นิ้วหัวแม่เท้าเก (Hallux Valgus) ปล่อยไว้ไม่รักษา อาจเดินลำบากไปตลอด

เมื่อวานหมอเจอคุณสุรีย์ อายุ 55 ปี เดินเข้าห้องตรวจด้วยรองเท้าแตะคู่ใหญ่กว่าปกติ

เธอพูดพร้อมทำหน้าบูดบึ้งว่า “หมอคะ ช่วงนี้ปวดตรงโคนนิ้วหัวแม่เท้าขวาเยอะมาก เวลาใส่รองเท้าหุ้มส้นนี่แทบเดินไม่ได้ มันโป่งออกมาเหมือนมีก้อนกระดูก”

พอถอดรองเท้าออก หมอก็เห็นทันทีว่าคุณสุรีย์มี นิ้วหัวแม่เท้าเก เอียงเข้าหานิ้วข้าง ๆ และปูดเป็นก้อนตรงข้างเท้า

หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่เรื่องความสวยงาม แต่จริง ๆ แล้วถ้าปล่อยไว้อาจทำให้ปวด เดินผิดรูป และมีปัญหาในอนาคตได้

นิ้วหัวแม่เท้าเก คืออะไร

นิ้วหัวแม่เท้าเก หรือ Hallux valgus คือภาวะที่ กระดูกโคนนิ้วหัวแม่เท้าเอียงออกด้านนอก และปลายนิ้วหันเข้าหานิ้วชี้ ทำให้เกิดก้อนนูนด้านในของเท้า

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดแค่ในคนสูงอายุ ผู้หญิงวัยทำงานก็เป็นได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบใส่รองเท้าปลายแหลม หรือส้นสูงเป็นเวลานาน

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • รองเท้าบีบหน้าเท้า: รองเท้าปลายแหลม หรือรองเท้าส้นสูง ทำให้กระดูกและข้อนิ้วถูกบีบจนเอียง

  • กรรมพันธุ์: ถ้าพ่อแม่มีปัญหานี้ ลูกก็มีโอกาสเป็นมากขึ้น

  • รูปเท้าผิดปกติแต่กำเนิด: เช่น เท้าแบน ทำให้แรงกดกระจายไม่สมดุล

  • โรคข้อเสื่อม หรือข้ออักเสบเรื้อรัง: ทำให้โครงสร้างข้ออ่อนแอ

อาการที่พบบ่อย

  • ก้อนปูดตรงโคนนิ้วหัวแม่เท้า อาจแดงและบวม

  • ปวดเมื่อใส่รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าคับ

  • นิ้วหัวแม่เท้าบิดเข้าหานิ้วข้าง ๆ

  • เดินหรือวิ่งแล้วรู้สึกเจ็บ โดยเฉพาะเวลาลงน้ำหนัก

การตรวจวินิจฉัย

ซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะดูรูปเท้า การเดิน และตำแหน่งที่ปวด

เอกซเรย์เท้า: เพื่อดูองศาการเอียงของกระดูกและวางแผนการรักษา

ในบางราย อาจใช้ MRI หรือ Ultrasound ถ้าสงสัยว่ามีปัญหากับเส้นเอ็นหรือเนื้อเยื่อรอบ ๆ

การรักษา — อัปเดตล่าสุด

ปัจจุบันการรักษามีหลายวิธี ตั้งแต่การดูแลตนเองไปจนถึงผ่าตัด ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ

1. การดูแลแบบไม่ผ่าตัด (สำหรับระยะเริ่มต้นหรืออาการไม่มาก)

  • เลือกใส่รองเท้าหน้ากว้าง พื้นนุ่ม ลดแรงกดและการเสียดสี

  • ใช้แผ่นรองนิ้วหรือที่ดัดนิ้ว (Bunion splint) เพื่อช่วยจัดแนวนิ้วเวลานอน

  • ใส่แผ่นรองฝ่าเท้า เพื่อกระจายแรงกด

  • ประคบเย็นและทายาลดการอักเสบเมื่อปวด

2. การรักษาด้วยการฉีดยา

  • ถ้ามีการอักเสบร่วม หมออาจใช้ การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ เพื่อลดบวมและปวด แต่ใช้ในกรณีจำเป็นเท่านั้น เพราะฉีดบ่อยอาจทำให้เนื้อเยื่อบางลง

3. การผ่าตัด (เมื่ออาการรุนแรงหรือกระดูกบิดมาก)

ปัจจุบันมีเทคนิคใหม่ ๆ ที่ช่วยให้ฟื้นตัวเร็วและเจ็บน้อยลง เช่น

  • Minimally Invasive Surgery (MIS): ผ่าตัดผ่านแผลเล็ก ใช้เครื่องมือพิเศษในการตัดและจัดกระดูก ลดบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ ฟื้นตัวเร็ว เดินลงน้ำหนักได้เร็วกว่าแบบเดิม

  • Scarf Osteotomy / Chevron Osteotomy: จัดแนวกระดูกใหม่ให้ตรง พร้อมตรึงด้วยสกรูขนาดเล็ก

  • Lapidus Procedure: ใช้ในกรณีมีความผิดรูปมากหรือมีความไม่มั่นคงของข้อโคนเท้าร่วมด้วย

หลังผ่าตัด หมอมักให้ใส่รองเท้าพิเศษและเริ่มกายภาพเพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและความแข็งแรง

พยากรณ์โรค

  • ถ้ารักษาเร็ว โอกาสกลับมาใช้ชีวิตปกติได้สูง

  • ถ้าปล่อยไว้นาน อาจเกิดปัญหาข้อเสื่อม ปวดเรื้อรัง และความผิดรูปถาวร

  • หลังผ่าตัด อาการมักดีขึ้นมาก แต่ยังต้องใส่รองเท้าที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

  • ข้อเสื่อมบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้า

  • การบิดของนิ้วอื่น ๆ ตามมา

  • ปัญหาการลงน้ำหนักผิดปกติ ทำให้ปวดฝ่าเท้าหรือข้อเท้า

หมอสรุป

นิ้วหัวแม่เท้าเกไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าปล่อยไว้จนปวดมากหรือข้อบิดมาก การรักษาจะซับซ้อนขึ้น หมอแนะนำให้สังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ เลือกรองเท้าให้เหมาะสม และปรึกษาแพทย์หากเริ่มมีอาการ เพื่อจะได้เลือกการรักษาที่เหมาะและทันเวลา

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#นิ้วหัวแม่เท้าเก #HalluxValgus #ปวดเท้า #สุขภาพเท้า #ปัญหากระดูกและข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #รองเท้าเพื่อสุขภาพ