแลสุขภาพทั่วไป

หมออยากบอกว่า…

OA ข้อนิ้วมือปลายข้อ ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ถ้าปล่อยให้ปวดเรื้อรังและข้อผิดรูป อาจกระทบชีวิตประจำวันได้มาก การรู้จักสัญญาณเตือน ดูแลตัวเอง และมาพบแพทย์เมื่อมีอาการ จะช่วยให้เรายังใช้มือได้ดีไปอีกนาน

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

#ปวดข้อนิ้วมือ #ข้อเสื่อม #OAข้อDIP #ปุ่มเฮเบอร์เดน #ปวดข้อ #ปวดมือ #หมอเก่ง