ปวดไหล่…เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

“หมอคะ หนูปวดไหล่มาหลายเดือนแล้วค่ะ ตอนแรกคิดว่าแค่เมื่อย พักเดี๋ยวก็คงหาย แต่ยิ่งนานกลับยิ่งเจ็บ โดยเฉพาะเวลายกแขนหรือจะหวีผม นอนตะแคงก็เจ็บจนสะดุ้งตื่น”

นี่คือคำพูดของคุณนิด อายุ 52 ปี ที่เข้ามาหาหมอด้วยสีหน้ากังวล หลายคนอาจเคยเจออาการคล้าย ๆ กัน และส่วนใหญ่มักคิดว่า “ก็แค่เมื่อยธรรมดา” แต่จริง ๆ แล้วอาการปวดไหล่สามารถบอกโรคได้หลายอย่าง และหากปล่อยไว้นานอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด

หมออยากบอกว่า… ปวดไหล่ไม่ใช่เรื่องเล็กเสมอไป แต่ก็ไม่ใช่โรคร้ายแรงทุกครั้ง สำคัญคือเราต้องรู้จักสังเกตอาการ และหากไม่ดีขึ้นควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

สาเหตุของอาการปวดไหล่

อาการปวดไหล่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการใช้งานผิดวิธี โรคเสื่อม หรืออุบัติเหตุ เช่น

  • ใช้งานแขนหนักเกินไป เช่น ยกของ กวาดบ้าน ถูบ้าน หรือออกกำลังกายผิดท่า ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบไหล่อักเสบ

  • เส้นเอ็นหัวไหล่เสื่อม หรือฉีกขาด พบมากในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่ใช้แขนยกสูงบ่อย ๆ

  • ไหล่ติด หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “ยกแขนไม่ขึ้น” เกิดจากเยื่อหุ้มข้ออักเสบและหนาตัว ทำให้ขยับไหล่ลำบาก

  • มีหินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ ยกแขนแล้วเจ็บมาก

  • อุบัติเหตุ เช่น หกล้ม ไหล่กระแทก ทำให้เอ็นหรือกระดูกบาดเจ็บ

  • โรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน ที่เพิ่มโอกาสเกิดไหล่ติดได้มากกว่าคนทั่วไป

อาการที่มักพบร่วมกับปวดไหล่

  • ปวดเวลาใช้งาน เช่น หวีผม ใส่เสื้อ หรือตอนเอื้อมหยิบของ

  • ปวดมากตอนกลางคืน โดยเฉพาะเวลานอนตะแคงทับด้านที่เจ็บ

  • ยกแขนไม่สุด ไหล่ฝืด รู้สึกติด ๆ ขัด ๆ

  • อาจมีเสียงกึกกักในไหล่เวลาขยับ

หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์ หรืออาการแย่ลง ควรรีบมาตรวจ

เราจะตรวจอย่างไร?

หมอจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย เพื่อดูว่าเจ็บตรงไหน เคลื่อนไหวได้แค่ไหน หลังจากนั้นอาจใช้การตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • เอกซเรย์ (X-ray) ใช้ดูโครงสร้างกระดูก ว่ามีหินปูนหรือมีการเสื่อมหรือไม่

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เหมาะกับการดูเส้นเอ็นรอบไหล่ ว่ามีการอักเสบหรือฉีกขาด

  • เอ็มอาร์ไอ (MRI) ใช้ตรวจละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีสงสัยเส้นเอ็นฉีก หรือปัญหาภายในข้อไหล่

บางรายอาจต้องเจาะน้ำจากข้อไหล่ไปตรวจ หากสงสัยการติดเชื้อ

แนวทางการรักษา

ขึ้นอยู่กับสาเหตุ แต่หลัก ๆ มีดังนี้

  • พักการใช้งาน งดกิจกรรมที่ทำให้เจ็บ

  • ประคบเย็น ในช่วงแรกเพื่อลดอักเสบ และเปลี่ยนเป็นประคบร้อนเมื่ออาการดีขึ้น

  • ยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบ ช่วยบรรเทาอาการ

  • กายภาพบำบัด เช่น การยืดเหยียดไหล่ การออกกำลังกล้ามเนื้อรอบไหล่ เพื่อให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

  • ฉีดยา หากปวดมาก หมออาจใช้การฉีดยาลดอักเสบเข้าจุดที่อักเสบ โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยระบุตำแหน่งเพื่อความแม่นยำ

  • การผ่าตัด ใช้เฉพาะรายที่มีเส้นเอ็นฉีกขาดมาก หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น

ป้องกันและดูแลตัวเองอย่างไร?

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักเหนือศีรษะ

  • หากต้องทำงานบ้าน ควรสลับข้าง ไม่ใช้แขนข้างเดิมซ้ำ ๆ

  • ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบไหล่ เช่น ท่ายืดเหยียดเบา ๆ

  • ควบคุมน้ำหนักตัว ลดแรงกดและภาระที่ข้อไหล่ต้องรับ

  • หากเป็นเบาหวาน ควบคุมระดับน้ำตาลเพื่อลดโอกาสไหล่ติด

พยากรณ์โรค

โดยทั่วไป อาการปวดไหล่หากดูแลถูกวิธีและมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะดีขึ้นได้ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน แต่หากปล่อยไว้นานจนเส้นเอ็นหรือข้อไหล่เสื่อมมาก การรักษาจะซับซ้อนขึ้น และอาจใช้เวลานานกว่า

ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากละเลยจนกลายเป็นไหล่ติดหรือเส้นเอ็นฉีกขาดมาก ก็อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้

หมอสรุปให้ว่า…

อาการปวดไหล่ แม้ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วมีหลายสาเหตุ ตั้งแต่กล้ามเนื้ออักเสบง่าย ๆ ไปจนถึงเส้นเอ็นฉีกขาด หากรู้จักสังเกตตัวเองและมาพบแพทย์ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้รักษาได้ตรงจุด และฟื้นตัวเร็วขึ้น

อย่าปล่อยให้ “ปวดไหล่” กลายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันนะครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #ปวดข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #กายภาพบำบัด